เวลาที่หายไป

คำพยาน โดย ชินกรณ์

ผมมีเรื่องที่จะขอบคุณพระเจ้าและเป็นพยานให้พี่น้องได้ฟัง ที่พระเจ้าตอบคำอธิษฐานถึงการรักษาให้หายจากโรค คือผมมีโรคประจำตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งความจริงควรจะเรียกว่าเป็นอาการอย่างหนึ่ง เกิดขึ้นอย่างไรผมไม่ทราบสาเหตุ ในระยะแรกนั้นเพียงแต่สร้างความรำคาญเท่านั้น เวลาผ่านไปนานแค่ไหนผมจำไม่ได้ จนกระทั้งรู้สึกตัวเมื่อเกิดอาการขึ้นจะต้องนอกพัก 5 - 10 นาทีจึงจะหายและนาน ๆ อาการนี้นานจะเกิด ขึ้นสักครั้ง

ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมาอาการที่ว่าเริ่มทำตัวเป็นเหมือนเพื่อนสนิทคือมาเยี่ยมเยียนบ่อยขึ้น อาการจะเริ่มเป็นถี่และรุนแรงขึ้นทำให้เวลาที่จะต้องนอนพักเป็นเวลาที่ไม่แน่นอนจาก 5-10 นาทีจนถึง 1-2 ชั่วโมง บางครั้งต้องนอนพักทั้งวันถึงจะหาย มีอยู่ครั้งหนึ่ง อาการนี้แผลงฤทธิ์ทำให้ต้องนอนซมเป็นอาทิตย์ เมื่อไปหาหมอที่โรงพยาบาล ก็ได้ยากลับมากินแต่ยาก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย ได้แต่ นอนและรอเวลาฟื้นตัวเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้การดำเนินชีวิตเต็มไปด้วยความกังวลใจ ไม่สามารถวางแผนการณ์ใด ๆ ได้ เพราะไม่รู้ว่าอาการจะกำเริบขึ้นเมื่อใด

ในปีที่ผ่านมาเจ้าอาการนี้ได้เบียดบังเวลาไปมากคือเมื่อมีอาการเกิดขึ้น จะต้องนอนพักอย่างเดียวทำอะไรไม่ได้ รู้สึกเบื่อและรำคาญ เริ่มรู้สึกตัวว่าเวลาในการรับใช้พระเจ้าน้อยลงไปทุกที แต่พระเจ้าได้ประเล้าประโลมใจผมจากการเฝ้าเดียวในวันหนึ่งว่า"การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น"(2โครินธ์12:9)เมื่อเกิดอาการรุนแรงทุกครั้งผมได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอได้ให้คำตอบสุดท้ายว่า ถ้าต้องการหายจะต้องผ่าตัดเท่านั้น ผมได้ยินแล้วก็อึ้งไปเลย ผมคิดว่ายังพอทนได้จึงไม่สนใจเรื่องการผ่าตัดเพียงแต่คิดว่าถ้าทนไม่ได้จริงๆจึงจะเข้าผ่าตัด

การผ่าตัดเริ่มแวบเข้ามาในความคิดเพราะอาการนี้เริ่มเกิดบ่อยขึ้นและหนักมากขึ้นทำให้ต้องนอนพักรักษาตัวมากขึ้นทำให้เสียเวลาไป เวลาทำงานและการรับใช้พระเจ้าก็หายไปด้วย จึงเป็นสิ่งที่คอยกระตุ้นและเตือนว่าเวลาในการรับใช้พระเจ้าเริ่มน้อยไปทุกทีผมจะต้องรีบรับใช้พระเจ้ามากขึ้น หมอยืนยันว่าถ้าอยากหายจะต้องผ่าตัดเท่านั้น เมื่อคิดถึงการผ่าตัดนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องมีการเตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจรวมถึงเวลาฟักพื้นหลังการผ่าตัด นอกจากการพร้อมในตัวของผมเองแล้ว ต้องรอความพร้อมจากญาติพี่น้องที่มาดูแลผมในระหว่างพักฟื้น ผมกังวลใจเรื่องการผ่าตัดมากรู้สึกตัวว่ายังไม่พร้อมในหลายๆด้าน ถึงอย่างไรผมก็คงจะหนีการผ่าตัดไปไม่พ้นและไม่อยากให้เป็นหนามใหญ่ในชีวิต (2โครินธ์12:8) ผมจึงตัดสินใจจะทำการผ่าตัด

ในระหว่างที่รอคอยหาเวลาที่ลงตัวผมอธิษฐานว่าถ้าเป็นไปได้ผมไม่อยากจะผ่าตัดขอพระเจ้าประทานหนทางที่เหมาะสมหรือการอัศจรรย์ หลังจากนั้นเวลาผ่านไปประมาณสองสัปดาห์กว่า ผมได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลว่าขณะนี้มีหมอใหม่มาประจำที่โรงพยาบาลซึ่งชำนาญในการรักษาอาการนี้โดยเฉพาะ ผมมั่นใจว่าสิ่งนี้คือคำตอบจากพระเจ้า ผมจึงเข้ารับการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้นสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติโดยไม่กระทบการทำงานในระหว่างการรักษาตัว

ขอบคุณพระเจ้าในวันนี้อาการดังกล่าวได้หายแล้วนับว่าเป็นปาฎิหาริย์ที่สำคัญในชีวิตผม เหมือนได้ชีวิตใหม่สรรเสริญพระเจ้าและขอบคุณพระเจ้าสำหรับเวลาที่หายไปผมได้คืนมาแล้วและพร้อมที่ใช้เวลาในการรับใช้พระเจ้าอย่างเต็มที่ อาเมน.

อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย
แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า
ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ ฟีลิปปี 4:6