The Passion of The Christ
ในช่วงปีที่ผ่านมา ถ้าได้สังเกตจะเห็นว่ามีภาพยนตร์ที่นำมาฉาย มักจะมีการอ้างอิง เรื่องราวในพระคัมภีร์ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น End of Days, Amagedon, Stigmata, Prince of Egypt ฯลฯ ภาพยนตร์ส่วนใหญ่จะนำเสนอไม่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ ผมคิดว่า น่าจะฉวยโอกาสอธิบายเรื่องราวของพระเจ้าที่ถูกต้องกับเพื่อน ๆ ที่ไม่เป็นคริสเตียนที่ได้ดู ภาพยนตร์นี้มา และใช้เป็นหัวข้อในการเป็นพยานในการประกาศข่าวประเสริฐแก่เพื่อน ๆ ไปในตัวและพี่น้องคริสเตียนที่ได้ไปชมภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่รู้สึกไม่สบายใจต่อเนื้อหา ในภาพยนตร์ต้องการชี้แจงก็้ส่งมาได้นะครับและไม่จำเป็นจะต้องเล่าเรื่องทั้งหมดในภาพยนตร์ เพียงแต่เล่าหรือชี้แจง ในส่วนใดส่วนหนึ่งของเรื่องว่าไม่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ที่ถูกควรจะเป็น อย่างนี้ ก็เพียงพอแล้ว จะสั้นหรือยาวก็ได้
ความเห็นเพิ่มเติม

อาจารย์ประถม ไทอุส่าห์ (คริสตจักรประชาคม)
หลายคนคงจะได้ดูหนังเรื่อง Stigmata ซึ่งในเรื่องราวของหนังเรื่องนี้ได้กล่าวถึงผู้หญิง คนหนึ่งที่มี รอยแผล 5 แห่ง บนร่างกายเช่นเดียวกับพระเยซูคือ 1) รอยแผลบนศีรษะ 2) แผล ตามลำตัว 3) แผลที่ฝ่ามือ ทั้งสองข้าง 4) แผลที่เท้า 5) แผลที่สีข้าง
ข้อความที่คัดมาจากพระคริสตธรรมคัมภีร์ต่อไปนี้จะช่วยให้เข้าใจถึงรอยแผลของพระ เยซูมากขึ้น"ปีลาตจึงเอาพระเยซูไปให้โบยตีและพวกทหารก็เอาหนามสานเป็นมงกุฎสวมพระ เศียรของพระองค์" (ยอห์น19:1-2) ครั้นพวกทหารตรึงพระเยซูไว้ที่กางเขนแล้ว (ยอห์น 19:23) ลักษณะการตรึงที่ไม้กางเขนคือกางแขนออกสองข้างและตอกตะปูที่ฝ่ามือจับขาไขว้ เอาฝ่าเท้าซ้อนกันแล้วตอกตะปูแต่พระเยชูได้รับความทรมานมากกว่าคนอื่นเพราะมีการเอา หนามมาสานเป็นมงกุฎสวมที่พระเศียรและถูกแทงที่สีข้างซึ่งคนอื่นไม่มี แต่ทหารคนหนึ่ง เอาทวนแทงที่สีข้างของพระองค์และโลหิตกับน้ำก็ไหลออกมาทันที (ยอห์น 19:34)
ในหนังนำเสนอว่าคนที่มีรอยแผลแบบพระเยซูนี้เป็นผู้ที่พระเจ้าโปรดปรานโดยที่อยู่ ๆ ก็มีรอยแผลเกิดขึ้นเอง โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ได้ กล่าวไว้ดังนี้ ข้าพเจ้าถูกตรึงไว้กับพระคริสต์ แล้วข้าพเจ้าเองไม่มีชีวิตอยู่ต่อไปแต่พระคริสต์ ต่างหากที่ทรงมีชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า ชีวิตซึ่งข้าพเจ้าดำเนินอยู่ในร่างกายขณะนี้ ข้าพเจ้าดำเนิน อยู่โดยศรัทธาในพระบุตรของพระเจ้า ผู้ได้ทรงรักข้าพเจ้าและได้ทรงสละพระองค์เองเพื่อ ข้าพเจ้า(กาลาเทีย 2:20 )
พระคัมภีร์ข้อนี้ได้พูดถึงการถูกตรึงกับพระเยชู แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ยอมรับว่า ตัวเองเป็นคนบาป ในพระคริสตธรรมคัมภีร์กล่าวว่าเพราะว่าทุกคนทำบาป (โรม 3:23 )ผลจาก ความบาปมนุษย์จะต้องได้รับโทษจากในนรกซึ่งถือว่าเป็นความตายฝ่ายวิญญาณตายครั้งแรก เป็นความตายฝ่ายร่างกายซึ่งทุกคนต้องตายและถ้าใครยอมรับว่าตัวเองเป็นคนบาปได้ทำบาป ไม่สามารถช่วยตัวเองให้พ้นบาปได้และสารภาพบาปต่อพระเจ้าผู้สร้าชีวิตมนุษย์ส่วนการตาย ของพระเยชูนั้นเป็นความตายเพราะบาปของมนุษย์ โดยพระเยซูไม่มีบาปเลยแต่พระเจ้าได้ทรง กำหนดให้พระเยชูได้รับโทษแทนคนบาปและเชื่อศรัทธาในพระเยชูก็จะได้รับการอภัยการชำระ บาปให้เป็นคนชอบธรรมความหมายของคำว่าชอบธรรมคือไม่มีผิดคือพระเจ้าถือว่าคนเหล่านั้น ที่สารภาพบาปเชื่อศรัทธาในพระเยชูไม่ใช่คนบาปอีกต่อไปและเมื่อตายจากโลกนี้เขาก็จะได้ไป อยู่กับพระเจ้าบนสวรรค์เพราะบาปของเขาได้รับการอภัยจากพระเจ้าแล้ว ความบาปได้ตายไป พร้อมกับพระเยชูที่กางเขนแล้ว เมื่อพระเยชูสิ้นพระชนม์และถูกฝังในอุโมงค์วันที่สามพระองค์ ได้ทรงเป็นขึ้นจากความตายมีชีวิตใหม่ ผู้ที่เชื่อศรัทธาก็มีชีวิตใหม่ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นชีวิตของ คนชอบธรรมโดยที่ไม่มีรอยแผลจริงๆแบบที่ในหนังนำเสนอหนังแต่เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน เท่านั้น
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้ทุกคนที่ได้อ่านได้เข้าใจถึงความรักของพระเยซูที่ยอมถูกตรึง ที่กางเขนเพื่อช่วยเราให้พ้นบาป เพียงแต่เรายอมรับว่าตัวเองเป็นคนบาป สารภาพบาปต่อ พระเยซูเชื่อศรัทธาในพระเยซูและให้พระองค์เข้ามาในชีวิตเราก็จะไม่ถูกลงโทษในบึงไฟนรก เพราะบาบของเราเอง
ความเห็นเพิ่มเติม

ฝน (คริสตจักรเทียนสั่ง)
The Life สาร GCF ฉบับเดือน ม.ค.-ก.พ. 2000
ปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมาระหว่างช่วงวันหยุดแสนสุขมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่อง END OF DAY หรือ วันดับซาตาน อวสานโลก โดยบังเอิญทั้ง ๆ ที่ตั้งใจจะไม่ดูเรื่องนี้อยู่ก่อน ทั้งนี้เพราะไม่ใช่แฟนฟนังแอ็คชั่นไม่คลั่งใคล้พระเอกกล้ามล่ำอาร์โนลด์และชื่อไทยก็ไม่ถูกใจอีก ด้วย เมื่อก้าวเข้าไปในโรงภาพยนตร์ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากหนังเลยก็ว่าจะหลับสักงีบแทน แต่พอหนังเริ่มฉายก็ชักเปลี่ยนใจอยากติดตามต่อนี่ก็ไม่ใช่เพราะความระห่ำของคนเหล็กหรือ ฉากบู้ทุนสูงแต่อยู่ที่เนื้อหามากกว่าซึ่งในฐานะที่เป็นคริสเตียนสารภาพว่ารู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ และเครียดขึ้นฉับพลัน ดูไปอธิษฐานไปเรื่อย ๆ ก็เรื่องนี้ผู้สร้างเอาเรื่องในพระคัมภีร์วิวรณ์ มาเป็นทุนผสมผสานจินตนาการของนักเขียนบทภาพยนตร์ ซึ่งโยงใยกับสหัสวรรษใหม่ที่ กำลังมาถึงพร้อมกับคำล่ำลือว่านี่แหละจะเป็น เวลาสุดท้ายของโลกแล้ว
พระเอกของเรื่องชื่อเจริโคเคน อดีตตำรวจที่กลายเป็นขี้เมาติดเหล้าเพราะเหตุขมขื่นใจ และเคียดแค้นที่ต้องสูญเสียลูกและเมียไปโดยฝีมือคู่อริตอนที่เขาออกไปทำงานดูแลชีวิตคนอื่น เจริโคหันมาทำอาชีพเป็นบอดี้การ์ดรับจ้างดูแลนักค้าหุ้นในนิวยอร์ค แล้วในวันที่ 28 ธันวาคม 1999 ซึ่งใกล้ถึงกำหนดเวลาพันปีที่ซาตานจะต้องถูกปล่อยให้กลับเข้ามาในโลกตามที่พระคัมภีร์ วิวรณ์20:7-8 บันทึกไว้[ครั้นพันปีล่วงไปแล้วก็จะปล่อยซาตานออกจากคุกที่ขังมันไว้และมันจะ ออกไปล่อลวงบรรดาประชาชาติทั้งสี่ทิศของแผ่นดินโลก...] (ในหนังเขาทำให้น่าเชื่อว่าเป็นปี 1999 แน่ด้วยเหตุผลว่าถ้ากลับหัวตัวเลขดู 3 ตัวท้ายคือ 666 นั่นเอง) เจริโคก็พบว่านักค้าหุ้นที่ จ้างเขาได้กลายเป็นร่างที่ซาตานยืมไปใช้เพื่อเข้ามาในโลกตามหาผู้หญิงที่ชื่อคริสติน เบ็ธเลเฮ็ม ที่ซาตานได้เลือกไว้แล้ว ตั้งแต่เธอเกิดเพื่อสมสู่ด้วยในวินาทีสุดท้ายของยุคเก่าเพื่อขยายพงศ์ พันธุ์ของมันหวังครองโลก เจริโคจึงต้องหาทางปกป้องนางเอกและหยุดแผนร้ายของซาตาน ด้วยความสามารถและอาวุธที่มีอยู่พร้อมกับความเชื่อว่านั่นไม่ใช่ ซาตาน
ตลอดทั้งเรื่องหนังพยายามสะท้อนให้เห็นหลายสิ่งและมีมุมมองที่น่าคิดมากมายแต่ด้วย ความจำกัดของหน้ากระดาษจึงขอหยิบยกเพียงบางประการมาสะท้อนความคิดให้เห็น
ประการแรก สิ่งที่แสดงออกมาให้เห็นชัดเจนมากในหนังคือลักษณะของซาตานตาม ที่พระคัมภีร์กล่าวไว้(ยอห์น 8:44 )มันเป็นพ่อแห่งความมุสา โหดร้าย ลามก โอหัง เกลียดชังและ เป็นศัตรูกับพระเจ้า ด้วยเทคนิกที่ก้าวหน้าของฮอลลีวูดฉากความเหี้ยมโหดและกักขฬะของมัน จึงทำออกมาได้น่ากลัวและชั่วร้ายแบบสุด ๆ ในฐานะคริสเตียนรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าศัตรูของเรานี้ ร้ายกาจมากกว่าที่เราคิดมากนัก นี่เป็นเพียงการแสดงเรายังรู้สึกว่ามันเลวร้ายมากแล้ว ความเป็น จริงมันจะเลวร้ายกว่านั่กกี่พันเท่า หลายครั้งก็ต้องยอมรับว่าเรามักชะล่าใจและดูถูกศัตรูฝ่าย วิญญาณมากเกินไปทำให้นึกถึงข้อพระคำใน 1เปโตร5:8 ที่ว่า"ท่านทั้งหลายจงสงบใจจงระวัง ระไวให้ดีด้วยว่าศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันกัด กินได้"
ประการที่สอง อยู่ในฉากที่บีบคั้นหัวใจที่สุด เมื่ออดีตบาทหลวงผู้เชื่อมั่นศรัทธาใน พระเจ้าและพยายามหยุดแผนการร้ายของซาตานถูกมันตรึงกางเขนไว้บนเพดานห้องพยาบาล อย่างน่าสยดสยอง วินาทีนั้นยอมรับว่าใจเหลือนิดเดียว ตอนแรกก็คาดว่าน่าจะมีอะไรสักอย่าง มาช่วยคนดีไว้ทันแต่ก็ไม่มีทำให้เผลอคิดไปว่าถ้าเราอยู่จนถึงยุคที่มารถูกปล่อยออกมาจริงละก็ มันจะทำกับเราอย่างนี้หรือเปล่านะและที่สำคัญแราจะยืนหยัดในความเชื่ออย่างบาทหลวงคน นั้นได้หรือไม่ถ้าอย่างนั้นเพื่อให้เราเผชิญวันอันเลวร้ายนั้นได้ เราจะทำอย่างไรอยากให้ท่านได้ ลองคิดดูเช่นกัน
ประการที่สาม เรื่องเล่ห์กลอุบายของซาตานที่ใช้เพื่อหาสมุนและล่อลวงผู้ที่เชื่อ ใน เรื่องซาตานในร่างของชายนักค้าหุ้นหน้าตาดีพยายามชักจูงเจริโคให้มาเป็นฝ่ายของมันโดยใช้ วาจาหว่านล้อมจี้จุดที่ขมขื่นในชีวิตของเขาตอกย้ำเรื่องการตายของลูกและเมียว่าเป็นเพราะ พระเจ้าที่อนุญาตให้เป็นอย่างนั้นพระเจ้านั่นต่างหากที่โหดร้ายกับชีวิตคนดี ๆ อย่างเขาถ้าจะ เปรียบกันแล้วตัวของมันดีต่อเจริโคมากกว่าสักเพียงใดมันไม่เคยทำร้ายเขาอย่างนี้เรื่องฤทธิ์เดช มันก็ไม่ด้อยกว่าพระเจ้าหรอก บังเอิญว่าพระเจ้ามีการประชาสัมพันธ์ที่ดีกว่าเท่านั้นเองแถม ยังยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจอีกว่า ถ้าเจริโคหันมาอยู่ฝ่ายมันละก็มันจะคืนลูกและเมียให้ ฉากนี้ เราคนดูก็ลุ้นกันอยู่นานว่าพระเอกจะทำอย่างไร ดูแล้วก็อดไม่ได้ที่จะย้อนคิดถึงตัวเองว่า หลายครั้งมารก็กระซิบอย่างนี้ในสมองของเราเหมือนกันและบ่อยครั้งเราก็เคลิบเคลิ้มตามวาจา มุสาของมันหลงเชื่อว่าพระเจ้านั่นเองที่ทำให้เราต้องพบกับความเจ็บปวดแและการสูญเสีย ที่ โหดร้ายแล้วคิดจะหันหลังจากพระองค์ ระลึกได้อย่างนี้แล้วก็เลยต้องอธิษฐานขอโทษพระเจ้า ที่ตัวเองยอมให้มันหลอกด้วยดังนั้น ขออย่าให้มารมันหลอกเราทั้งหลายด้วยการป้ายความผิด ไปให้พระเจ้าผู้ทรงรักและหวงแหนเรา อย่าให้ความผิดพลาด ความขมขื่นใจของเรา เป็น เครื่องมือให้มันโจมตีเรา
ประการสุดท้าย ที่สำคัญที่สุดคือการแลือกวิธีต่อกรกับมารร้ายพระเอกของเรานั้น พยายามต่อสู้กับซาตานด้วยอาวุธที่เขามีทั้งปืนทั้งระเบิดเกิดฉากแอ็คชั่นสะใจคนดูทั้งโรงคนดู (ที่ไม่เป็นคริสเตียน) ก็คาดว่าพระเอกจะต้องชนะด้วยอาวุธสุดยอดเหล่านั้นแน่ แต่ขอบคุณ พระเจ้าที่หนังหักมุมจบลงตามความจริงที่ว่า การจะต่อสู้กับมาร้ายนั้นไม่ใช่ด้วยอาวุธหรือความ รู้ แต่ด้วยความเชื่อในพระเจ้าของเราต่างหาก ถ้าใครเป็นแฟนอาร์โนลด์คงนึกภาพออกว่าการที่ ผู้ชายล่ำบึกแข็งแรงอย่างเขาที่มีอาวุธเต็มมือนั้นคุกเข่าลงและทิ้งอาวุธทั้งหมด ยอมจำนนตรง หน้าไม้กางเขน ในขณะที่ซาตานปรากฏร่างอันน่าเกลียดมหึมาอยู่เบื้องหลังพร้อมขย้ำเขา เป็นความขัดแย้งที่ยอมรับได้ยากจริงๆ สำหรับเราที่เป็นคริสเตียนทีรู้ความจริงนี้ขออย่าละเลย เช่นเดียวกันเราเองก็จำเป็นต้องต่อสู้กับมารร้ายด้วยความเชื่อและยุทธภัณฑ์ทั้งชุดที่พระคัมภีร์ เอเฟซัส6:13-17
ไม่ใช่ด้วยความรู้หรือสติปัญญาหรืออาวุธใด ๆ เพราะว่า เราไม่ได้ต่อสู้กับ เนื้อหนังและเลือดแต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณชั่วในสถานฟ้าอากาศ เลือกดูหนังดูละครแล้วลองมองย้อนดูตัวเอง ตาม ทัศนะของคริสเตียนแล้วเราจะได้อะไรดี ๆ มากกว่าความบันเทิงฉาบฉวยยิ่งนัก
ความเห็นเพิ่มเติม

โบสถ์ วันอาทิตย์ และ Chariots Of Fire
วันอาทิตย์เป็นวันที่คริสเตียนต้องไปโบสถ์นมัสการพระเจ้า ท่านไปโบสถ์สม่ำเสมอหรือไม่ ถ้ามีอาทิตย์ไหนที่ท่านไม่ได้ไปโบสถ์ท่านมีเหตุผลอย่างไรในการขาดการไปโบสถ์ และมีหลาย คนชอบหาข้ออ้างในการไม่ไปโบสถ์ โดยให้ความสำคัญในการไปโบสถ์เป็นอันดับสุดท้าย
ขอ แนะนำให้ดู Chariots Of Fire หลังจากดูจบแล้ว ผมเชื่อว่าจะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของ พระเจ้าและ ความสำคัญของวันอาทิตย์ ที่ต้องไปโบสถ์ผ่านชีวิตของอีริค ลิดเดิ้ล นักวิ่งชาว อังกฤษที่เป็นตัวแทนไปแข่งโอลิมปิคที่ฝรั่งเศส อีริคตั้งใจฝึกซ้อมในการวิ่งอย่างสม่ำเสมอ เป้าหมายคือเหรียญทองจากการฝึกซ้อมและการวิ่งของเขานั้น เหรียญทองอยู่เพียงแค่มือเอื้อม เขาจึงเป็นตัวแทนของชาวอังกฤษไปวิ่งแข่งในโอลิมปิค
อีริคข้ามน้ำข้ามทะเลไปฝรั่งเศสเพื่อ คว้าเหรียญทองและเมื่อวันแข่งขันใกล้มาถึงสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องตกตลึ่ง เมื่ออีริคปฎิเสธการ ลงแข่งขันโดยให้เหตุผลว่าเป็น วันอาทิตย์เขาจะต้องไปโบสถ์ แม้นว่าจะถูกขอร้องและอ้าง เหตุผลและความสำคัญนานาประการ เขาเป็นตัวแทนที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศอังกฤษ ชื่อเสียง เกียรติยศ รอเขาอยู่ข้างหน้าแล้วเพราะเหรียญทองต้องเป็นของเขาแน่นอน
อีริครู้ดีถึง ภาระสำคัญอันยิ่งใหญ่ที่เขาได้รับมอบหมายมาและเป็นสิ่งที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดชีวิตเช่นกัน แต่ เขาปฎิเสธที่จะลงแข่งขันในวันอาทิตย์ และทางออกในเรื่องนี้ อีริค ได้เปลี่ยนไปลงแข่งขัน ในวันอื่นแทนและเขาได้เหรียญทองโอลิมปิคมาตามความคาดหมาย
เมื่อดู Chariots Of Fire จบแล้วผมไม่สามารถหาข้ออ้างใด ๆ มาเป็นเหตุผลในการไม่ไปโบสถ์วันอาทิตย์ได้ต่อไปอีกแล้ว สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถหาวีดีโอดูได้จากร้านเช่า วิดีโอได้ครับ
ความเห็นเพิ่มเติม