|
01 |
นิมิตของอิสยาห์บุตรชายของอามอส ซึ่งท่านได้เห็นเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็ม ในรัชกาลของอุสซียาห์ โยธาม อา
หัส และเฮเซคียาห์พระราชาแห่งยูดาห์
|
|
02 |
ฟ้าสวรรค์เอ๋ย จงฟัง แผ่นดินโลกเอ๋ย จงเงี่ยหู เพราะพระเจ้าได้ตรัสว่า "เราได้เลี้ยงดูบุตรและให้เติบโตขึ้น แต่เขา
ทั้งหลายได้กบฏต่อเรา
|
|
03 |
โครู้จักเจ้าของของมัน และลาก็รู้จักรางหญ้าของนายมัน แต่อิสราเอลไม่รู้จัก ชนชาติของเราไม่เข้าใจ"
|
|
04 |
เออ ประชาชาติบาปหนา ชนชาติซึ่งหนักด้วยความบาปชั่ว หน่อเนื้อของผู้กระทำความชั่วร้าย บรรดาบุตรที่ทำ
ความเสียหาย เขาทั้งหลายได้ทอดทิ้งพระเจ้า เขาได้ดูหมิ่นองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล เขาทั้งหลายหันหลังให้เสีย
|
|
05 |
ยังจะให้เฆี่ยนเจ้าตรงไหนอีก ที่เจ้ากบฏอยู่เรื่อยไป ศีรษะก็เจ็บหมด จิตใจก็อ่อนเปลี้ยไปสิ้น
|
|
06 |
ตั้งแต่ฝ่าเท้าจนถึงศีรษะ ไม่มีความปกติในนั้นเลย มีแต่ฟกช้ำและดำเขียว และเป็นแผลเลือดไหล ไม่เห็นบีบออก
หรือพันไว้ หรือทำให้อ่อนลงด้วยน้ำมัน
|
|
07 |
ประเทศของเจ้าก็ร้างเปล่า และหัวเมืองของเจ้าก็ถูกไฟเผา ส่วนแผ่นดินของเจ้า คนต่างด้าวก็ทำลายเสียต่อหน้าเจ้า
มันก็ร้างเปล่าไป อย่างที่คนต่างด้าวคว่ำมัน
|
|
08 |
ส่วนศิโยนธิดาก็ถูกทิ้งไว้ เหมือนอย่างเพิงที่ในสวนองุ่น เหมือนเพิงในไร่แตงกวา เหมือนเมืองที่ถูกล้อม
|
|
09 |
ถ้าพระเจ้าจอมโยธา มิได้เหลือคนไว้ให้เราบ้างเล็กน้อยแล้ว เราก็จะได้เป็นเหมือนเมืองโสโดม และเป็นเหมือนเมือง
โกโมราห์
|
|
10 |
ดูก่อนท่านผู้ปกครองเมืองโสโดม จงฟังพระวจนะของพระเจ้า ดูก่อนท่านประชาชนเมืองโกโมราห์ จงเงี่ยหูฟังพระ
ธรรมของพระเจ้าของเรา
|
|
11 |
พระเจ้าตรัสว่า "เครื่องบูชาอันมากมายของเจ้านั้นจะเป็นประโยชน์อะไรแก่เรา เราเอือมแกะตัวผู้อันเป็นเครื่องเผา
บูชา และไขมันของสัตว์ที่ขุนไว้นั้นแล้ว เรามิได้ปีติยินดีในเลือดของวัวผู้ หรือลูกแกะหรือแพะผู้
|
|
12 |
"เมื่อเจ้าเข้ามาเฝ้าเรา ผู้ใดขอให้เจ้าทำอย่างนี้ ที่เหยียบย่ำเข้ามาในบริเวณพระนิเวศของเรา
|
|
13 |
อย่านำเครื่องถวายอนิจจังมาอีกเลย เครื่องบูชาอันเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังต่อเรา วันเทศกาลข้างขึ้นและวันสะบาโต
และการเรียกประชุม เราทนต่อความบาปชั่วและการประชุมตามพิธีไม่ได้อีก
|
|
14 |
ใจของเราเกลียด วันเทศกาลข้างขึ้นของเจ้าและวันเทศกาลตามกำหนดของเจ้า มันกลายเป็นภาระแก่เรา เราแบก
เหน็ดเหนื่อยเสียแล้ว
|
|
15 |
เมื่อเจ้ากางมือของเจ้าออก เราจะซ่อนหน้าของเราเสียจากเจ้า แม้ว่าเจ้าจะอธิษฐานมากมาย เราจะไม่ฟัง มือของเจ้า
เปรอะไปด้วยโลหิต
|
|
16 |
จงชำระตัว จงทำตัวให้สะอาด จงเอากรรมชั่วของเจ้าออกไปให้พ้นจากสายตาของเรา จงเลิกกระทำชั่ว
|
|
17 |
จงฝึกกระทำดี จงแสวงหาความยุติธรรม จงบรรเทาผู้ถูกบีบบังคับ จงป้องกันให้ลูกกำพร้าพ่อ จงสู้ความเพื่อหญิง
ม่าย
|
|
18 |
พระเจ้าตรัสว่า "มาเถิด ให้เราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงอย่างผ้า
แดง ก็จะกลายเป็นอย่างขนแกะ
|
|
19 |
ถ้าเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง เจ้าจะได้กินผลดีแห่งแผ่นดิน
|
|
20 |
แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธและกบฏ เจ้าจะเป็นเหยื่อของคมดาบ เพราะว่าพระโอษฐ์ของพระเจ้าได้ตรัสแล้ว"
|
|
21 |
เมืองที่ซื่อสัตย์ กลายเป็นแพศยาเสียแล้วหนอ คือเธอที่เคยเปี่ยมด้วยความยุติธรรม ความชอบธรรมเคยพำนักอยู่ใน
เธอ แต่เดี๋ยวนี้ผู้กระทำฆาตกรรมพำนักอยู่
|
|
22 |
เงินของเจ้าได้กลายเป็นขี้เงินไปแล้ว เหล้าองุ่นของเจ้าปนน้ำแล้ว
|
|
23 |
เจ้านายของเจ้าเป็นพวกกบฏ และเป็นเพื่อนของโจร ทุกคนรักสินบน และวิ่งตามของกำนัล เขามิได้ป้องกันให้
ลูกกำพร้าพ่อ และคดีของหญิงม่ายก็ไม่มาถึงเขา
|
|
24 |
ฉะนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า คือพระเจ้าจอมโยธา ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ของอิสราเอลตรัสว่า "ดูเถิด เราจะระบายความ
โกรธของเราเหนือศัตรูของเรา และแก้แค้นข้าศึกของเราเสียเอง
|
|
25 |
เราจะหันมือของเรามาสู้เจ้า และจะถลุงไล่ขี้แร่ของเจ้าออกเสียอย่างกับล้างด้วยน้ำด่าง และเอาของเจือปนของเจ้า
ออกให้หมด
|
|
26 |
และเราจะคืนผู้พิพากษาของเจ้าให้ดังเดิม และคืนที่ปรึกษาของเจ้าอย่างกับตอนแรก ภายหลัง เขาจะเรียกเจ้าว่านคร
แห่งความชอบธรรม นครซื่อสัตย์"
|
|
27 |
ศิโยนจะรับการไถ่ด้วยความยุติธรรม และบรรดาคนในนครที่กลับใจจะรับการไถ่ด้วยความชอบธรรม
|
|
28 |
แต่พวกกบฏและพวกคนบาปจะถูกทำลายด้วยกัน และบรรดาคนเหล่านั้นที่ละทิ้งพระเจ้าจะถูกล้างผลาญ
|
|
29 |
เพราะเจ้าจะละอายเรื่องต้นก่อหลวง ที่เจ้าปรารถนานั้น และเจ้าจะหน้าแดงเรื่องสวน ซึ่งเจ้าเลือก
|
|
30 |
เพราะเจ้าจะเป็นเหมือนต้นก่อหลวง ที่ใบเหี่ยวแห้ง และเหมือนสวนที่ขาดน้ำ
|
|
31 |
และผู้ที่แข็งแรงจะกลายเป็นใยป่าน และกิจการของเขาเป็นประกายไฟ และทั้งสองจะไหม้เสียด้วยกัน ไม่มีผู้ใด
ดับได้
|
|
01 |
ถ้อยคำซึ่งอิสยาห์บุตรชายของอามอสเห็นเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็ม
|
|
02 |
ในยุคหลังจะเป็นดังนี้ คือภูเขาแห่งพระนิเวศของพระเจ้า จะถูกสถาปนาขึ้นให้สูงที่สุดในจำพวกภูเขาทั้งหลายและ
จะถูกยกขึ้นให้เหนือบรรดาเนินเขา และประชาชาติทั้งสิ้นจะหลั่งไหลเข้ามาหา
|
|
03 |
และชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากจะมากล่าวว่า "มาเถิด ให้เราขึ้นไปยังภูเขาของพระเจ้า ยังพระนิเวศแห่งพระเจ้าของ
ยาโคบ เพื่อพระองค์จะทรงสอนวิถีของพระองค์แก่เรา และเพื่อเราจะเดินในมรรคาของพระองค์" เพราะว่าพระธรรมจะ
ออกมาจากศิโยน และพระวจนะของพระเจ้าจะออกมาจากเยรูซาเล็ม
|
|
04 |
พระองค์ทรงวินิจฉัยระหว่างบรรดาประชาชาติ และจะทรงตัดสินเพื่อชนชาติทั้งหลายเป็นอันมาก และเขาทั้งหลาย
จะตีดาบของเขาให้เป็นผาลไถนา และหอกของเขาให้เป็นขอลิด ประชาชาติจะไม่ยกดาบต่อสู้กันอีก เขาจะไม่ศึกษา
ยุทธศาสตร์อีกต่อไป
|
|
05 |
โอ เชื้อสายของยาโคบเอ๋ย มาเถิด ให้เราทั้งหลายดำเนิน ในสว่างของพระเจ้า
|
|
06 |
เพราะพระองค์ทรงละทิ้งชนชาติของพระองค์เสีย คือเชื้อสายของยาโคบ เพราะว่าเขาเต็มด้วยผู้ทำนายจากตะวันออก
และด้วยหมอดูอย่างคนฟีลิสเตีย และเขาตีสนิทกับคนต่างชาติ
|
|
07 |
แผ่นดินของเขาเต็มด้วยเงินและทองคำ ทรัพย์สมบัติของเขาไม่มีสิ้นสุด แผ่นดินของเขาเต็มด้วยม้า รถรบของเขาไม่
มีสิ้นสุด
|
|
08 |
แผ่นดินของเขาเต็มด้วยรูปเคารพ เขากราบไหว้ผลงานแห่งมือของเขา ต่อสิ่งซึ่งนิ้วมือของเขาได้กระทำ
|
|
09 |
มนุษย์จึงตกต่ำลง และคนก็ด้อยลง อย่าอภัยเขาเลย
|
|
10 |
จงหลบเข้าไปในหิน และซ่อนอยู่ในผงคลี ให้พ้นจากความน่าเกรงขามของพระเจ้า และจากพระสิริแห่งความโออ่า
ตระการของพระองค์
|
|
11 |
และท่าอันผยองของมนุษย์จะตกต่ำลง และความจองหองของคนจะถูกปราบลง พระเจ้าองค์เดียวจะเป็นผู้เทิดทูน
ในวันนั้น
|
|
12 |
เพราะว่าพระเจ้าจอมโยธาทรงมีวันหนึ่ง ที่สู้สารพัดที่เย่อหยิ่งและสูงส่ง ที่สู้สารพัดที่ถูกยกขึ้นและสูง
|
|
13 |
ที่สู้ต้นสนสีดาร์ทั้งสิ้นของเลบานอน ที่สูงและที่ถูกยกขึ้น และที่สู้ต้นก่อทั้งสิ้นของบาชาน
|
|
14 |
ที่สู้ภูเขาสูงทั้งสิ้น และที่สู้เนินเขาทั้งปวงที่ถูกยกขึ้น
|
|
15 |
ที่สู้หอคอยสูงทุกแห่ง ที่สู้กำแพงที่เข้มแข็งทุกแห่ง
|
|
16 |
ที่สู้กำปั่นทั้งสิ้นของทารชิช และที่สู้เรืองดงามทั้งสิ้น
|
|
17 |
และความผยองของมนุษย์จะต้องถูกปราบลง และความจองหองของคนจะตกต่ำลง ในวันนั้นพระเจ้าองค์เดียวจะ
เป็นที่เทิดทูน
|
|
18 |
และรูปเคารพจะสูญสิ้นไปทีเดียว
|
|
19 |
และคนจะเข้าไปในถ้ำ และในโพรงดิน ให้พ้นจากความน่าเกรงขามของพระเจ้า และจากพระสิริแห่งความโอ่อ่า
ตระการของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงลุกขึ้นกระทำให้โลกสั่นสะท้าน
|
|
20 |
ในวันนั้นคนจะเหวี่ยง รูปเคารพของตนออกไปอันทำด้วยเงินและรูปเคารพของตนที่ทำด้วยทองคำ ซึ่งเขาทำไว้
เพื่อตนเองจะนมัสการ ไปยังตัวตุ่นและตัวค้างคาว
|
|
21 |
เพื่อเขาจะเข้าถ้ำหิน และเข้าซอกผา ให้พ้นจากความน่าเกรงขามของพระเจ้า และจากพระสิริแห่งความโออ่าตระการ
ของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงลุกขึ้นกระทำให้โลกสั่นสะท้าน
|
|
22 |
จงตัดขาดจากมนุษย์เสียเถิด ซึ่งในจมูกของเขามีลมหายใจ เพราะเขามีคุณค่าอะไรเล่า
|
|
01 |
เพราะนี่แน่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธาทรงนำออกไปเสียจากเยรูซาเล็มและจากยูดาห์ ซึ่งเครื่องค้ำและ
เครื่องจุน เครื่องค้ำอันเป็นอาหารทั้งหมด และเครื่องค้ำอันเป็นน้ำทั้งหมด
|
|
02 |
พวกทแกล้วและพวกทหาร ผู้วินิจฉัยและผู้เผยพระวจนะ ผู้ทำนายและพวกผู้ใหญ่
|
|
03 |
นายห้าสิบ และผู้มียศ ที่ปรึกษาและคนเล่นกลที่มีฝีมือ และคนชำนาญการทำอาถรรพณ์
|
|
04 |
และเราจะกระทำให้เด็กๆเป็นเจ้านายของเขา และทารกจะปกครองเขา
|
|
05 |
และประชาชนจะบีบบังคับกันและกัน ทุกคนบีบบังคับเพื่อนของตน และทุกคนบีบบังคับเพื่อนบ้านของตน เด็กๆ
จะทะลึ่งต่อผู้ใหญ่ และคนถ่อยต่อคนผู้มีเกียรติ
|
|
06 |
เมื่อใครคนหนึ่งไปยึดตัวพี่น้องของเขา ในเรือนของบิดาของเขา กล่าวว่า "เจ้ามีเสื้อคลุมอยู่แล้ว เจ้าจงเป็นผู้นำของ
เรา และซากที่อยู่นี้ จะอยู่ใต้กำมือของเจ้า"
|
|
07 |
ในครั้งนั้นเขาจะคัดค้านว่า "ข้าพเจ้าไม่ยอมเป็นผู้สมาน ในเรือนของข้าพเจ้าไม่มีทั้งอาหารและเสื้อคลุม ท่านจะตั้ง
ข้าพเจ้าให้เป็น ผู้นำของประชาชนไม่ได้"
|
|
08 |
เพราะเยรูซาเล็มก็สะดุด และยูดาห์ก็ล้มคว่ำ เพราะว่าวาจาของเขาและการกระทำของเขาก็ต่อสู้พระเจ้ากบฏต่อพระ
พักตร์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์
|
|
09 |
ความลำเอียงของเขาเป็นพยานปรักปรำเขาทั้งหลาย เขาป่าวร้องความผิดของเขาอย่างโสโดม เขามิได้ปิดบังไว้ วิบัติ
แก่เขา เพราะว่าเขาได้นำความชั่วร้ายมาเหนือตัวเขาเอง
|
|
10 |
จงบอกคนชอบธรรมว่าเขาทั้งหลายจะเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับผลแห่งการกระทำของเขา
|
|
11 |
วิบัติแก่คนอธรรม ความร้ายจะตกแก่เขา เพราะว่าสิ่งใดที่มือเขาได้กระทำ เขาจะถูกกระทำเช่นกัน
|
|
12 |
ส่วนชนชาติของเรา เด็กๆเป็นผู้บีบบังคับเขาและผู้หญิงปกครองเหนือเขา โอ ชนชาติของเราเอ๋ย ผู้นำของเจ้าทำเจ้า
ให้ผิดและกระทำให้แนวทางของเจ้าสับสน
|
|
13 |
พระเจ้าทรงเข้าประทับสู้ความ พระองค์ประทับยืนพิพากษาชนชาติของพระองค์
|
|
14 |
พระเจ้าทรงเข้าพิพากษา พวกผู้ใหญ่และเจ้านายชนชาติของพระองค์ "เจ้าทั้งหลายนี่แหละซึ่งได้กลืนกินสวนองุ่น
เสีย ของที่ริบมาจากคนจนก็อยู่ในเรือนของเจ้า
|
|
15 |
ซึ่งเจ้าได้บีบคั้นชนชาติของเรา และได้บดบี้หน้าของคนจนนั้น เจ้าหมายความว่ากระไร"พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้
แหละ
|
|
16 |
พระเจ้าตรัสว่า เพราะธิดาทั้งหลายของศิโยนนั้นก็ผยอง และเดินคอยืดคอยาว ตาของเขาชม้อยชม้าย เดิน
กระตุ้งกระติ้ง ขยับเท้าให้มีเสียงกรุ๋งกริ๋ง
|
|
17 |
พระเจ้าจะทรงให้เป็นชันนะตุ ที่ศีรษะของบรรดาธิดาของศิโยน และพระองค์จะทรงกระทำให้หน้าผากของเขาทั้ง
หลายโล้นไป
|
|
18 |
ในวันนั้นพระเจ้าจะทรงนำเอาเครื่องวิจิตรงดงามไปเสีย คือกำไลข้อมือ ปันจุเหร็จ ตุ้มวงเดือน
|
|
19 |
จี้ กำไลมือ ผ้าแถบ
|
|
20 |
ผ้ามาลา กำไลต้นแขน ผ้าคาดเอว หีบเครื่องน้ำอบ ตะกรุดพิสมร
|
|
21 |
แหวนตราและแหวนจมูก
|
|
22 |
เสื้องานและเสื้อคลุม ผ้าคลุมและกระเป๋าถือ
|
|
23 |
เสื้อผ้าโปร่ง เสื้อผ้าลินิน ผ้าโพกศีรษะและผ้าคลุมตัว
|
|
24 |
แทนน้ำอบจะมีแต่ความเน่า แทนผ้าคาดเอวจะมีเชือก แทนผมดัดจะมีแต่ศีรษะล้าน แทนเสื้องามล้ำค่า จะคาดเอว
ด้วยผ้ากระสอบ แทนความงดงาม จะมีแต่ความขายหน้า
|
|
25 |
พวกผู้ชายของเจ้าจะล้มลงด้วยดาบ และทแกล้วทหารของเจ้าจะล้มในสงคราม
|
|
26 |
ประตูของเธอจะร้องทุกข์และไว้ทุกข์ เธอจะถูกเปลือยแล้วนั่งอยู่บนดิน
|
|
01 |
ขอให้ข้าพเจ้าร้องเพลงถึงที่รักของข้าพเจ้า เป็นเพลงของที่รักของข้าพเจ้าเกี่ยวกับสวนองุ่นของท่าน ที่รักของข้าพเจ้า
มีสวนองุ่นแปลงหนึ่ง อยู่บนเนินเขาอันอุดมยิ่ง
|
|
02 |
ท่านขุดแล้วเก็บก้อนหินออกหมด และปลูกเถาองุ่นอย่างดีไว้ ท่านสร้างหอเฝ้าไว้ท่ามกลาง และสะกัดบ่อย่ำองุ่นไว้
ในสวนนั้นด้วย ท่านมุ่งหวังว่ามันจะบังเกิดลูกองุ่น แต่มันบังเกิดลูกเถาเปรี้ยว
|
|
03 |
บัดนี้ ชาวเยรูซาเล็ม และคนยูดาห์เอ๋ย ขอตัดสินระหว่างเรา และสวนองุ่นของเรา
|
|
04 |
มีอะไรอีกที่จะทำได้เพื่อสวนองุ่นของเรา ซึ่งเรายังไม่ได้ทำให้ ก็เมื่อเรามุ่งหวังว่ามันจะบังเกิดลูกองุ่น ไฉนมันจึง
เกิดลูกเถาเปรี้ยว
|
|
05 |
บัดนี้เราจะบอกเจ้าทั้งหลายให้ ว่าเราจะทำอะไรกับสวนองุ่นของเรา เราจะรื้อรั้วหนามของมันเสีย แล้วมันก็จะถูกเผา
เราจะพังกำแพงของมันลง มันก็จะถูกเหยียบย่ำลง
|
|
06 |
เราจะกระทำมันให้เป็นที่ร้าง จะไม่มีใครลิดแขนงหรือพรวนดิน หนามย่อยหนามใหญ่ก็จะงอกขึ้น และเราจะบัญชา
เมฆ ไม่ให้โปรยฝนรดมัน
|
|
07 |
เพราะว่าสวนองุ่นของพระเจ้าจอมโยธา คือเชื้อวงศ์อิสราเอล และคนยูดาห์ เป็นหมู่ไม้ที่พระองค์ทรงชื่นพระทัย
และพระองค์ทรงมุ่งหวังความยุติธรรม แต่ ดูเถิด มีแต่การนองเลือด หวังความชอบธรรม แต่ ดูเถิด เสียงร้องให้
ช่วย
|
|
08 |
วิบัติแก่ผู้เหล่านั้นที่เสริมบ้านหลังหนึ่งเข้ากับอีกหลังหนึ่ง และเสริมนาเข้ากับนา จนไม่มีที่อีกแล้ว และเจ้าทั้งหลาย
ต้องอยู่ลำพัง ในท่ามกลางแผ่นดินนั้น
|
|
09 |
พระเจ้าจอมโยธาทรงกล่าวให้ข้าพเจ้าได้ยิน "แน่ทีเดียวบ้านหลายหลังจะต้องร้างเปล่า บ้านใหญ่บ้านงามจะไม่มีคน
อาศัย
|
|
10 |
เพราะว่าสวนองุ่นยี่สิบห้าไร่จะได้ผลแต่เพียงบัทเดียว และเมล็ดพืชหนึ่งโฮเมอร์จะให้ผลแต่เอฟาห์เดียว"
|
|
11 |
วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ลุกขึ้นแต่เช้ามืด เพื่อวิ่งไปตามเมรัย ผู้เฉื่อยแฉะอยู่จนดึก จนเหล้าองุ่นทำให้เขาเมาหยำเป
|
|
12 |
เขามีพิณเขาคู่และพิณใหญ่ รำมะนา ขลุ่ยและเหล้าองุ่นณการเลี้ยงสัตว์ของเขาแต่เขาทั้งหลายมิได้เอาใจใส่ในพระ
ราชกิจของพระเจ้าหรือพิจารณาพระหัตถกิจของพระองค์
|
|
13 |
เพราะฉะนั้นชนชาติของเราจึงตกไปเป็นเชลย เพราะขาดความรู้ ผู้มีเกียรติของเขาก็หิวแย่ และมวลชนของเขาก็
แห้งผากไปเพราะความกระหาย
|
|
14 |
เพราะฉะนั้นแดนคนตายก็ขยายคอของมันออก และอ้าปากเสียเกินขนาด และพวกเจ้านายของเยรูซาเล็มและมวล
ชนของเมืองนั้นก็ลงไป ทั้งคนของเมืองนั้นและเขาผู้ลิงโลดอยู่ในนั้น
|
|
15 |
มนุษย์ต้องกราบลงและคนก็ตกต่ำ และนัยน์ตาของผู้ผยองก็ถูกลดต่ำ
|
|
16 |
แต่พระเจ้าจอมโยธาได้รับการเทิดทูนไว้โดยความยุติธรรมและพระเจ้าองค์บริสุทธิ์ได้ทรงสำแดงความบริสุทธิ์ศักดิ์
สิทธิ์โดยความชอบธรรม
|
|
17 |
แล้วลูกแกะจะเที่ยวหากินที่นั่นเหมือนเป็นลานหญ้าของมัน สัตว์ที่อ้วนและลูกแพะจะหากินอยู่ในที่สลักหักพัง
|
|
18 |
วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ลากความบาปผิดด้วยสายของความเท็จเทียม ผู้ลากบาปอย่างกับใช้เชือกโยงเกวียน
|
|
19 |
ผู้กล่าวว่า "ให้พระองค์รีบร้อน ให้พระองค์เร่งงานของพระองค์ เพื่อเราจะได้เห็น ให้พระประสงค์ขององค์ผู้
บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลเสด็จมาใกล้ ขอให้มา เพื่อเราจะได้รู้"
|
|
20 |
วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่เรียกความชั่วร้ายว่าความดี และความดีว่าความชั่วร้าย ผู้ถือเอาว่าความมืดเป็นความสว่าง
และความสว่างเป็นความมืด ผู้ถือเอาว่าความขมเป็นความหวาน และความหวานเป็นความขม
|
|
21 |
วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ฉลาดในสายตาของตัวและเฉียบแหลมในสายตาของตน
|
|
22 |
วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่เป็นวีรชนในการดื่มเหล้าองุ่นและเป็นคนแกล้วกล้าในการประสมเมรัย
|
|
23 |
ผู้ปล่อยตัวคนทำผิดเพราะเขารับสินบน และเอาความยุติธรรมไปจากผู้ไร้ความผิด
|
|
24 |
ดังนั้น เปลวเพลิงกลืนตอข้าวฉันใด และหญ้าแห้งยุบลงในเพลิงฉันใด รากของเขาก็จะเป็นเหมือนความเน่าเปื่อย
และดอกบานของเขาจะฟุ้งไปเหมือนผงคลีฉันนั้น เพราะเขาทั้งหลายปฏิเสธไม่รับพระธรรมของพระเจ้าจอมโยธา และ
ได้ดูหมิ่นพระวจนะขององค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล
|
|
25 |
เหตุฉะนั้น พระพิโรธของพระเจ้าจึงพลุ่งขึ้นต่อชนชาติของพระองค์ และพระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์
ออกสู้เขาและตีเขา และภูเขาทั้งหลายก็สั่นสะเทือน และซากศพของเขาทั้งหลายก็เหมือนขยะ ในกลางทาง ถึง
กระนั้นก็ดี พระพิโรธของพระองค์ก็มิได้หันกลับและพระหัตถ์ของพระองค์ก็ยังเหยียดออกอยู่
|
|
26 |
พระองค์จะทรงยกอาณัติสัญญาให้แก่ประชาชาติที่ห่างไกล และทรงผิวพระโอษฐ์เรียกเขามาจากที่สุดปลายแผ่นดิน
โลก และนี่แน่ะ เขามาอย่างเร็วและรีบเร่ง
|
|
27 |
ไม่มีผู้ใดในพวกเขาอ่อนเปลี้ย ไม่มีผู้ใดสะดุดไม่มีผู้ใดหลับสนิทหรือนิทรา ผ้าคาดเอวสักผืนหนึ่งก็ไม่หลุดลุ่ย สาย
รัดรองเท้าก็ไม่ขาดสักสายหนึ่ง
|
|
28 |
ลูกธนูของเขาก็แหลม คันธนูของเขาก็โก่งไว้ กีบม้าทั้งหลายของเขาเหมือนกับหินเหล็กไฟ และล้อของเขาทั้ง
หลายเหมือนลมบ้าหมู
|
|
29 |
เสียงคำรามของเขาเหมือนสิงห์ เหมือนสิงห์หนุ่ม เขาเหล่านั้นคำราม เขาจะคำรนและตะครุบเหยื่อของเขา และเขา
จะขนเอาไปเสีย และไม่มีผู้ใดช่วยเขา
|
|
30 |
ในวันนั้นเขาทั้งหลายจะคำรนเหนือเหยื่อนั้น เหมือนเสียงคะนองของทะเล และถ้ามีผู้หนึ่งผู้ใดมองที่แผ่นดิน ดูเถิด
ความมืดและความทุกข์ใจ และสว่างก็ถูกเมฆของแผ่นดินบดบังเสีย
|
|
01 |
ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับณพระที่นั่งสูงและเทิดทูนขึ้น และชาย
ฉลองพระองค์ของพระองค์เต็มพระวิหาร
|
|
02 |
เหนือพระองค์มีเสราฟิมยืนอยู่ แต่ละตนมีปีกหกปีก ใช้สองปีกบังหน้า และสองปีกคลุมเท้า และด้วยสองปีกบิน
ไป
|
|
03 |
ต่างก็ร้องต่อกันและกันว่า "บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าจอมโยธา แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มด้วยพระสิริของพระ
องค์"
|
|
04 |
และรากฐานของธรณีประตูทั้งหลาย ก็สั่นสะเทือนด้วยเสียงของผู้ร้อง และพระนิเวศก็มีควันเต็มไปหมด
|
|
05 |
และข้าพเจ้าว่า "วิบัติแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าพินาศแล้ว เพราะข้าพเจ้าเป็นคนริมฝีปากไม่สะอาด และข้าพเจ้าอยู่ใน
หมู่ชนชาติที่ริมฝีปากไม่สะอาด เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นกษัตริย์ คือพระเจ้าจอมโยธา"
|
|
06 |
แล้วตนหนึ่งในเสราฟิมบินมาหาข้าพเจ้า ในมือมีถ่านเพลิง ซึ่งเขาเอาคีมคีบมาจากแท่นบูชา
|
|
07 |
และเขาถูกต้องปากของข้าพเจ้าพูดว่า "ดูเถิด สิ่งนี้ได้ถูกต้องริมฝีปากของเจ้าแล้ว กรรมชั่วของเจ้าก็ถูกยกเสีย และ
เจ้าก็จะรับการลบมลทินบาป"
|
|
08 |
และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า "เราจะใช้ผู้ใดไป และผู้ใดจะไปแทนเรา" แล้วข้าพเจ้า
ทูลว่า "ข้าพระองค์นี่พระเจ้าข้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด"
|
|
09 |
และพระองค์ตรัสว่า "ไปเถอะและกล่าวแก่ชนชาตินี้ว่า 'ฟังแล้วฟังเล่า แต่อย่าเข้าใจ ดูแล้วดูเล่า แต่อย่ามองเห็น'
|
|
10 |
จงกระทำให้จิตใจของชนชาตินี้มึนงง และให้หูทั้งหลายของเขาหนัก และปิดตาของเขาทั้งหลายเสีย เกรงว่าเขาจะ
เห็นด้วยตาของเขา และได้ยินด้วยหูของเขา และเข้าใจด้วยจิตใจของเขา และหันกลับมาได้รับการรักษาให้หาย"
|
|
11 |
แล้วข้าพเจ้าว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า นานสักเท่าใด" และพระองค์ตรัสว่า "จนหัวเมืองทั้งหลายถูกทิ้งร้าง ไม่มี
ชาวเมือง และเรือนไม่มีคน และแผ่นดินก็ร้างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
|
|
12 |
และพระเจ้าทรงกวาดคนออกไปไกล และที่ที่ทอดทิ้งก็มีมากอยู่ท่ามกลางแผ่นดินนั้น
|
|
13 |
และแม้ว่ามีเหลืออยู่ในนั้นสักหนึ่งในสิบ ก็จะถูกเผาไฟอีก เหมือนต้นสนหรือต้นก่อหลวง ซึ่งเหลืออยู่แต่ตอ เมื่อ
ถูกโค่น" ตอของมันเป็นพันธุ์บริสุทธิ์
|
|
01 |
ในรัชกาลของอาหัสโอรสของโยธาม โอรสของอุสซียาห์ พระราชาแห่งยูดาห์ เรซีนพระราชาแห่งซีเรีย และเปคาห์
โอรสของเรมาลิยาห์ พระราชาแห่งอิสราเอลได้ขึ้นมายังเยรูซาเล็ม เพื่อกระทำสงครามกับเมืองนั้น แต่รบไม่ชนะ
|
|
02 |
เมื่อเขาไปบอกที่ราชสำนักของดาวิดว่า "ซีเรียไปตั้งค่ายอยู่ในเขตเอฟราอิมแล้ว" พระทัยของพระองค์และจิตใจของ
ประชาชนของพระองค์ก็สั่นเหมือนต้นไม้ในป่าสั่นอยู่หน้าลม
|
|
03 |
และพระเจ้าตรัสกับอิสยาห์ว่า "จงออกไปพบอาหัส ทั้งเจ้าและเชอารยาชูบ {แปลว่า ส่วนที่เหลืออยู่จะกลับมา}
บุตรชายของเจ้า ณ ที่ปลายท่อน้ำสระบนที่ถนนลานซักฟอก
|
|
04 |
และจงกล่าวแก่เขาว่า 'จงระวังและสงบใจอย่ากลัว อย่าให้พระทัยของพระองค์ขลาดด้วยเหตุเศษดุ้นฟืนที่จวนมอด
ทั้งสองนี้ เพราะความกริ้วอันร้ายแรงของเรซีน และซีเรีย และโอรสของเรมาลิยาห์
|
|
05 |
เพราะว่าซีเรียพร้อมกับเอฟราอิมและโอรสของเรมาลิยาห์ได้คิดการชั่วร้ายต่อพระองค์ กล่าวว่า
|
|
06 |
"ให้เราทั้งหลายขึ้นไปต่อสู้กับยูดาห์และทำให้มันคร้ามกลัว และให้เราทะลวงเอาเมืองของเขาเพื่อเราเอง และตั้งบุตร
ของทาเบเอลให้เป็นพระราชาท่ามกลางเมืองนั้น"
|
|
07 |
พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า มันจะไม่เป็นไป และจะไม่เกิดขึ้น
|
|
08 |
เพราะเศียรของซีเรียคือดามัสกัส และเศียรของดามัสกัสคือเรซีน (ภายในหกสิบห้าปีเอฟราอิมจะแตกเป็นชิ้นๆ
กระทั่งไม่เป็นชนชาติอีกแล้ว)
|
|
09 |
และเศียรของเอฟราอิมคือสะมาเรีย และเศียรของสะมาเรียคือโอรสของเรมาลิยาห์ ถ้าเจ้าไม่มั่นใจ แน่ละ ก็จะตั้งมั่น
เจ้าไว้ไม่ได้"
|
|
10 |
พระเจ้าตรัสกับอาหัสอีกว่า
|
|
11 |
"จงขอหมายสำคัญจากพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า จากที่ลึกคือแดนคนตายหรือที่สูงคือฟ้าสวรรค์ก็ได้"
|
|
12 |
แต่อาหัสตอบว่า "เราจะไม่ทูลขอ และเราจะไม่ทดลองพระเจ้า"
|
|
13 |
และท่านกล่าวว่า "ข้าแต่ข้าราชสำนักของดาวิด ขอจงฟังการที่จะให้มนุษย์อ่อนใจนั้นเล็กน้อยอยู่หรือ และท่านยัง
ให้พระเจ้าของข้าพเจ้าอ่อนพระทัยด้วย
|
|
14 |
เพราะฉะนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานหมายสำคัญเอง ดูเถิดหญิงสาว {ในฉบับเสปตัวยินต์ คือฉบับกรีก
โบราณใช้คำที่แปลว่า สาวพรหมจารีได้} คนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของ
ท่านว่า อิมมานูเอล {แปลว่า พระเจ้าทรงสถิตกับเราทั้งหลาย}
|
|
15 |
ท่านจะรับประทานนมข้นและน้ำผึ้ง เมื่อท่านรู้ที่จะปฏิเสธความชั่วและเลือกความดี
|
|
16 |
เพราะก่อนที่เด็กนั้นจะรู้ที่จะปฏิเสธความชั่ว และเลือกความดีนั้นแผ่นดินซึ่งพระราชาสององค์เป็นที่เกลียดกลัวของ
ฝ่าพระบาทนั้นจะร้างเปล่าไป
|
|
17 |
พระเจ้าจะทรงนำวันนั้นมาเหนือฝ่าพระบาท เหนือชนชาติของฝ่าพระบาทและเหนือเชื้อสายแห่งบิดาของฝ่าพระบาท
คือวันอย่างที่ไม่เคยพบเห็น ตั้งแต่วันที่เอฟราอิมได้พรากจากยูดาห์ คือพระราชาของอัสซีเรีย"
|
|
18 |
ในวันนั้น พระเจ้าจะทรงผิวพระโอษฐ์เรียกเหลือบซึ่งอยู่ทางต้นกำเนิดแม่น้ำแห่งอียิปต์ และเรียกผึ้งซึ่งอยู่ในแผ่น
ดินอัสซีเรีย
|
|
19 |
และมันจะมากันหมดและจับอยู่ที่ห้วยชัน และในซอกหิน และบนต้นหนามขี้แรดทั้งสิ้นและบนลานหญ้าทั้งสิ้น
|
|
20 |
ในวันนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโกนแผ่นดินเสียด้วยมีดโกนซึ่งเช่ามาจากฟากตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติส คือ
พระราชาแห่งอัสซีเรียนั้นเอง จะทรงทำให้แผ่นดินนั้นได้รับความอัปยศ
|
|
21 |
ในวันนั้นชายคนหนึ่งจะเลี้ยงแม่โคสาวไว้ตัวหนึ่งและแกะสองตัว
|
|
22 |
และเพราะมันให้นมมากมาย เขาจะรับประทานนมข้น เพราะว่าทุกคนที่เหลืออยู่ในแผ่นดินจะรับประทานนมข้น
และน้ำผึ้ง
|
|
23 |
ในวันนั้น ทุกแห่งที่เคยมีเถาองุ่นหนึ่งพันเถา มีค่าเงินหนึ่งพันเชเขล ก็จะกลายเป็นต้นหนามย่อยและหนามใหญ่
|
|
24 |
คนจะมาที่นั่นพร้อมกับคันธนูและลูกธนู เพราะว่าแผ่นดินนั้นจะเป็นที่หนามย่อยและหนามใหญ่
|
|
25 |
ส่วนเนินเขาทั้งสิ้นที่เขาเคยขุดด้วยจอบ เจ้าจะไม่มาที่นั่นเพราะกลัวหนามย่อยและหนามใหญ่ แต่เนินเขาเหล่านั้น
จะกลายเป็นที่ซึ่งเขาปล่อยฝูงโค และที่ซึ่งฝูงแกะจะเหยียบย่ำ
|
|
01 |
แล้วพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า "จงเอาแผ่นใหญ่สำหรับเขียนมาแผ่นหนึ่ง และจงเขียนอักษรง่ายๆลงว่า 'มาเฮอร์ชา
ลาลหัชบัส' {แปลว่า ของที่ถูกริบไปไว้ เหยื่อรีบเร่ง}
|
|
02 |
และข้าพเจ้าได้พยานที่เชื่อถือได้ คือ อุรีอาห์ปุโรหิตและเศคาริยาห์บุตรของเยเบเรคียาห์ให้เป็นพยานเพื่อข้าพเจ้า
|
|
03 |
และข้าพเจ้าได้เข้าไปหาหญิงผู้เผยพระวจนะ {คือ ภรรยาของท่านผู้เผยพระวจนะเอง} และเธอก็ตั้งครรภ์และคลอด
บุตรชายคนหนึ่ง และพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า "จงเรียกชื่อบุตรนั้นว่า มาเฮอร์ชาลาลหัชบัส
|
|
04 |
เพราะก่อนที่เด็กจะร้องเรียก "พ่อ แม่" ได้ทรัพย์สมบัติของดามัสกัสและของที่ริบได้จากสะมาเรียจะถูกขนเอาไปต่อ
พระพักตร์พระราชาอัสซีเรีย"
|
|
05 |
แล้วพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า
|
|
06 |
"เพราะว่าชนชาตินี้ได้ปฏิเสธน้ำแห่งชิโลอาห์ซึ่งไหลเอื่อยๆ และปีติยินดีต่อเรซีนและโอรสของเรมาลิยาห์
|
|
07 |
เพราะฉะนั้นดูเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงนำน้ำแห่งแม่น้ำยูเฟรติสมาสู้เขาทั้งหลาย ที่มีกำลังและมากหลายคือพระรา
ชาแห่งอัสซีเรียและพระสิริของพระองค์ และน้ำนั้นจะไหลล้นห้วยทั้งสิ้นของมัน และท่วมฝั่งทั้งสิ้นของมัน
|
|
08 |
และจะกวาดต่อไปเข้าในยูดาห์ และจะไหลท่วมและผ่านไปแม้จนถึงคอ และปีกอันแผ่กว้างของมันจะเต็มแผ่นดิน
ของท่านนะ ท่านอิมมานูเอล"
|
|
09 |
ชนชาติทั้งหลายเอ๋ย จงรู้และจงคร้ามกลัว บรรดาประเทศไกลๆทั้งหมดเจ้าเอ๋ย จงเงี่ยหู จงคาดเอวเจ้าไว้และจง
คร้ามกลัว จงคาดเอวเจ้าไว้และจงคร้ามกลัว
|
|
10 |
จงปรึกษากันเถิด แต่ก็จะไร้ผล จงพูดกันเถิด แต่ก็จะไม่สำเร็จผล เพราะว่าพระเจ้าทรงสถิตกับเรา
|
|
11 |
เพราะว่าพระเจ้าตรัสดังต่อไปนี้กับข้าพเจ้า พร้อมด้วยพระหัตถ์อันเข้มแข็ง และทรงตักเตือนข้าพเจ้ามิให้ดำเนินใน
ทางของชนชาตินี้ พระองค์ตรัสว่า
|
|
12 |
"สิ่งที่ชนชาตินี้เรียกว่า การร่วมคิดกบฏ เจ้าอย่าเรียกว่าการร่วมคิดกบฏเสียหมด อย่ากลัวสิ่งที่เขากลัวหรืออย่าครั่น
คร้าม
|
|
13 |
แต่พระเจ้าจอมโยธานั้นแหละ เจ้าต้องว่าพระองค์ศักดิ์สิทธิ์จงให้พระองค์ทรงเป็นผู้ที่เจ้ายำเกรง จงให้พระองค์ทรง
เป็นผู้ที่เจ้าครั่นคร้าม
|
|
14 |
แล้วพระองค์จะเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นหินกระทบเท้า และเป็นศิลาอันเป็นที่สะดุดของเชื้อสายทั้งคู่ของอิสรา
เอล เป็นกับและเป็นบ่วงดักชาวเยรูซาเล็ม
|
|
15 |
และคนเป็นอันมากจะสะดุดหินนั้น เขาทั้งหลายจะล้มลงและแตกหัก เขาจะติดบ่วงและถูกจับไป"
|
|
16 |
จงมัดถ้อยคำพยานเก็บไว้เสีย และจงตีตราพระโอวาทไว้ในหมู่พวกสาวกของข้าพเจ้าเสีย
|
|
17 |
ข้าพเจ้าจะรอคอยพระเจ้า ผู้ทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์จากเชื้อสายของยาโคบ และข้าพเจ้าจะหวังใจอยู่ที่พระ
องค์
|
|
18 |
ดูเถิด ข้าพเจ้าและบุตรผู้ซึ่งพระเจ้าทรงประทานแก่ข้าพเจ้าเป็นหมายสำคัญและเป็นลางในอิสราเอลจากพระเจ้าจอม
โยธา ผู้ทรงประทับบนภูเขาศิโยน
|
|
19 |
และเมื่อเขาทั้งหลายกล่าวแก่พวกท่านว่า "จงปรึกษากับคนทรงและพ่อมดแม่มดผู้ร้องเสียงจ๊อกแจ๊กและเสียงพึมพำ"
ไม่ควรที่ประชาชนจะปรึกษากับพระเจ้าของเขาหรือ ควรเขาจะไปปรึกษาคนตายเพื่อคนเป็นหรือ
|
|
20 |
ไปค้นพระโอวาทและถ้อยคำพยาน ดูเถิดแน่นอนทีเดียวคนที่ไปพูดเช่นนี้ก็เป็นคนที่ไม่มีรุ่งอรุณเสียเลย
|
|
21 |
เขาทั้งหลายจะผ่านแผ่นดินไปด้วยความระทมใจอันยิ่งใหญ่และด้วยความหิว และเมื่อเขาหิวเขาจะเกรี้ยวกราดและ
แช่งด่าพระราชาของเขาและพระเจ้าของเขา และแม้เขาจะแหงนหน้าขึ้นข้างบน
|
|
22 |
หรือจะมองดูที่แผ่นดินโลก แต่ดูเถิด ความทุกข์ใจและความมืด ความกลุ้มแห่งความแสนระทม และเขาจะถูก
ผลักไสเข้าไปในความมืดทึบ
|
|
01 |
เมืองนั้นซึ่งอยู่ในความแสนระทมจะไม่กลัดกลุ้ม ในกาลก่อนพระองค์ทรงนำแคว้นเศบูลุนและแคว้นนัฟทาลีมาสู่
ความดูหมิ่น แต่ในกาลภายหลังพระองค์จะทรงกระทำให้หนทางข้างทะเล แคว้นฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน
คือ กาลิลี {หรือ แขวง} แห่งบรรดาประชาชาติให้รุ่งโรจน์
|
|
02 |
ชนชาติที่ดำเนินในความมืด จะได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่ บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินแห่งเงามัจจุราช สว่างจะได้
ส่องมาบนเขา
|
|
03 |
พระองค์จะได้ทรงทวีชนในประชาชาตินั้นขึ้น พระองค์จะทรงเพิ่มความชื่นบานของเขา เขาทั้งหลายจะเปรมปรีดิ์ต่อ
พระพักตร์พระองค์ ดั่งด้วยความชื่นบานเมื่อฤดูเกี่ยวเก็บ ดั่งคนเปรมปรีดิ์เมื่อเขาแบ่งของริบมานั้นแก่กัน
|
|
04 |
เพราะว่าแอกอันเป็นภาระของเขาก็ดี ไม้พลองที่ตีบ่าเขาก็ดี ไม้ตะบองของผู้บีบบังคับเขาก็ดี พระองค์จะทรงหักเสีย
อย่างในวันของคนมีเดียน
|
|
05 |
เพราะรองเท้าทุกคู่ที่กระทืบไปอย่างสั่นสะเทือนและเสื้อคลุมทุกตัวที่เกลือกอยู่ในโลหิต จะถูกเผาเป็นเชื้อเพลิงใส่ไฟ
|
|
06 |
ด้วยมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรชายคนหนึ่งประทานมาให้เรา และการปกครองจะอยู่ที่บ่าของท่าน และท่าน
จะเรียกนามของท่านว่า "ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช"
|
|
07 |
เพื่อการปกครองของท่านจะเพิ่มพูนยิ่งขึ้น และสันติภาพจะไม่มีที่สิ้นสุด เหนือพระที่นั่งของดาวิด และเหนือราช
อาณาจักรของพระองค์ ที่จะสถาปนาไว้ และเชิดชูไว้ ด้วยความยุติธรรมและด้วยความชอบธรรม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้น
ไปจนนิรันดรกาล ความกระตือรือร้นของพระเจ้าจอมโยธาจะกระทำการนี้
|
|
08 |
องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้พระวจนะไปต่อสู้ยาโคบ และจะตกอยู่เหนืออิสราเอล
|
|
09 |
และประชาชนทั้งสิ้นจะรู้เรื่อง คือเอฟราอิมและชาวสะมาเรีย ผู้กล่าวด้วยความเย่อหยิ่งและด้วยจิตใจจองหอง
|
|
10 |
ว่า "ก้อนอิฐพังลงแล้ว แต่เราจะสร้างด้วยศิลาสลัก ต้นมะเดื่อถูกโค่นลง แต่เราจะใส่ต้นสีดาร์เข้าแทนไว้ในที่นั้น"
|
|
11 |
พระเจ้าจึงทรงหนุนปฏิปักษ์ของเรซีนมาสู้เขาและทรงกระตุ้นศัตรูของเขา
|
|
12 |
คือคนซีเรียทางตะวันออกและคนฟีลิสเตียทางตะวันตกและเขาจะอ้าปากออกกลืนอิสราเอลเสีย ถึงกระนั้นก็ดีพระ
พิโรธของพระองค์ก็ยังมิได้หันกลับ และพระหัตถ์ของพระองค์ยังเหยียดออกอยู่
|
|
13 |
ประชาชนมิได้หันมาหาพระองค์ผู้ทรงตีเขา มิได้แสวงหาพระเจ้าจอมโยธา
|
|
14 |
พระเจ้าจึงทรงตัดหัวตัดหางออกเสียจากอิสราเอลทั้งใบตาลและต้นอ้อเล็กในวันเดียว
|
|
15 |
ผู้ใหญ่และคนมีเกียรติคือหัว และผู้เผยพระวจนะผู้สอนเท็จเป็นหาง
|
|
16 |
เพราะบรรดาผู้ที่นำชนชาตินี้ได้นำเขาให้หลงและบรรดาผู้ที่เขานำก็ถูกกลืนไป
|
|
17 |
ฉะนั้น พระผู้เป็นเจ้าหาทรงเปรมปรีดิ์ในคนหนุ่มของเขาไม่ และมิได้ทรงมีพระกรุณาต่อคนกำพร้าพ่อหรือหญิงม่าย
ของเขา เพราะว่าทุกคนก็ไร้พระเจ้าและเป็นคนทำความชั่วและปากทุกปากก็กล่าวคำโฉดเขลา ถึงกระนั้นก็ดี พระ
พิโรธของพระองค์ก็ยังมิได้หันกลับ และพระหัตถ์ของพระองค์ยังเหยียดออกอยู่
|
|
18 |
เพราะความอธรรมก็ไหม้เหมือนไฟไหม้ มันผลาญทั้งหนามย่อยและหนามใหญ่ มันจุดไฟเข้าที่ป่าทึบ และป่าทึบก็
ม้วนขึ้นข้างบนเหมือนควันเป็นลูกๆ
|
|
19 |
แผ่นดินนั้นถูกเผา โดยเหตุพระพิโรธของพระเจ้าจอมโยธา ประชาชนก็เหมือนเชื้อเพลิง ไม่มีคนใดไว้ชีวิตพี่น้อง
ของตน
|
|
20 |
เขาฉวยได้ทางขวา แต่ยังหิวอยู่ เขากินทางซ้ายแต่ก็ยังไม่อิ่ม ต่างก็กินเนื้อพี่น้องของตนเอง
|
|
21 |
มนัสเสห์กินเอฟราอิม เอฟราอิมกินมนัสเสห์ และทั้งคู่ก็สู้กับยูดาห์ ถึงกระนั้นก็ดีพระพิโรธของพระองค์ก็ยังมิได้
หันกลับ และพระหัตถ์ของพระองค์ยังเหยียดออกอยู่
|
|
01 |
วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ออกกฎหมายอธรรม และแก่ผู้เขียนที่เขียนแต่การบีบคั้นเรื่อยไป
|
|
02 |
เพื่อหันคนขัดสนไปจากความยุติธรรม และปล้นสิทธิของคนจนแห่งชนชาติของเราเสีย เพื่อว่าหญิงม่ายจะเป็นของ
ริบของเขา และเพื่อเขาจะกระทำให้คนกำพร้าพ่อเป็นเหยื่อของเขา
|
|
03 |
พวกเจ้าจะกระทำอย่างไรในวันลงทัณฑ์ ในวันวาตภัยซึ่งมาจากที่ไกล เจ้าจะหนีไปพึ่งใคร และเจ้าจะฝากทรัพย์
สมบัติของเจ้าไว้ที่ไหน
|
|
04 |
ไม่มีอะไรเหลือนอกจากจะไปหลังขดหลังงออยู่กับนักโทษ หรือล้มลงในหมู่พวกคนที่ถูกฆ่า ถึงกระนั้นก็ดี พระ
พิโรธของพระองค์ก็ยังมิได้หันกลับ และพระหัตถ์ของพระองค์ยังเหยียดออกอยู่
|
|
05 |
วิบัติแก่อัสซีเรีย ผู้เป็นตะบองแห่งความกริ้วของเรา และเป็นไม้พลองแห่งความเกรี้ยวกราดของเรา
|
|
06 |
เราจะใช้เขาไปสู้ประชาชาติที่ปฏิเสธพระเจ้าเราจะบัญชาเขาให้ไปสู้ชนชาติที่เรากริ้ว ไปเอาของริบและฉวยของปล้น
และให้เหยียบย่ำลงเหมือนเหยียบเลนในถนน
|
|
07 |
แต่เขามิได้ตั้งใจอย่างนั้น และจิตใจของเขาก็มิได้คิดอย่างนั้น แต่ในใจของเขาคิดจะทำลาย และตัดประชาชาติเสียมิ
ใช่เล็กน้อย
|
|
08 |
เพราะเขาพูดว่า "ผู้บังคับบัญชาของข้าเป็นพระราชาหมดมิใช่หรือ
|
|
09 |
เมืองคาลโนก็เหมือนเมืองคารเคมิชมิใช่หรือ เมืองฮามัทก็เหมือนเมืองอารปัดมิใช่หรือ เมืองสะมาเรียก็เหมือนเมือง
ดามัสกัสมิใช่หรือ
|
|
10 |
เหมือนอย่างมือของเราไปถึงบรรดาราชอาณาจักรของรูปเคารพ ซึ่งรูปเคารพแกะสลักของเขานั้นใหญ่กว่าของเยรูซา
เล็มและสะมาเรีย
|
|
11 |
เราก็จะไม่ทำแก่เยรูซาเล็มกับรูปเคารพของเขาดอกหรือ ดังที่เราได้ทำแก่สะมาเรียและรูปเคารพของเขา"
|
|
12 |
เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสำเร็จ พระราชกิจทั้งสิ้นของพระองค์ที่ภูเขาศิโยนและที่เยรูซาเล็มแล้ว พระองค์จะทรงลง
ทัณฑ์แก่ความโอ้อวดอันจองหองของพระราชาแห่งอัสซีเรีย และความเย่อหยิ่งอย่างยโสของเขา
|
|
13 |
เพราะเขาว่า "ข้าได้กระทำการนี้ด้วยกำลังมือของข้า และด้วยสติปัญญาของข้าเพราะข้ามีความเข้าใจ ข้าได้รื้อเขต
แดนของชนชาติทั้งหลาย และได้ปล้นทรัพย์สมบัติของเขา ข้าได้ขวิดคนเหล่านั้นที่นั่งบนพระที่นั่ง {หรือ บรรดา
ชาวเมือง} ลงมาเหมือนวัวผู้
|
|
14 |
มือของข้าได้ฉวยทรัพย์สมบัติของชนชาติทั้งหลายเหมือนฉวยรังนก และอย่างคนเก็บไข่ซึ่งละทิ้งไว้ ข้าก็รวบรวม
แผ่นดินโลกทั้งสิ้นดังนั้นแหละ และไม่มีผู้ใดขยับปีกมาปก หรืออ้าปากหรือร้องเสียงจ๊อกแจ๊ก"
|
|
15 |
เหล็กสะกัดจะคุยข่มคนที่ใช้มันสกัดนั้นหรือหรือเลื่อยจะทะนงตัวเหนือผู้ที่ใช้มันเลื่อยนั้นหรือ เหมือนกับว่าตะบอง
จะยกผู้ซึ่งถือมันขึ้นตี หรืออย่างไม้พลองจะยกผู้ที่มิใช่ไม้
|
|
16 |
ฉะนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธา จะทรงให้โรคผอมแห้งมาในหมู่พวกคนอ้วนพีของเขา ภายใต้เกียรติ
ของเขาจะมีการไหม้ใหญ่โต เหมือนอย่างไฟไหม้
|
|
17 |
ความสว่างแห่งอิสราเอลจะเป็นไฟ และองค์บริสุทธิ์ของท่านจะกลายเป็นเปลวเพลิง และจะเผาและกินเสียในวัน
เดียว ซึ่งหนามใหญ่และหนามย่อยของเขา
|
|
18 |
พระองค์จะทรงทำลาย ศักดิ์ศรีแห่งป่าของเขาและแห่งสวนผลไม้ของเขา ทั้งวิญญาณจิตและร่างกาย และจะเป็น
เหมือนเวลาคนเจ็บซูบซีดลงไป
|
|
19 |
ต้นไม้แห่งป่าของเขาจะเหลือน้อยเต็มที จนเด็กๆจะเขียนลงได้
|
|
20 |
ในวันนั้น คนอิสราเอลที่เหลืออยู่ และคนรอดตายแห่งเชื้อสายของยาโคบ จะไม่พิงผู้ที่ตีเขาอีก แต่จะพักพิงที่พระ
เจ้า องค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล โดยความสัตย์จริง
|
|
21 |
ส่วนคนที่เหลืออยู่จะกลับมายังพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ คือคนที่เหลืออยู่ของยาโคบ
|
|
22 |
อิสราเอลเอ๋ย เพราะแม้ว่าชนชาติของเจ้าจะเป็นดั่งทรายในทะเลคนที่เหลืออยู่เท่านั้นจะกลับมา การทำลายนั้น
กำหนดไว้แล้ว ล้นหลามไปด้วยความชอบธรรม
|
|
23 |
เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธาจะทรงกระทำให้สิ้นสุดลงตามที่กำหนดไว้แล้วในท่ามกลางแผ่นดิน
โลกทั้งสิ้น
|
|
24 |
ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า "ชนชาติของเราเอ๋ย ผู้อยู่ในศิโยน อย่ากลัวคนอัสซีเรีย เมื่อ
เขาตีด้วยตะบองและยกไม้พลองของเขาขึ้นสู้เจ้าอย่างที่ในอียิปต์
|
|
25 |
เพราะอีกสักหน่อยเท่านั้นความกริ้วของเจ้าจะสิ้นสุด และความโกรธของเราจะมุ่งตรงที่การทำลายเขา
|
|
26 |
และพระเจ้าจอมโยธาจะทรงเหวี่ยงแส้มาสู้เขา ดังที่พระองค์ทรงโจมตีคนมีเดียนณศิลาโอเรบ และไม้พลองของพระ
องค์ที่เคยอยู่เหนือทะเล พระองค์จะทรงยกขึ้นอย่างที่ในอียิปต์
|
|
27 |
และในวันนั้นภาระของเขาจะพรากไปจากบ่าของเจ้า และแอกของเขาจะถูกทำลายเสียจากคอของเจ้า"เขาขึ้นไปจาก
สะมาเรียแล้ว
|
|
28 |
เขาได้มาถึงอัยยาทแล้ว เขาได้ข้ามมิโกรน เขาเก็บสัมภาระของเขาไว้ที่มิคมาช
|
|
29 |
เขาเหล่านั้นผ่านช่องหว่างเขามาแล้ว เกบาเป็นที่เขาค้างคืน รามาห์สะทกสะท้าน กิเบอาห์ของซาอูลหนีไปแล้ว
|
|
30 |
ธิดาของกัลลิมเอ๋ย ส่งเสียงร้องซี ไลชาห์เอ๋ย ฟังซี อานาโธทเอ๋ย น่าสงสารจริง
|
|
31 |
มัดเมนาห์กำลังหนีอยู่ คนเกบิมหนีให้พ้นภัย
|
|
32 |
ในวันนี้เองเขาจะหยุดอยู่ที่เมืองโนบ เขาจะสั่นกำปั้นของเขา เข้าใส่ภูเขาแห่งธิดาของศิโยน เนินเขาของเยรูซาเล็ม
|
|
33 |
ดูเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธา จะทรงตัดกิ่งไม้ด้วยกำลังอันน่าคร้ามกลัว ต้นที่สูงยิ่งจะถูกโค่นลงมา
และต้นที่สูงจะต้องถูกทลายลง
|
|
34 |
พระองค์จะทรงใช้ขวานฟันป่าทึบ และเลบานอนซึ่งมีต้นไม้สูงตระหง่านจะล้มลง
|
|
01 |
จะมีหน่อแตกออกมาจากตอแห่งเจสซี จะมีกิ่งงอกออกมาจากรากทั้งหลายของเขา
|
|
02 |
และพระวิญญาณของพระเจ้าจะอยู่บนท่านนั้น คือวิญญาณแห่งปัญญาและความเข้าใจ วิญญาณแห่งการวินิจฉัยและ
อานุภาพ วิญญาณแห่งความรู้และความยำเกรงพระเจ้า
|
|
03 |
ความพึงใจของท่านก็ในความยำเกรงพระเจ้า ท่านจะไม่พิพากษาตามซึ่งตาท่านเห็น หรือตัดสินตามซึ่งหูท่านได้ยิน
|
|
04 |
แต่ท่านจะพิพากษาคนจนด้วยความชอบธรรม และตัดสินเผื่อผู้มีใจถ่อมแห่งแผ่นดินโลก {หรือ แผ่นดิน} ด้วย
ความเที่ยงธรรม ท่านจะตีโลกด้วยตะบองแห่งปากของท่าน และท่านจะประหารคนอธรรมด้วยลมแห่งริมฝีปากของ
ท่าน
|
|
05 |
ความชอบธรรมจะเป็นผ้าคาดเอวของท่าน และความสัตย์สุจริตจะเป็นผ้าคาดบั้นเอวของท่าน
|
|
06 |
สุนัขป่าจะอยู่กับลูกแกะ และเสือดาวจะนอนอยู่กับลูกแพะ ลูกโคกับสิงห์หนุ่มจะหากินอยู่ด้วยกัน และเด็กเล็กๆ
จะนำมันไป
|
|
07 |
แม่โคกับหมีจะกินด้วยกัน ลูกของมันก็จะนอนอยู่ด้วยกัน และสิงห์จะกินฟางเหมือนวัวผู้
|
|
08 |
และทารกกินนมจะเล่นอยู่ที่ปากรูงูเห่า และเด็กที่หย่านมจะเอามือวางบนรังของงูทับทาง
|
|
09 |
สัตว์เหล่านั้นจะไม่ทำให้เจ็บหรือจะทำลาย ทั่วภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา เพราะว่าแผ่นดินโลก {หรือ แผ่นดิน} จะเต็ม
ไปด้วยความรู้เรื่องของพระเจ้า ดั่งน้ำปกคลุมทะเลอยู่นั้น
|
|
10 |
ในวันนั้น รากแห่งเจสซี ซึ่งตั้งขึ้นเป็นเครื่องหมายแก่ชนชาติทั้งหลาย จะเป็นที่แสวงหาของบรรดาประชาชาติ
และที่พำนักของท่านจะรุ่งโรจน์
|
|
11 |
ในวันนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์ออกไปเป็นครั้งที่สอง เพื่อจะได้ส่วนชนชาติของพระ
องค์ที่เหลืออยู่คืนมา เป็นคนเหลือจากอัสซีเรีย จากอียิปต์ จากปัทโรส จากเอธิโอเปีย จากเอลาม จากชินาร์ จาก
ฮามัท และแผ่นดินชายทะเล
|
|
12 |
พระองค์จะทรงยกเครื่องหมายนั้นขึ้นให้แก่บรรดาประชาชาติ และจะชุมนุมอิสราเอลที่พลัดพราก และรวบรวมยู
ดาห์ที่กระจัดกระจาย จากสี่มุมแห่งแผ่นดินโลก
|
|
13 |
ความริษยาของเอฟราอิมจะพรากไป และบรรดาผู้ที่รบกวนยูดาห์ {หรือ บรรดาคนในยูดาห์ผู้ทำการรบกวน} จะ
ถูกตัดออกไป เอฟราอิมจะไม่ริษยายูดาห์ และยูดาห์จะไม่รบกวนเอฟราอิม
|
|
14 |
แต่เขาทั้งหลายจะโฉบลงเหนือไหล่เขาของคนฟีลิสเตียทางตะวันตก และเขาจะร่วมกันปล้นประชาชนทางตะวัน
ออก เขาจะยื่นมือออกต่อสู้เอโดมและโมอับ และคนอัมโมนจะเชื่อฟังเขาทั้งหลาย
|
|
15 |
และพระเจ้าจะทรงทำลาย ลิ้นของทะเลแห่งอียิปต์เสียทีเดียว และจะทรงโบกพระหัตถ์เหนือแม่น้ำนั้น ด้วยลม
ลวกของพระองค์ และจะโจมตีมันให้เป็นร่องน้ำเจ็ดสาย และคนสวมรองเท้าจะเดินข้ามไปได้
|
|
16 |
และจะมีถนนหลวงจากอัสซีเรีย สำหรับคนที่เหลืออยู่จากชนชาติของพระองค์ ดั่งที่มีอยู่สำหรับอิสราเอล ครั้งเมื่อ
เขาขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์
|
|
01 |
ครุวาทเกี่ยวกับบาบิโลน ตามซึ่งอิสยาห์บุตรชายของอามอสได้เห็น
|
|
02 |
จงชูอาณัติสัญญาขึ้นบนภูเขาหัวโล้น จงร้องเรียกเขาทั้งหลาย จงโบกมือให้เขาเข้าไป ในประตูเมืองของเจ้านาย
|
|
03 |
ตัวเราเองได้บัญชาแก่ผู้ที่เลือกสรรของเราได้เกณฑ์ชายฉกรรจ์ของเรา ให้จัดการตามความโกรธของเรา คือผู้ที่เต้นโลด
อย่างภูมิใจของเรา
|
|
04 |
ฟังซิ เสียงอึงอลบนภูเขา ดั่งเสียงมวลชนมหึมา ฟังซี เสียงอึงคนึงของราชอาณาจักรทั้งหลาย ของบรรดาประชา
ชาติที่รวมเข้าด้วยกัน พระเจ้าจอมโยธากำลังระดม พลเพื่อสงคราม
|
|
05 |
เขาทั้งหลายมาจากแผ่นดินอันไกล จากสุดปลายฟ้าสวรรค์ พระเจ้าและอาวุธแห่งพระพิโรธของพระองค์ เพื่อจะ
ทำลายแผ่นดินโลก {หรือ แผ่นดิน} ทั้งสิ้น
|
|
06 |
จงพิลาปร่ำไห้ซิ เพราะวันแห่งพระเจ้ามาใกล้แล้ว วันนั้นจะมา เป็นการทำลาย จากองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
|
|
07 |
เพราะฉะนั้น ทุกๆ มือก็จะอ่อนเปลี้ย และจิตใจของทุกคนก็จะละลายไป
|
|
08 |
และเขาทั้งหลายจะตกใจกลัว ความเจ็บและความปวดจะเกาะเขา เขาจะทุรนทุรายดั่งหญิงกำลังคลอดบุตร เขาจะ
มองตากันอย่างตกตะลึง หน้าของเขาแดงเป็นแสงไฟ
|
|
09 |
ดูเถิด วันของพระเจ้าจะมา ดุร้าย ด้วยความพิโรธและความโกรธอันเกรี้ยวกราด ที่จะกระทำให้แผ่นดินโลก {หรือ
แผ่นดิน} เป็นที่ร้างเปล่า และเพื่อจะทำลายคนบาปของโลกเสียจากโลก
|
|
10 |
เพราะดวงดาวแห่งฟ้าสวรรค์ และหมู่ดาวในนั้นจะไม่ทอแสงของมัน ดวงอาทิตย์ก็จะมืดเมื่อเวลาขึ้น และดวง
จันทร์จะไม่ส่องแสงของมัน
|
|
11 |
เราจะลงโทษโลกเพราะความชั่วร้าย และคนอธรรมเพราะความบาปผิดของเขา เราจะกระทำให้ความเย่อหยิ่งของคน
จองหองสิ้นสุด และปราบความยโสของคนโหดร้าย
|
|
12 |
เราจะกระทำให้หาคนยากเสียยิ่งกว่าหาทองคำนพคุณ และหามนุษย์ได้ยากยิ่งกว่าหาทองคำแห่งโอฟีร์
|
|
13 |
เพราะฉะนั้น เราจะกระทำให้ฟ้าสวรรค์สั่นสะเทือนและแผ่นดินโลกจะสะท้านพลัดจากที่ของมัน โดยพระพิโรธ
ของพระเจ้าจอมโยธา ในวันแห่งความโกรธอันเกรี้ยวกราดของพระองค์
|
|
14 |
คนทุกคนจะหันเข้าสู่ชนชาติของตนเอง และคนทุกคนจะหนีไปยังแผ่นดินของตนเอง ดั่งละมั่งที่ถูกล่า หรือ
เหมือนแกะที่ไม่มีผู้รวมฝูง
|
|
15 |
ถ้าเขาพบใครเข้าก็จะถูกแทงทะลุ และถ้าใครถูกจับก็จะล้มลงด้วยดาบ
|
|
16 |
ทารกของเขาจะถูกฟาดลงอย่างยับเยิน ต่อหน้าต่อตาเขา เรือนของเขาจะถูกปล้น และภรรยาของเขาจะถูกขืนใจ
|
|
17 |
ดูเถิด เรากำลังรบเร้าให้ชาวมีเดียมาสู้เขาผู้ซึ่งไม่เอาใจใส่ในเรื่องเงิน และไม่ไยดีในเรื่องทองคำ
|
|
18 |
คันธนูของเขาจะสังหารชายหนุ่ม เขาจะไม่ปรานีต่อผลของครรภ์ นัยน์ตาของเขาจะไม่สงสารเด็ก
|
|
19 |
และบาบิโลน ซึ่งโอ่อ่าในบรรดาราชอาณาจักร เมืองที่สง่าและเป็นที่ภูมิใจของชาวเคลเดีย จะเป็นดังเมืองโสโดม
และเมืองโกโมราห์ เมื่อพระเจ้าทรงคว่ำมันเสียนั้น
|
|
20 |
จะไม่มีใครเข้าอยู่ในบาบิโลน หรืออาศัยอยู่ตลอดทุกชั่วชาตพันธุ์ คนอาหรับจะไม่กางเต็นท์ของเขาที่นั่น ไม่มีผู้
เลี้ยงแกะที่จะให้แกะของเขานอนลงที่นั่น
|
|
21 |
แต่สัตว์ป่าจะนอนลงที่นั่น และบ้านเรือนในนั้นจะเต็มไปด้วยนกทึดทือ นกกระจอกเทศจะอาศัยที่นั่น เมษปิศาจ
จะเต้นรำอยู่ที่นั่น
|
|
22 |
หมาจิ้งจอกจะเห่าหอนอยู่ในป้อมปราสาทของเมืองนั้น และหมาป่าจะอยู่ในวังแสนสุข เวลาของเมืองนั้นก็ใกล้เข้า
มาแล้ว และวันเวลาของมันจะไม่ยืดให้ยาวไป
|
|
01 |
พระเจ้าจะทรงมีเมตตาต่อยาโคบและจะทรงเลือกอิสราเอลอีก และจะตั้งเขาทั้งหลายไว้ในแผ่นดินของเขา คนต่าง
ด้าวจะสมทบกับเขา และติดพันอยู่กับเชื้อสายของยาโคบ
|
|
02 |
และชนชาติทั้งหลายจะรับเขาและนำเขาทั้งหลายมายังที่ของเขา และเชื้อสายของอิสราเอลจะมีกรรมสิทธิ์ในเขาเป็น
ทาสชายหญิงในแผ่นดินของพระเจ้า ผู้ที่จับเขาเป็นเชลยจะถูกเขาจับเป็นเชลย และจะปกครองผู้ที่เคยบีบบังคับเขา
|
|
03 |
เมื่อพระเจ้าประทานให้เจ้าได้หยุดพักจากความเจ็บปวดของเจ้า และจากความวุ่นวายและจากงานหนักซึ่งเจ้าถูกบังคับ
ให้กระทำ
|
|
04 |
เจ้าจะยกคำเย้ยหยันนี้กล่าวต่อพระราชาแห่งบาบิโลนว่า "เออ ผู้บีบบังคับก็สงบไปแล้วหนอ ความทะลึ่งเกรี้ยว
กราดของเขาก็สงบไปด้วยซิ
|
|
05 |
พระเจ้าทรงหักไม้พลองของคนอธรรม คทาของผู้ครอบครอง
|
|
06 |
ซึ่งตีชนชาติทั้งหลายด้วยความพิโรธ ด้วยการตีอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งได้ครอบครองประชาชาติด้วยความโกรธ ด้วย
การข่มเหงอย่างที่ไม่อ่อนข้อ
|
|
07 |
โลกทั้งสิ้นก็พักและสงบอยู่ เขาทั้งหลายร้องเพลงโพล่งออกมา
|
|
08 |
ต้นสนสามใบเปรมปรีดิ์เพราะเจ้า ต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอนด้วยและกล่าวว่า 'ตั้งแต่เจ้าตกต่ำ ก็ไม่มีผู้โค่นขึ้นมาต่อ
สู้เราแล้ว'
|
|
09 |
แดนคนตายเบื้องล่างก็ตื่นเต้น เพื่อต้อนรับเจ้าเมื่อเจ้ามา มันปลุกให้ชาวแดนมาต้อนรับเจ้า คือผู้ซึ่งเคยเป็นผู้นำของ
โลก มันทำให้บรรดาผู้ที่เคยเป็นพระราชาแห่งประชาชาติทั้งหลาย ลุกขึ้นมาจากพระที่นั่งของเขา
|
|
10 |
ทุกตนจะพูด และกล่าวแก่เจ้าว่า 'เจ้าก็อ่อนเปลี้ยอย่างเราด้วย เจ้ากลายเป็นอย่างพวกเรา'
|
|
11 |
ความโอ่อ่าของเจ้าถูกนำลงมาถึงแดนคนตาย และเสียงพิณของเจ้า ตัวหนอนจะเป็นที่นอนอยู่ใต้ตัวเจ้า และตัว
หนอนจะเป็นผ้าห่มของเจ้า
|
|
12 |
"โอ ดาวประจำกลางวันเอ๋ย พ่อโอรสแห่งพระอรุณเจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วซิ เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดิน
อย่างไรหนอ เจ้าผู้กระทำให้บรรดาประชาชาติตกต่ำน่ะ
|
|
13 |
เจ้ารำพึงในใจของเจ้าว่า 'ข้าจะขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์ เหนือดวงดาวทั้งหลายของพระเจ้า ข้าจะตั้งพระที่นั่งของข้าณที่
สูงนั้น ข้าจะนั่งบนขุนเขาชุมนุมสถาน {คือ สถานเทพชุมนุม}ณที่อุดรไกล
|
|
14 |
ข้าจะขึ้นไปเหนือความสูงของเมฆ ข้าจะกระทำตัวของข้าเหมือนองค์ผู้สูงสุด'
|
|
15 |
แต่เจ้าถูกนำลงมาสู่แดนคนตาย ยังที่ลึกของปากแดน
|
|
16 |
บรรดาผู้ที่เห็นเจ้าจะเพ่งดูเจ้า และจะพิจารณาเจ้าว่า 'ชายคนนี้หรือที่ทำให้โลกสั่นสะเทือน ผู้เขย่าราชอาณาจักรทั้ง
หลาย
|
|
17 |
ผู้ที่ได้กระทำให้โลกเป็นเหมือนถิ่นทุรกันดารและคว่ำหัวเมืองของโลกเสีย ผู้ไม่ยอมให้เชลยกลับไปบ้านของเขา'
|
|
18 |
พระราชาทั้งสิ้นของบรรดาประชาชาตินอนอยู่อย่างมีเกียรติ ต่างก็อยู่ในอุโมงค์ของตน
|
|
19 |
แต่เจ้าถูกเหวี่ยงออกไป ห่างจากหลุมศพของเจ้าเป็นศพที่น่าเกลียด สวมเสื้อของผู้ที่ถูกฆ่า คือที่ถูกแทงด้วยดาบซึ่ง
ลงไปยังศิลาของหลุมศพ เป็นศพที่ถูกเหยียบย่ำ
|
|
20 |
เจ้าจะไม่ได้รับการฝังศพร่วมกับเขา เพราะเจ้าได้ทำลายแผ่นดินของเจ้า เจ้าได้สังหารประชาชนของเจ้า "ขออย่าให้
ใครเอ่ยถึงชื่อของเชื้อวงศ์แห่งผู้กระทำความชั่วอีกเลย
|
|
21 |
จงเตรียมสังหารลูกๆของเขาเถิด เพราะกรรมชั่วแห่งบิดาของเขา เกรงว่าเขาทั้งหลายจะลุกขึ้นเป็นเจ้าของโลก และ
กระทำให้พื้นโลกเต็มไปด้วยหัวเมือง"
|
|
22 |
พระเจ้าจอมโยธา ตรัสว่า "เราจะลุกขึ้นสู้กับเขา และจะตัดชื่อกับคนที่เหลืออยู่เสียจากบาบิโลน และตัดลูกหลาน
และพงศ์พันธุ์เสีย" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
|
|
23 |
"และเราจะกระทำให้เป็นกรรมสิทธิ์ของอีกาบ้าน และเป็นสระน้ำ และจะกวาดด้วยไม้กวาดแห่งการทำลาย" พระ
เจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ
|
|
24 |
พระเจ้าจอมโยธาได้ทรงปฏิญาณว่า 'เรากะแผนงานไว้อย่างไร ก็จะเป็นไปอย่างนั้น และเราได้มุ่งหมายไว้อย่างไร
ก็จะเกิดขึ้นอย่างนั้น
|
|
25 |
คือว่าเราจะตีคนอัสซีเรียในแผ่นดินของเราให้ย่อยยับไป และบนภูเขาของเรา เหยียบย่ำเขาไว้ และแอกของเขานั้น
จะพรากไปจากเขาทั้งหลาย และภาระของเขานั้นจากบ่าของเขาทั้งหลาย"
|
|
26 |
นี่เป็นความมุ่งหมายที่มุ่งหมายไว้ เกี่ยวกับแผ่นดินโลกทั้งสิ้น และนี่เป็นพระหัตถ์ซึ่งเหยียดออก เหนือบรรดา
ประชาชาติทั้งสิ้น
|
|
27 |
เพราะพระเจ้าจอมโยธาทรงมุ่งไว้แล้ว ผู้ใดเล่าจะลบล้างเสียได้ พระหัตถ์ของพระเจ้าทรงเหยียดออก และผู้ใดจะ
หันให้กลับได้
|
|
28 |
ในปีที่กษัตริย์อาหัสสิ้นพระชนม์ครุวาทนี้มีมา ว่า
|
|
29 |
"ประเทศฟีลิสเตียเอ๋ย เจ้าทุกคนอย่าเปรมปรีดิ์ไปเลย ว่าตะบองซึ่งตีเจ้านั้นหักเสียแล้ว เพราะงูทับทางจะออกมา
จากรากเง่าของงู และผลของมันจะเป็นงูแมวเซา
|
|
30 |
และลูกหัวปีของคนยากจนจะมีอาหารกิน และคนขัดสนจะนอนลงอย่างปลอดภัย แต่เราจะฆ่ารากเง่าของเจ้าด้วย
การกันดารอาหาร และคนที่เหลืออยู่ของเจ้าจะถูกสังหารเสีย
|
|
31 |
ประตูเมืองเอ๋ย พิลาปร่ำไห้ซิ กรุงเอ๋ย จงร้องไห้ ประเทศฟีลิสเตียเอ๋ย เจ้าทุกคนจงละลายเสียในความกลัว เพราะ
ควันออกมาจากอุดร และไม่มีคนล้าหลังในแถวของเขาเลย"
|
|
32 |
จะตอบทูตของประชาชาตินั้นว่าอย่างไร ก็ว่า "พระเจ้าได้ทรงสถาปนาศิโยน และผู้ถูกข่มใจในชนชาติของพระองค์
ได้พบที่ลี้ภัยในที่นั้น"
|
|
01 |
ครุวาทเกี่ยวกับโมอับ เพราะนครอาร์ถูกทำลายร้างในคืนเดียว โมอับได้ถึงหายนะ เพราะนครคีร์ถูกทำลายร้างในคืน
เดียว โมอับได้ถึงหายนะ
|
|
02 |
บายิทและดีโบนได้ขึ้นไป ยังปูชนียสถานสูงเพื่อจะร่ำไห้ โมอับคร่ำครวญ ถึง {หรือ บน} เนโบและถึง {หรือ
บน} เมเดบา ศีรษะทุกศีรษะก็โล้น และหนวดเคราทุกคนก็ถูกขลิบ
|
|
03 |
เขาคาดผ้ากระสอบอยู่ในถนนหนทาง ทุกคนร่ำไห้เป็นนักหนา ที่บนหลังคาเรือนและตามลานเมือง
|
|
04 |
เมืองเฮชโบนและเอเลอาเลห์ส่งเสียงร้อง เสียงของเขาได้ยินไปถึงเมืองยาฮาส เพราะฉะนั้นชายที่ถืออาวุธของโมอับจึง
ร้องเสียงดังจิตใจของเขาสั่นสะเทือน
|
|
05 |
จิตใจของข้าพเจ้าร้องออกมาเพื่อโมอับ ผู้หลบภัยของโมอับนั้นหนีไปยังโศอาร์ ไปยังเอกลัทเชลีชิยาห์ เพราะตาม
ทางขึ้นไปเมืองลูฮีท เขาขึ้นไปคร่ำครวญ ตามถนนสู่เมืองโฮโรนาอิม เขาเปล่งเสียงร้องถึงการทำลาย
|
|
06 |
ธารน้ำที่นิมริม ก็ถูกทิ้งร้าง หญ้าก็เหี่ยวแห้ง และหญ้าอ่อนก็ไม่งอก ผักสดไม่มีเลย
|
|
07 |
เพราะฉะนั้นส่วนที่เหลือซึ่งเขาเก็บได้ และที่เขาสะสมไว้ เขาขนเอาไป ข้ามลำธารต้นไค้
|
|
08 |
เพราะเสียงร้องได้กระจายไป ทั่วแผ่นดินโมอับ เสียงคร่ำครวญไปถึงเอกลาอิม เสียงคร่ำครวญไปถึงเบเออร์เอลิม
|
|
09 |
เพราะน้ำของเมืองดีโมนมีเลือดเต็มไปหมด ถึงกระนั้นเรายังจะเพิ่มภัยแก่ดีโมนอีก คือให้สิงห์สำหรับชาวโมอับที่หนี
ไป และสำหรับคนที่เหลืออยู่ในแผ่นดิน
|
|
01 |
เขาได้ส่งลูกแกะไปยังผู้ปกครองแผ่นดิน จากเส-ลาตามทางถิ่นทุรกันดาร ไปยังภูเขาแห่งธิดาของศิโยน
|
|
02 |
เหมือนนกที่กำลังบินหนี อย่างลูกนกที่พลัดรัง ธิดาของโมอับเป็นอย่างนั้น ตรงท่าลุยข้ามแม่น้ำอารโนน
|
|
03 |
"จงให้คำปรึกษา จงอำนวยความยุติธรรม จงทำร่มเงาของท่านเหมือนกลางคืน ณ เวลาเที่ยงวัน จงช่วยซ่อนผู้ถูก
ขับไล่ อย่าได้หักหลังผู้ลี้ภัย
|
|
04 |
ให้ผู้ถูกขับไล่ของโมอับอาศัยอยู่ท่ามกลางท่านจงเป็นที่กำบังภัยแก่เขาให้พ้นจากผู้ทำลาย เมื่อไม่มีผู้บีบบังคับแล้ว
และการทำลายได้หยุดยั้งแล้ว และเมื่อผู้เหยียบย่ำไว้ ได้หายตัวไปจากแผ่นดินแล้ว
|
|
05 |
พระที่นั่งก็ได้รับการสถาปนาด้วยความรักมั่นคงบนนั้นจะมีผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตในเต็นท์ของดาวิด
คือท่านผู้พิพากษาและแสวงความยุติธรรม และรวดเร็วในการกระทำความชอบธรรม"
|
|
06 |
เราได้ยินถึงความเย่อหยิ่งของโมอับ ว่าเขาหยิ่งเสียจริงๆ ถึงความจองหองของเขา ความเย่อหยิ่งของเขา และความ
ทะลึ่งของเขา การโอ่อวดของเขาเป็นการเท็จ
|
|
07 |
เพราะฉะนั้น โมอับจะคร่ำครวญเพื่อโมอับ ทุกคนจะคร่ำครวญ เจ้าทั้งหลายจะโอดครวญ ด้วยทุกข์เทวษ เนื่อง
ด้วยขนมองุ่นแห้งของเมืองคีร์หะเรเชท
|
|
08 |
เพราะทุ่งนาแห่งเมืองเฮชโบนอ่อนระทวย ทั้งเถาองุ่นของสิบมาห์ เจ้านายทั้งหลายแห่งบรรดาประชาชาติ ได้ตีกิ่ง
ของมันลง ซึ่งไปถึงเมืองยาอะเศร และเจิ่นไปถึงถิ่นทุรกันดาร หน่อของมันก็แตกกว้างออกไป และผ่านข้ามทะเลไป
|
|
09 |
เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงร้องไห้กับคนร้องไห้ของเมืองยาเซอร์ เนื่องด้วยเถาองุ่นของสิบมาห์ เฮชโบน และเอเล
อาเลห์เอ๋ย ข้าพเจ้าจะราดเจ้าด้วยน้ำตาของข้าพเจ้า เพราะเสียงโห่ร้องของสงครามได้มาถึง ผลฤดูร้อนของเจ้าและถึง
ข้าวที่เกี่ยวเก็บของเจ้าแล้ว
|
|
10 |
เขาเอาความชื่นบาน และความยินดีไปเสีย จากที่สวนผลไม้ เขาไม่ร้องเพลงกันตามสวนองุ่น ไม่มีใครโห่ร้อง
ตามบ่อย่ำองุ่นไม่มีคนย่ำให้เหล้าองุ่นออก เสียงเห่ย่ำองุ่นเงียบเสียแล้ว
|
|
11 |
ฉะนั้น จิตของข้าพเจ้าจึงร่ำไห้เหมือนพิณเขาคู่เพื่อโมอับ และใจของข้าพเจ้าร่ำไห้เพื่อคีร์เฮเรส
|
|
12 |
และเมื่อโมอับไปเฝ้า เมื่อเขาเหน็ดเหนื่อยอยู่ที่ปูชนียสถานสูงนั้น และเมื่อเขาเข้ามาในสถานศักดิ์สิทธิ์ของเขาเพื่อจะ
อธิษฐาน เขาก็จะไม่ได้รับผล
|
|
13 |
นี่เป็นพระวจนะซึ่งพระเจ้าตรัสเกี่ยวกับโมอับในอดีต
|
|
14 |
แต่บัดนี้ พระเจ้าตรัสว่า "ภายในสามปีตามปีจ้างลูกจ้าง {คือ ช่วงเวลาที่กำหนดแน่อย่างลูกจ้างจะทำงานให้พอดี
กับเวลาที่กำหนดไว้ ไม่เกินเลย} ศักดิ์ศรีของโมอับจะถูกเหยียดหยาม แม้มวลชนมหึมาของเขาทั้งสิ้นก็ดี และคนที่
เหลืออยู่นั้นก็จะน้อยและกะปลกกะเปลี้ย"
|
|
01 |
ครุวาทเกี่ยวกับเมืองดามัสกัส ดูเถิด ดามัสกัสจะหยุดไม่เป็นเมืองหลวง และจะกลายเป็นกองสิ่งสลักหักพัง
|
|
02 |
หัวเมืองของดามัสกัสจะเริศร้างเป็นนิตย์ จะเป็นที่สำหรับฝูงแพะแกะ ซึ่งมันจะนอนลงและไม่มีผู้ใดจะให้มันกลัว
|
|
03 |
ป้อมปราการจะสูญหายไปจากเอฟราอิม และราชอาณาจักรจะศูนย์หายไปจากดามัสกัส และคนที่เหลืออยู่ของซีเรีย
จะเป็นเหมือนศักดิ์ศรีของคนอิสราเอล พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ
|
|
04 |
และในวันนั้น ศักดิ์ศรีของยาโคบจะตกต่ำ และความอ้วนที่เนื้อของเขาจะซูบผอมลง
|
|
05 |
และจะเป็นเหมือนเมื่อคนเกี่ยวข้าว เก็บเกี่ยวพืชข้าวที่ตั้งอยู่ และแขนของเขาจะเกี่ยวรวงข้าว และเหมือนเมื่อคน
หนึ่งเก็บรวงข้าว ในที่ลุ่มเรฟาอิม
|
|
06 |
จะมีเหลืออยู่บ้างในนั้น เหมือนอย่างเมื่อตีต้นมะกอกเทศให้ลูกหล่น จะมีเหลืออยู่ที่ยอดสูงที่สุด สองสามลูก หรือที่
เหลือบนกิ่งไม้ ผลสี่ห้าลูก พระเยโฮวาห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้แหละ
|
|
07 |
ในวันนั้น คนจะเอาใจใส่ในพระผู้สร้างตน และนัยน์ตาเขาจะมองดูองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล
|
|
08 |
เขาจะไม่เอาใจใส่แท่นบูชา ผลงานแห่งมือของเขา และเขาจะไม่มองสิ่งที่นิ้วของเขาเองได้กระทำขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
อาเชริม {สิ่งเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ใช้ในการนมัสการเจ้าแม่อาเชรา ชะรอยจะเป็นเสาไม้แกะ หรือรูปเคารพอันเป็นรูป
เจ้าแม่} หรือแท่นเผาเครื่องหอม
|
|
09 |
ในวันนั้นเมืองเข้มแข็งของเขา จะเป็นเหมือนที่เริศร้างของคนฮีไวต์ และคนอาโมไรต์ ซึ่งเขาได้ทิ้งให้เริศร้างเพราะ
คนอิสราเอล และจะเป็นที่เริศร้าง
|
|
10 |
เพราะเจ้าได้หลงลืมพระเจ้าแห่งความรอดของเจ้าเสีย และมิได้จดจำองค์พระศิลาลี้ภัยของเจ้า แม้ว่าเจ้าปลูกต้น
อภิรมย์ และปักกิ่งแห่งพระต่างด้าวไว้
|
|
11 |
แม้ว่าเจ้าทำให้มันงอกในวันที่เจ้าปลูกมันและทำให้มันออกดอกในเช้าของวันที่เจ้าหว่าน ถึงกระนั้นผลการเก็บเกี่ยว
ก็จะหนีไป ในวันแห่งความกลัดกลุ้มและความเจ็บอย่างรักษาไม่ได้
|
|
12 |
เอ๊ะ เสียงกึกก้องของชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากเขากึกก้องเหมือนทะเลก้องกึก เอ๊ะ นั่นเสียงครืนๆของชนชาติทั้ง
หลาย มันครืนๆเหมือนเสียงครืนๆของน้ำที่มีกำลังมาก
|
|
13 |
ชนชาติทั้งหลายครืนๆเหมือนเสียงครืนๆของน้ำเป็นอันมาก แต่พระองค์จะทรงขนาบไว้ และมันจะหนีไปไกลเสีย
ถูกไล่ไปเหมือนแกลบต้องลมบนภูเขา เหมือนพืชแห้งปลิวไปต่อหน้าพายุ
|
|
14 |
ดูเถิด พอเวลาเย็น ก็ความสยดสยอง ก่อนรุ่งเช้า ก็ไม่มีเขาทั้งหลายแล้ว นี่เป็นส่วนของบรรดาผู้ที่ริบของของเรา
และเป็นส่วนของผู้ที่ปล้นเรา
|
|
01 |
เฮ้ย แผ่นดินแห่งปีกที่กระหึ่ม ซึ่งอยู่เลยแม่น้ำแห่งเอธิโอเปีย
|
|
02 |
ซึ่งส่งทูตไปโดยทางทะเล {น่าจะเป็นคำประพันธ์ อ้างถึงแม่น้ำไนล์} โดยเรือต้นกกบนน้ำ เจ้าผู้สื่อสารที่รวดเร็วเอ๋ย
จงไป ยังประชาชาติที่คนร่างสูงและเกลี้ยงเกลา ยังชนชาติที่เขากลัวทั้งใกล้และไกล ยังประชาชาติที่เข้มแข็งและมัก
ชนะ ซึ่งแผ่นดินของเขามีแม่น้ำแบ่ง
|
|
03 |
ท่านทั้งปวงผู้เป็นชาวพิภพ ท่านอาศัยอยู่บนแผ่นดินโลก เมื่อมีอาณัติสัญญายกขึ้นบนภูเขาจงมองดู เมื่อมีเสียงเขา
สัตว์เป่า จงฟัง
|
|
04 |
เพราะพระเจ้าตรัสแก่ข้าพเจ้าดังนี้ว่า "เราจะค่อยๆมองจากที่อาศัยของเรา เหมือนความร้อนที่กระจ่างอยู่ในแสงแดด
เหมือนอย่างเมฆแห่งน้ำค้างในความร้อนของฤดูเกี่ยว"
|
|
05 |
เพราะก่อนถึงฤดูเกี่ยว เมื่อดอกบานพ้นไปแล้วและดอกกลายเป็นผลองุ่นกำลังสุก พระองค์จะทรงตัดกิ่งออกด้วยขอ
ลิดแขนง พระองค์จะทรงโค่นกิ่งสาขานั้นเสีย
|
|
06 |
และเขาทั้งหลายจะถูกทิ้งไว้ทั้งหมด ให้แก่เหยี่ยวที่อยู่บนภูเขา และแก่สัตว์แห่งแผ่นดินโลก และนกกินเหยื่อจะกิน
เสียในฤดูร้อน และบรรดาสัตว์ทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลกจะกินเสียในฤดูหนาว
|
|
07 |
ในครั้งนั้น เขาจะนำของกำนัลมาถวายแด่พระเจ้าจอมโยธา จากชนชาติที่คนร่างสูงและเกลี้ยงเกลา จากชนชาติที่เขา
กลัวทั้งใกล้และไกล จากประชาชาติที่เข้มแข็งและมักชนะ ซึ่งแผ่นดินของเขามีแม่น้ำแบ่งยังสถานที่แห่งพระนามของ
พระเจ้าจอมโยธา คือภูเขาศิโยน
|
|
01 |
ครุวาทเกี่ยวกับอียิปต์ ดูเถิด พระเจ้าทรงเมฆอันรวดเร็ว และเสด็จมายังอียิปต์ ต่อพระพักตร์พระองค์ รูปเคารพแห่ง
อียิปต์จะสั่นสะเทือนและใจของคนอียิปต์จะละลายไปภายในตัวเขา
|
|
02 |
และเราจะกวนให้คนอียิปต์ต่อสู้กับคนอียิปต์และเขาจะสู้รบกัน ทุกคนรบพี่น้องของตน และทุกคนรบเพื่อนบ้าน
ของตน เมืองรบกับเมือง ราชอาณาจักรรบกับราชอาณาจักร
|
|
03 |
และคนอียิปต์ก็จะจนใจ และเราจะกระทำให้แผนงานของเขายุ่งเหยิง และเขาจะปรึกษารูปเคารพและพวกหมอดู
และคนทรง และพ่อมดแม่มด
|
|
04 |
และเราจะมอบคนอียิปต์ไว้ในมือ ของนายที่แข็งกระด้าง และพระราชาดุร้ายคนหนึ่งจะปกครองเหนือเขา องค์พระผู้
เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ
|
|
05 |
และน้ำจะแห้งไปจากทะเล {ดูหมายเหตุที่ บท18ข้อ2} และแม่น้ำแห้งผาก
|
|
06 |
และคลองของมันจะเน่าเหม็น และแควของแม่น้ำไนล์แห่งอียิปต์จะน้อยลงและแห้งไป ต้นอ้อและกอปรือจะเหี่ยว
แห้ง
|
|
07 |
กอแขมที่แม่น้ำไนล์ ที่ริมฝั่งแม่น้ำ และทั้งสิ้นที่หว่านลงข้างแม่น้ำนั้นจะแห้งไป จะถูกไล่ไปเสียและไม่มีอีก
|
|
08 |
ชาวประมงจะร้องทุกข์ คือบรรดาผู้ที่ตกเบ็ดในแม่น้ำไนล์จะไว้ทุกข์ และผู้ที่ทอดแหลงในน้ำ จะอ่อนระทวย
|
|
09 |
คนงานที่หวีป่านจะหมดหวัง ทั้งคนที่ทอฝ้ายขาวด้วย
|
|
10 |
บรรดาผู้ที่เป็นหลัก {หรือ บรรดาคนทอผ้า} ของแผ่นดินต้องถูกบีบคั้น และบรรดาผู้ที่ทำงานรับจ้างจะเศร้าใจ
|
|
11 |
พวกเจ้านายแห่งโศอันโง่บัดซบทีเดียว ที่ปรึกษาที่ฉลาดของฟาโรห์ให้คำปรึกษาอย่างโง่เขลาพวกเจ้าจะพูดกับฟา
โรห์ได้อย่างไรว่า "ข้าบาทเป็นบุตรของนักปราชญ์ เป็นเชื้อสายของกษัตริย์โบราณ"
|
|
12 |
นักปราชญ์ของท่านอยู่ที่ไหน ให้เขาบอกท่านและให้เขาทำให้แจ้งซิ ว่าพระเจ้าจอมโยธามีพระประสงค์อะไรกับ
อียิปต์
|
|
13 |
เจ้านายแห่งโศอันกลายเป็นคนโง่ และเจ้านายแห่งเมมฟิสถูกหลอกลวงแล้ว บรรดาผู้ที่เป็นศิลามุมเอกของเผ่าของ
อียิปต์ ได้นำอียิปต์ให้หลงไป
|
|
14 |
พระเจ้าทรงปนดวงจิตแห่งความยุ่งเหยิง ไว้ในอียิปต์ และเขาทั้งหลายได้กระทำให้อียิปต์แชเชือนในการกระทำทั้ง
สิ้นของมัน ดั่งคนเมาโซเซอยู่บนสิ่งที่เขาอาเจียน
|
|
15 |
ไม่มีอะไรที่จะกระทำได้เพื่อช่วยอียิปต์ ซึ่งหัวก็ดีหางก็ดี หรือใบตาลก็ดี ต้นอ้อเล็กก็ดี อาจจะทำได้
|
|
16 |
วันนั้น คนอียิปต์จะเป็นเหมือนผู้หญิง สั่นสะเทือนและกลัวต่อพระหัตถ์ซึ่งพระเจ้าจอมโยธาทรงกวัดแกว่งเหนือเขา
|
|
17 |
และแผ่นดินยูดาห์จะเป็นที่หวาดกลัวแก่คนอียิปต์ เมื่อกล่าวชื่อให้คนหนึ่งคนใดเขาก็กลัว เพราะพระประสงค์ของ
พระเจ้าจอมโยธา ซึ่งทรงประสงค์ต่อเขาทั้งหลาย
|
|
18 |
ในวันนั้น จะมีห้าหัวเมืองในแผ่นดินอียิปต์ซึ่งพูดภาษาของคานาอัน และสาบานต่อพระเจ้าจอมโยธา เมืองหนึ่งเขา
จะเรียกว่า เมืองอาทิตย์
|
|
19 |
ในวันนั้น จะมีแท่นบูชาแท่นหนึ่งแด่พระเจ้าในท่ามกลางแผ่นดินอียิปต์ และมีเสาศักดิ์สิทธิ์แด่พระเจ้าที่พรมแดน
|
|
20 |
จะเป็นหมายสำคัญและเป็นพยานในแผ่นดินอียิปต์ถึงพระเจ้าจอมโยธา เมื่อเขาทั้งหลายร้องทูลต่อพระเจ้าเหตุด้วยผู้
บีบบังคับเขา พระองค์จะทรงส่งผู้ช่วยและผู้ป้องกันผู้หนึ่งมาให้เขาผู้จะช่วยกู้เขาไว้
|
|
21 |
และพระเจ้าจะสำแดงพระองค์ให้เป็นที่รู้จักแก่คนอียิปต์ และคนอียิปต์จะรู้จักพระเจ้าในวันนั้นและนมัสการด้วย
ถวายเครื่องสักการบูชาและเครื่องถวาย และเขาทั้งหลายจะบนบานและแก้บนต่อพระเจ้า
|
|
22 |
และพระเจ้าจะโจมตีอียิปต์ ทรงโจมตีพลางทรงรักษาพลาง และเขาทั้งหลายจะหันกลับมาหาพระเจ้า และพระองค์
จะทรงฟังคำวิงวอนของเขาและทรงรักษาเขา
|
|
23 |
ในวันนั้น จะมีทางหลวงจากอียิปต์ถึงอัสซีเรีย และคนอัสซีเรียจะเข้ามายังอียิปต์ และคนอียิปต์ยังอัสซีเรีย
|
|
24 |
ในวันนั้น อิสราเอลจะเป็นที่สามกับอียิปต์และกับอัสซีเรีย เป็นพรท่ามกลางแผ่นดินโลก
|
|
25 |
เป็นผู้ที่พระเจ้าจอมโยธาทรงอำนวยพระพรว่า "อียิปต์ชนชาติของเราจงได้รับพร และอัสซีเรียผลงานแห่งมือของเรา
และอิสราเอลมรดกของเรา"
|
|
01 |
ครุวาทเกี่ยวกับถิ่นทุรกันดารของทะเล เหมือนลมบ้าหมูในเนเกบพัดเกลี้ยงไป มันมาจากถิ่นทุรกันดาร จากแผ่นดิน
อันน่าคร้ามกลัว
|
|
02 |
เขาบอกนิมิตที่เหี้ยมหาญแก่ข้าพเจ้า ว่าผู้ปล้นเข้าปล้น ผู้ทำลายเข้าทำลาย เอลามเอ๋ย จงขึ้นไป มีเดียเอ๋ย จงเข้า
ล้อม ซึ่งมันให้เกิดการถอนหายใจทั้งสิ้น เราได้กระทำให้สิ้นไปแล้ว
|
|
03 |
เพราะฉะนั้น บั้นเอวของข้าพเจ้าจึงเต็มด้วยความแสนระทมความเจ็บปวดฉวยข้าพเจ้าไว้ อย่างความเจ็บปวดที่หญิง
กำลังคลอดบุตร ข้าพเจ้าจนใจเพราะสิ่งที่ได้ยิน ข้าพเจ้าท้อถอยเพราะสิ่งที่ได้เห็น
|
|
04 |
จิตใจของข้าพเจ้าฟุ้งซ่านไปความหวาดเสียวกระทำให้ข้าพเจ้าครั่นคร้าม แสงโพล้เพล้ซึ่งข้าพเจ้าหวัง กลับทำให้
ข้าพเจ้าสั่นสะเทือน
|
|
05 |
เขาเตรียมสำรับไว้ เขาปูพรม เขากิน เขาดื่ม เจ้านายทั้งหลายเอ๋ย จงลุกขึ้น ชโลมโล่ไว้ด้วยน้ำมัน
|
|
06 |
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าดังนี้ว่า"จงไป ตั้งยาม ให้เขาไปร้องประกาศสิ่งที่เขาเห็น
|
|
07 |
เมื่อเขาเห็นคนขี่ม้า คือพลม้าเป็นคู่ๆ คนขี่ลา คนขี่อูฐ ให้เขาฟังอย่างพินิจพิเคราะห์ อย่างพินิจพิเคราะห์ทีเดียว"
|
|
08 |
แล้วผู้เห็นได้ร้องว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ยืนอยู่บนหอคอยตลอดไปในกลางวัน ข้าพระองค์ประจำ
อยู่ที่ตำแหน่งของข้าพระองค์ ตลอดหลายคืน
|
|
09 |
และ ดูเถิด มีคนขี่มา คือพลม้าเป็นคู่ๆ" และเขาตอบว่า "บาบิโลนล่มแล้ว ล่มแล้ว บรรดารูปเคารพทั้งสิ้นแห่ง
พระของเขา พระองค์ทรงทำลายลงถึงพื้นดิน"
|
|
10 |
ท่านผู้ถูกนวดและผู้ถูกฝัดของข้าเอ๋ย ข้าได้ยินอะไรจากพระเจ้าจอมโยธา พระเจ้าแห่งอิสราเอล ข้าพเจ้าก็ร้อง
ประกาศแก่ท่านอย่างนั้น
|
|
11 |
ครุวาทเกี่ยวกับดูมาห์ มีคนหนึ่งเรียกข้าพเจ้าจากเสอีร์ ว่า "คนยามเอ๋ย ดึกเท่าไรแล้ว คนยามเอ๋ย ดึกเท่าไหร่แล้ว"
|
|
12 |
คนยามตอบว่า "เช้ามาถึง กลางคืนมาด้วย ถ้าจะถาม ก็ถามเถิด จงกลับมาอีก"
|
|
13 |
ครุวาทเกี่ยวกับอาระเบีย โอ กระบวนพ่อค้าของคนเดดานเอ๋ย เจ้าจะพักอยู่ในดงทึบในอาระเบีย
|
|
14 |
ชาวแผ่นดินเทมาเอ๋ย จงเอาน้ำมาให้คนกระหาย เอาขนมปังมาต้อนรับคนลี้ภัย
|
|
15 |
เพราะเขาได้หนีจากกระบี่ จากกระบี่ที่ชักออก จากธนูที่โก่งอยู่ และจากสงครามที่กระชั้นเข้ามา
|
|
16 |
เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าดังนี้ว่า "ศักดิ์ศรีทั้งสิ้นของเคดาร์จะถึงที่สุดภายในปีเดียวตามปีจ้างลูกจ้าง {ดู
หมายเหตุที่ บท16ข้อ14}
|
|
17 |
และนักธนูที่เหลืออยู่ของทแกล้วทหารแห่งชาวเคดาร์จะเหลือน้อย เพราะพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของอิสราเอล ได้
ตรัสแล้ว"
|
|
01 |
ครุวาทเกี่ยวกับที่ลุ่มแห่งนิมิต ที่เจ้าได้ขึ้นไป เจ้าทุกคน ที่บนหลังคาเรือนนั้น เป็นเรื่องอะไรกัน
|
|
02 |
เจ้าผู้เป็นเมืองที่เต็มด้วยการโห่ร้อง เมืองที่อึกทึกครึกโครม นครที่เต้นโลด ผู้ที่ถูกฆ่าของเจ้ามิได้ถูกฆ่าด้วยดาบ หรือ
ตายในสงคราม
|
|
03 |
ผู้ครองเมืองของเจ้าทั้งหมดหนีกันไปแล้ว เขาถูกจับได้โดยไม่มีคันธนู ชายฉกรรจ์ของเจ้าทุกคนถูกจับ แม้ว่าเขาได้
หนีไปไกลแล้ว
|
|
04 |
เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงว่า "อย่ามองข้าพเจ้า ให้ข้าพเจ้าหลั่งน้ำตาอย่างขมขื่น อย่าอุตส่าห์เล้าโลมข้าพเจ้าเลย เหตุ
ด้วยการทำลายชนชาติของข้าพเจ้า"
|
|
05 |
เพราะพระเจ้าจอมโยธาทรงมีวันหนึ่ง เป็นวาระจลาจล วาระเหยียบย่ำ และวาระยุ่งเหยิงในที่ลุ่มแห่งนิมิต คือการพัง
กำแพงลง และโห่ร้องให้แก่ภูเขา
|
|
06 |
เอลามหยิบแล่งธนู กับรถรบและพลและพลม้า และคีร์ก็เผยโล่
|
|
07 |
ที่ลุ่มที่ดีที่สุดของท่านเต็มไปด้วยรถรบ และพลม้าก็เข้าประจำที่ประตูเมือง
|
|
08 |
พระองค์ทรงเอาสิ่งปิดบังยูดาห์ไปเสียแล้ว ในวันนั้น ท่านได้มองที่ศาสตราวุธ แห่งเรือนพนา
|
|
09 |
ได้เห็นช่องโหว่แห่งนครดาวิดว่ามีหลายแห่ง แล้วท่านทั้งหลายก็เก็บน้ำในบ่อล่าง
|
|
10 |
และท่านก็นับเรือนของเยรูซาเล็ม และท่านก็พังเรือนมาเสริมกำแพงเมือง
|
|
11 |
ท่านทำที่ขังน้ำไว้ระหว่างกำแพงทั้งสอง เพื่อรับน้ำของสระเก่า แต่ท่านมิได้มองดูผู้ที่ได้ทรงบันดาลเหตุ และมิได้
เอาใจใส่ผู้ทรงวางแผนงานนี้ไว้นานมาแล้ว
|
|
12 |
ในวันนั้น พระเจ้าจอมโยธา ทรงเรียกให้ร่ำไห้และคร่ำครวญ ให้มีศีรษะโล้นและให้คาดตัวด้วยผ้ากระสอบ
|
|
13 |
และ ดูเถิด มีความชื่นบานและความยินดี มีการฆ่าวัวและฆ่าแกะ มีการกินเนื้อและดื่มเหล้าองุ่น "ให้เรากินและ
ดื่มเถิด เพราะว่าพรุ่งนี้เราจะตาย"
|
|
14 |
พระเจ้าจอมโยธาได้ทรงสำแดงพระองค์ ในหูของข้าพเจ้าว่า แน่ทีเดียวที่จะไม่ลบมลทินบาปอันนี้ให้เจ้า จนกว่าเจ้า
จะตาย" พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้
|
|
15 |
พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า "ไปเถิด ไปหาพนักงานคนนี้ ไปยังเชบนา ผู้ดูแลราชสำนัก และจงพูดกับเขาว่า
|
|
16 |
เจ้ามีสิทธิ์อะไรที่นี่ และเจ้ามีใครอยู่ที่นี่ เจ้าจึงสกัดอุโมงค์ที่นี่เพื่อตัวเจ้าเอง สกัดอุโมงค์ในที่สูง และสลักที่อยู่
สำหรับตนเองในศิลา
|
|
17 |
ดูเถิด เจ้าคนแข็งแรงเอ๋ย พระเจ้าจะทรงเหวี่ยงเจ้าออกไปอย่างแรง พระองค์จะฉวยเจ้าให้แน่น
|
|
18 |
และม้วนเจ้า และขว้างเจ้าไปอย่างลูกบอลล์ยังแผ่นดินกว้าง เจ้าจะตายที่นั่น และที่นั่นจะมีรถรบอันตระการของเจ้า
เจ้าผู้เป็นที่อดสูแก่เรือนนายของเจ้า
|
|
19 |
เราจะผลักเจ้าออกไปจากตำแหน่งของเจ้า และเจ้าจะถูกดึงลงมาจากหน้าที่ของเจ้า
|
|
20 |
ในวันนั้น เราจะเรียกผู้รับใช้ของเรา คือเอลียาคิม บุตรชายฮิลคียาห์
|
|
21 |
เราจะเอาเสื้อยศของเจ้ามาสวมให้เขา และจะเอาผ้าคาดของเจ้าคาดเขาไว้ และจะมอบอำนาจปกครองของเจ้าไว้ในมือ
ของเขา และเขาจะเป็นดังบิดาแก่ชาวเยรูซาเล็ม และแก่เชื้อวงศ์ยูดาห์
|
|
22 |
และเราจะวางลูกกุญแจของวังดาวิดไว้บนบ่าของเขา เขาจะเปิดและไม่มีผู้ใดปิด เขาจะปิดและไม่มีผู้ใดเปิด
|
|
23 |
และเราจะตอกเขาไว้ เหมือนตอกหมุดในที่มั่นคง และเขาจะเป็นที่นั่งมีเกียรติแก่เชื้อวงศ์บิดาของเขา
|
|
24 |
และเขาทั้งหลายจะแขวนไว้บนตัวเขา ซึ่งน้ำหนักทั้งสิ้นของเชื้อวงศ์บิดาของเขา ลูกหลานผู้สืบสาย ภาชนะเล็กๆ
ทุกชิ้น ตั้งแต่ถ้วยจนถึงเหยือกทั้งสิ้น
|
|
25 |
พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่าในวันนั้นหมุดที่ปักแน่นอยู่ในที่มั่นคงจะหลุด มันจะถูกโค่นลงและตกลงมา และภาระที่
อยู่บนนั้นจะถูกตัดออก เพราะพระเจ้าได้ตรัสไว้แล้ว"
|
|
01 |
ครุวาทเกี่ยวกับเมืองไทระ โอ บรรดากำปั่นแห่งทารชิช จงคร่ำครวญ เพราะว่าเมืองนั้นถูกทำลายร้างเสียแล้ว ไม่มี
เรือนหรือท่าจอดเรือ เผยให้เขาทั้งหลายประจักษ์ ณแผ่นดินไซปรัส
|
|
02 |
โอ ชาวทะเลเอ๋ย จงนิ่งเสีย เจ้า ซึ่งพ่อค้าแห่งเมืองไซดอน ที่ผู้ผ่านข้ามทะเลไป ได้ทำให้เจ้าเต็มบริบูรณ์
|
|
03 |
และข้ามน้ำมากหลาย รายได้ของเมืองนั้นคือข้าวเมืองชิโหร์ เป็นผลเกี่ยวเก็บของแม่น้ำไนล์ เมืองนั้นเป็นพ่อค้าของ
บรรดาประชาชาติ
|
|
04 |
โอ ไซดอนเอ๋ย จงอับอายเถิด เพราะทะเลได้พูดแล้ว ที่กำบังเข้มแข็งของทะเลพูดว่า "ข้ามิได้ปวดครรภ์หรือข้ามิ
ได้คลอดบุตร ข้ามิได้เลี้ยงดูคนหนุ่ม หรือบำรุงเลี้ยงหญิงพรหมจารี"
|
|
05 |
เมื่อเรื่องราวมาถึงอียิปต์ เขาทั้งหลายจะแสนระทมอยู่ด้วยเรื่องราวเมืองไทระ
|
|
06 |
จงข้ามไปยังทารชิชเถิด โอ ชาวชายทะเลเอ๋ย จงคร่ำครวญ
|
|
07 |
นี่เป็นเมืองที่สนุกสนานของเจ้าทั้งหลายหรือซึ่งกำเนิดมาแต่กาลโบราณ ซึ่งเท้าได้พามันไป ตั้งอยู่ไกล
|
|
08 |
ผู้ใดได้มุ่งหมายไว้เช่นนี้ ต่อเมืองไทระ ผู้ให้มงกุฎ ซึ่งบรรดาพ่อค้าของมันเป็นเจ้านาย ซึ่งพวกพาณิชของมันเป็น
คนมีเกียรติของโลก
|
|
09 |
พระเจ้าจอมโยธาทรงมุ่งหมายไว้ เพื่อจะหลู่ความเย่อหยิ่งของศักดิ์ศรีทั้งสิ้น เพื่อหลู่เกียรติของผู้มีเกียรติทั้งสิ้นในแผ่น
ดินโลก
|
|
10 |
โอ ธิดาแห่งทารชิชเอ๋ย จงท่วมแผ่นดินของเจ้าเหมือนแม่น้ำไนล์ ไม่มีสิ่งขัดขวางใดๆอีกแล้ว
|
|
11 |
พระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์เหนือทะเลพระองค์ทรงสั่นบรรดาราชอาณาจักร พระเจ้าทรงบัญชาเกี่ยว
กับเรื่องคานาอัน เพื่อจะทำลายที่กำบังเข้มแข็งของมันเสีย
|
|
12 |
และพระองค์ตรัสว่า "โอ ธิดาพรหมจารีผู้ถูกบีบบังคับแห่งไซดอนเอ๋ย เจ้าจะไม่ลิงโลดต่อไปอีก จงลุกขึ้นข้ามไป
ไซปรัสเถิด แม้ที่นั่นเจ้าก็จะไม่มีความสงบ"
|
|
13 |
จงดูแผ่นดินแห่งคนเคลเดียเถิด เป็นชนชาตินี้ ไม่ใช่อัสซีเรีย เขาลิขิตให้ไทระเป็นที่สัตว์ป่าอยู่ เขาได้ก่อเชิงเทิน
ของเขาขึ้น เขาทลายวังทั้งหลายของมันลง เขากระทำให้มันเป็นที่สลักหักพัง
|
|
14 |
โอบรรดากำปั่นแห่งทารชิชเอ๋ย จงคร่ำครวญเถิดเพราะว่าที่กำบังเข้มแข็งของเจ้าถูกทิ้งร้างเสียแล้ว
|
|
15 |
ในเวลานั้น เขาจะลืมเมืองไทระเจ็ดสิบปี อย่างกับอายุของพระราชาองค์เดียว พอสิ้นเจ็ดสิบปี ก็จะบังเกิดแก่ไทระ
อย่างเพลงของหญิงแพศยาว่า
|
|
16 |
โอ หญิงแพศยาที่เขาลืมแล้วเอ๋ย จงหยิบพิณ เดินไปทั่วเมือง จงบรรเลงเพลงไพเราะ ร้องเพลงหลายๆบท เพื่อเขา
จะระลึกเจ้าได้"
|
|
17 |
เมื่อสิ้นเจ็ดสิบปี พระเจ้าจะทรงเยี่ยมเยียนเมืองไทระ และเมืองนั้นจะกลับไปรับจ้างใหม่ และจะเล่นชู้กับบรรดา
ราชอาณาจักรทั้งสิ้นบนพื้นโลก
|
|
18 |
สินค้าของมันและสินจ้างของมันจะเป็นของถวายแด่พระเจ้า จะไม่สะสมไว้หรือเก็บนิ่งไว้ แต่สินค้าของมันจะ
อำนวยอาหารอุดมและเสื้อผ้างามแก่บรรดาผู้ที่อยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า
|
|
01 |
ดูเถิด พระเจ้าจะทรงทิ้งโลกให้ร้าง และทรงกระทำให้ร้างเปล่า และพระองค์จะทรงบิดพื้นโลกและกระจายผู้อาศัย
ของมัน
|
|
02 |
และจะเป็นอย่างนั้นต่อปุโรหิตอย่างเป็นกับประชาชนต่อนายของเขา อย่างเป็นกับทาส ต่อนายผู้หญิงของเขา อย่าง
เป็นกับสาวใช้ ต่อผู้ขาย อย่างเป็นกับผู้ซื้อ ต่อผู้ยืม อย่างเป็นกับผู้ให้ยืม ต่อลูกหนี้ อย่างเป็นกับเจ้าหนี้
|
|
03 |
โลกจะถูกทิ้งร้างอย่างสิ้นเชิง และถูกปล้นหมดสิ้น เพราะพระเจ้าได้ตรัสพระวจนะนี้แล้ว
|
|
04 |
โลกก็ไว้ทุกข์และเหี่ยวแห้งไป พิภพก็อ่อนระทวยและเหี่ยวแห้ง คนสูงศักดิ์ของโลกก็อ่อนระทวยไป
|
|
05 |
โลกนี้มีราคี เพราะผู้อาศัยในนั้น เพราะเขาทั้งหลายละเมิดต่อบทบัญญัติ ได้ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ ได้หักพันธสัญญานิ
รันดร์นั้น
|
|
06 |
เพราะฉะนั้น คำสาปก็กลืนโลก และผู้ที่อาศัยในนั้นก็มีกรรมชั่ว เพราะฉะนั้น ผู้อาศัยของโลกจึงถูกเผาผลาญ มีคน
เหลือน้อย
|
|
07 |
เหล้าองุ่นก็ไว้ทุกข์ เถาองุ่นก็อ่อนระทวย จิตใจที่รื่นเริงทั้งปวงก็ถอนหายใจ
|
|
08 |
เสียงสนุกสนานของรำมะนาก็เงียบ เสียงของผู้เบิกบานก็หยุดเสีย เสียงสนุกสนานของพิณเขาคู่ก็เงียบ
|
|
09 |
เขาไม่ดื่มเหล้าองุ่นพร้อมกับการร้องเพลงอีกเมรัยก็เป็นของขมแก่ผู้ที่ดื่ม
|
|
10 |
เมืองที่จลาจลแตกหักเสียแล้ว บ้านทุกหลังก็ปิดหมดไม่ให้ใครเข้าไป
|
|
11 |
มีเสียงร้องที่กลางถนนด้วยเรื่องเหล้าองุ่น ความชื่นบานทั้งสิ้นก็เยือกเย็นลงแล้ว ความยินดีของแผ่นดินก็หายสูญไป
|
|
12 |
เหลือความร้างเปล่าอยู่ในเมือง ประตูเมืองก็ถูกทุบทำลาย
|
|
13 |
เพราะจะเป็นเช่นนี้อยู่ท่ามกลางโลก ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย อย่างกับเมื่อต้นมะกอกเทศถูกเขย่า อย่างเมื่อการ
เก็บเล็มตามเถาองุ่นสิ้นลง
|
|
14 |
เขาทั้งหลายเปล่งเสียงของเขาขึ้น เขาร้องเพลงด้วยความชื่นบาน เขาโห่ร้องจากตะวันตก ฉลองความโอ่อ่าตระการ
ของพระเจ้า
|
|
15 |
เพราะฉะนั้น ในทางตะวันออกจงถวายพระสิริแก่พระเจ้า ในแผ่นดินชายทะเล ถวายแด่พระนามแห่งพระเยโฮวาห์
พระเจ้าของอิสราเอล
|
|
16 |
ตั้งแต่ที่สุดปลายโลกเราได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญว่าศักดิ์ศรีจงมีแก่ผู้ชอบธรรม แต่ข้าพเจ้าว่า "ข้าพเจ้าก็ผ่ายผอม
ข้าพเจ้าก็ผ่ายผอม วิบัติแก่ข้าพเจ้า เพราะคนทรยศประพฤติอย่างทรยศ คนทรยศประพฤติอย่างทรยศยิ่ง"
|
|
17 |
โอ ชาวแผ่นดินโลกเอ๋ย ความสยดสยองและหลุมพรางและกับก็มาทันเจ้าแล้ว
|
|
18 |
ผู้ใดหนีเมื่อได้ยินเสียงความสยดสยองนั้น จะตกในหลุมพราง และผู้ที่ปีนออกมาจากหลุมพราง ก็จะติดกับ เพราะ
ว่าหน้าต่างของฟ้าสวรรค์ก็ถูกเปิด และรากฐานของแผ่นดินโลกก็หวั่นไหว
|
|
19 |
โลกแตกสลายสิ้นเชิงแล้ว โลกแตกเป็นเสี่ยงๆ โลกถูกเขย่าอย่างรุนแรง
|
|
20 |
โลกก็ซวนเซไปอย่างคนเมา มันแกว่งไปอย่างเพิง การทรยศของโลกหนักอยู่บนมัน และมันล้มและจะไม่ลุกอีก
|
|
21 |
ในวันนั้น พระเจ้าจะทรงลงโทษบริวารของฟ้าสวรรค์ ในฟ้าสวรรค์ และบรรดาพระราชาของแผ่นดินโลก ในแผ่น
ดินโลก
|
|
22 |
เขาทั้งหลายจะถูกรวบรวมไว้ด้วยกัน ดั่งนักโทษในคุกมืด เขาทั้งหลายจะถูกกักขังไว้ในคุก และต่อมาหลายวัน
เขาจึงจะถูกลงโทษ
|
|
23 |
แล้วดวงจันทร์จะอดสู และดวงอาทิตย์จะอับอาย เพราะว่าพระเจ้าจอมโยธาจะทรงราชย์ บนภูเขาศิโยนและในเยรู
ซาเล็ม และพระสิริจะปรากฏต่อหน้าพวกผู้ใหญ่ของพระองค์
|
|
01 |
ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ข้าพระองค์จะยอพระเกียรติพระองค์ ข้าพระองค์จะสรรเสริญ
พระนามของพระองค์ เพราะพระองค์ได้ทรงกระทำการอัศจรรย์ ตามแผนงานที่ทรงดำริไว้นาน มาแล้ว อันมั่นคงและ
แน่นอน
|
|
02 |
เพราะพระองค์ได้ทรงกระทำให้เมืองเป็นกองขยะ เมืองมีป้อมเป็นที่สลักหักพัง วังของชนต่างด้าวไม่เป็นเมืองต่อไป
อีก จะไม่ก่อสร้างขึ้นอีกเลย
|
|
03 |
เพราะฉะนั้น ประชาชาติที่แข็งแรงจะถวายพระสิริแก่พระองค์ หัวเมืองของบรรดาประชาชาติที่ทารุณจะเกรงกลัวพระ
องค์
|
|
04 |
เพราะพระองค์ได้ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของคนยากจน ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของคนขัดสนเมื่อเขาทุกข์ใจทรง
เป็นที่กำบังจากพายุและเป็นร่มกันความร้อน เพราะลมของผู้ที่ทารุณก็เหมือนพายุพัดกำแพง
|
|
05 |
เหมือนความร้อนในที่แห้ง พระองค์ทรงระงับเสียงของคนต่างด้าว ร่มเมฆระงับความร้อนฉันใด เสียงเพลงของผู้
ทารุณก็เงียบไปฉันนั้น
|
|
06 |
บนภูเขานี้ พระเจ้าจอมโยธาจะทรงจัดการเลี้ยงสำหรับบรรดาชนชาติทั้งหลาย เป็นการเลี้ยงด้วยของอ้วนพี เป็นการ
เลี้ยงด้วยเหล้าองุ่นที่ตกตะกอนแล้ว ด้วยของอ้วนพีมีไขมันในกระดูกเต็มด้วยเหล้าองุ่นตกตะกอนที่กรองแล้ว
|
|
07 |
และบนภูเขานี้ พระองค์จะทรงทำลายผ้าคลุมหน้าซึ่งคลุมหน้าบรรดาชนชาติทั้งหลาย และม่านซึ่งกางอยู่เหนือ
บรรดาประชาชาติ
|
|
08 |
พระองค์จะทรงกลืนความตายเสียเป็นนิตย์ และพระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาจากหน้าทั้งปวง และพระองค์จะทรงเอาการ
ลบหลู่ชนชาติของพระองค์ไปเสียจากทั่วแผ่นดินโลก เพราะพระเจ้าได้ตรัสแล้ว
|
|
09 |
ในวันนั้น เขาจะกล่าวกันว่า "นี่แน่ะ นี่คือพระเจ้าของเราทั้งหลาย เราได้รอคอยพระองค์ เพื่อว่าพระองค์จะทรง
ช่วยเราให้รอด นี่คือพระเจ้า เราได้รอคอยพระองค์ ให้เรายินดีและเปรมปรีดิ์ในความรอดของพระองค์"
|
|
10 |
เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้าจะพักอยู่บนภูเขานี้ และโมอับ จะถูกเหยียบย่ำลงในที่ของเขาเหมือนเหยียบฟางลงใน
หลุมมูลสัตว์
|
|
11 |
และถึงเขาจะกางมือของเขาท่ามกลางหลุมนั้น ดั่งคนว่ายน้ำกางแขนว่ายน้ำ แต่พระองค์จะทรงให้ความเย่อหยิ่งของ
เขาต่ำลง พร้อมกับฝีมือชำนาญของเขา
|
|
12 |
ป้อมสูงของกำแพงเมืองของเจ้านั้น พระองค์จะทรงให้ต่ำลง ทรงเหยียดลงและเหวี่ยงลงถึงดินแม้กระทั่งถึงผงคลี
|
|
01 |
ในวันนั้น เขาจะร้องเพลงนี้ในแผ่นดินยูดาห์"เรามีเมืองเข้มแข็งเมืองหนึ่ง พระองค์ทรงตั้งความรอดไว้ เป็นผนังและ
กำแพง
|
|
02 |
จงเปิดประตูเมืองเถิด เพื่อประชาชาติที่ชอบธรรมซึ่งรักษาความซื่อสัตย์ไว้จะได้เข้ามา
|
|
03 |
ใจแน่วแน่นั้น พระองค์ทรงรักษาไว้ในศานติภาพอันสมบูรณ์ เพราะเขาวางใจในพระองค์
|
|
04 |
จงวางใจในพระเจ้าเป็นนิตย์ เพราะพระเจ้า ทรงเป็นศิลานิรันดร์
|
|
05 |
เพราะพระองค์ทรงให้ชาวเมืองที่สูงส่งนั้น คือเมืองที่สูงส่งนั้นต่ำลง พระองค์ทรงให้มันต่ำลง ต่ำลงถึงดิน ให้มันลง
ที่ผงคลี
|
|
06 |
เท้าเหยียบมัน คือเท้าของคนยากจน คือย่างเท้าของคนขัดสน"
|
|
07 |
หนทางของคนชอบธรรมก็ราบเรียบ พระองค์ผู้เที่ยงธรรมทรงกระทำให้วิถีของคนชอบธรรมราบรื่น
|
|
08 |
ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์รอคอยพระองค์อยู่ ในวิถีแห่งการพิพากษาของพระองค์ พระนามอันเป็นที่ระลึกของพระ
องค์ เป็นที่จิตวิญญาณของข้าพระองค์ปรารถนา
|
|
09 |
วิญญาณของข้าพระองค์อยากได้พระองค์ในกลางคืน จิตใจภายในข้าพระองค์แสวงหาพระองค์อย่างร้อนรน เพราะ
เมื่อการพิพากษาของพระองค์อยู่ในแผ่นดินโลก ชาวพิภพได้เรียนรู้ถึงความชอบธรรม
|
|
10 |
ถ้าสำแดงพระคุณแก่คนอธรรม เขาก็ไม่เรียนรู้ความชอบธรรม เขาประพฤติชั่วในแผ่นดินที่เที่ยงธรรม และมองไม่
เห็นความโอ่อ่าตระการของพระเจ้า
|
|
11 |
ข้าแต่พระเจ้า พระหัตถ์ของพระองค์ชูขึ้น แต่เขาก็มองไม่เห็น ขอให้เขามองเห็นความร้อนพระทัยเพื่อชนชาติของ
พระองค์และได้อับอาย ส่วนปฏิปักษ์ของพระองค์ ขอให้ไฟเผาผลาญเขา
|
|
12 |
ข้าแต่พระเจ้า พระองค์จะสถาปนาศานติภาพเพื่อข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ได้ทรงกระทำบรรดากิจการของพระ
องค์เพื่อข้าพระองค์
|
|
13 |
ข้าแต่พระเยโฮวาห์ พระเจ้าของข้าพระองค์ เจ้านายอื่นนอกเหนือพระองค์ได้ครอบครองพวกข้าพระองค์แต่ข้าพระ
องค์รับรู้แต่พระนามของพระองค์เท่านั้น
|
|
14 |
เขาทั้งหลายตายแล้ว เขาจะไม่มีชีวิตอีก เขาเป็นชาวแดนคนตาย เขาจะไม่เป็นขึ้นอีก หรือ คนตายไม่มีชีวิตอีก
ชาวแดนคนตายจะไม่เป็นขึ้น เพื่อเป็นเช่นนั้นพระองค์ได้ทรงเยี่ยมเยียนและทรงทำลายเขา และทรงกวาดอนุสรณ์ทั้ง
สิ้นของเขาเสีย
|
|
15 |
ข้าแต่พระเจ้า แต่พระองค์ทรงเพิ่มประชาชนขึ้นพระองค์ทรงเพิ่มประชาชนขึ้น พระองค์ได้ทรงรับพระสิริ พระองค์
ทรงขยายเขตแดนทั้งสิ้นของแผ่นดินให้กว้างใหญ่
|
|
16 |
ข้าแต่พระเจ้า ในยามทุกข์ใจ เขาได้แสวงหาพระองค์เขาทั้งหลายหลั่งคำอธิษฐานออกมา ในเมื่อการตีสอนอยู่เหนือ
เขาทั้งหลาย
|
|
17 |
ดั่งหญิงมีครรภ์ ผู้บิดตัวและร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อนางใกล้ถึงกำหนดเวลาคลอด ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ทั้ง
หลายก็เป็นเช่นนั้น ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์
|
|
18 |
ข้าพระองค์มีครรภ์ ข้าพระองค์บิดตัว เป็นเหมือนข้าพระองค์คลอดลม ข้าพระองค์มิได้ทำการช่วยกู้ในแผ่นดินโลก
และชาวพิภพมิได้เกิด
|
|
19 |
คนตายของพระองค์จะมีชีวิต ศพของเขาทั้งหลายจะลุกขึ้น โอ ผู้อาศัยอยู่ในผงคลี จงตื่นเถิด และร้องเพลงเพราะ
ความชื่นบาน เพราะน้ำค้างของเจ้าเป็นน้ำค้างของความสว่าง และแผ่นดินโลกจะให้ชาวแดนคนตายเป็นขึ้น {หรือ
บนแผ่นดินของชาวแดนคนตาย พระองค์จะทรงกระทำให้ (น้ำค้าง) ตก}
|
|
20 |
มาเถิด ชนชาติของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเข้าในห้องของเจ้า และปิดประตูเสีย จงซ่อนตัวเจ้าอยู่สักพักหนึ่ง จนกว่าพระ
พิโรธจะผ่านไป
|
|
21 |
เพราะ ดูเถิด พระเจ้ากำลังเสด็จออกมาจากสถานที่ของพระองค์ เพื่อลงโทษชาวแผ่นดินโลก เพราะความบาปผิด
ของเขาทั้งหลาย และแผ่นดินโลกจะเปิดเผยโลหิต ซึ่งหลั่งอยู่บนมันและจะไม่ปิดบังผู้ถูกฆ่าของมันไว้อีก
|
|
01 |
ในวันนั้น พระเจ้าจะทรงลงโทษด้วยพระแสงอันแข็งกระด้างอันใหญ่ และอันแรงกล้าของพระองค์ต่อเลวีอาธานคือ
พญานาคที่หนีไปนั้น เลวีอาธาน พญานาคที่ขด และพระองค์จะทรงประหารมังกรที่อยู่ในทะเล
|
|
02 |
ในวันนั้น "สวนองุ่นอันแสนสุข จงร้องเพลงถึงสวนนั้น
|
|
03 |
เราคือพระเจ้า เป็นผู้รักษาดูแลมัน เรารดน้ำมันอยู่ทุกขณะ เกรงว่าผู้หนึ่งผู้ใดจะทำอันตรายมัน เราจึงเฝ้ามันไว้ทั้ง
กลางคืนกลางวัน
|
|
04 |
เราไม่มีความพิโรธ เราจะใคร่ให้มีหนามใหญ่หนามย่อยขึ้นมาสู้รบ เราจะออกรบกับมัน เราจะเผามันเสียด้วยกัน
|
|
05 |
หรือให้เขาเกาะอยู่กับการป้องกันของเรา ให้เขาทำศานติภาพกับเรา ให้เขาทำศานติภาพกับเรา"
|
|
06 |
ในวันข้างหน้า ยาโคบจะหยั่งราก อิสราเอลจะผลิดอกและแตกหน่อ กระทำให้พิภพทั้งสิ้นมีผลเต็ม
|
|
07 |
พระองค์ทรงโบยตีเขาอย่างที่พระองค์โบยตีผู้ที่โบยตีเขาทั้งหลายหรือ หรือเขาถูกฆ่าอย่างผู้ฆ่าเขาถูกฆ่า
|
|
08 |
ด้วยการขับไล่ ด้วยการกวาดไปเป็นเชลย พระองค์ทรงต่อสู้แย้งกับเขา พระองค์ทรงกวาดเขาไปด้วยลมดุเดือดของ
พระองค์ในวันแห่งลมตะวันออก
|
|
09 |
เพราะฉะนั้นจะลบมลทินกรรมชั่วของยาโคบอย่างนี้แหละ และนี่จะเป็นผลเต็มขนาดในการปลดบาปของเขา คือเมื่อ
เขาทำศิลาทั้งสิ้นของแท่นบูชา ให้เป็นเหมือนหินดินสอพอง ที่ถูกบดเป็นชิ้นๆ จะไม่มีอาเช-รา {ดูหมายเหตุใน บท
17ข้อ8} หรือแท่นเครื่องหอมตั้งอยู่ได้
|
|
10 |
เพราะเมืองมีป้อมก็มีอยู่โดดเดี่ยว ที่อาศัยก็เริศร้างถูกทอดทิ้งอย่างกับถิ่นทุรกันดารลูกวัวหากินอยู่ที่นั่น มันนอนลง
ที่นั่นและทึ้งกิ่งไม้
|
|
11 |
เมื่อกิ่งนั้นแห้ง มันก็หัก พวกผู้หญิงก็มาเอามันไปก่อไฟ เพราะนี่เป็นชนชาติที่ไร้ความเข้าใจ เพราะฉะนั้น ผู้ที่
ทรงสร้างเขาก็จะไม่สงสารเขาผู้ที่ทรงปั้นเขาจะไม่ทรงสำแดงพระคุณแก่เขา
|
|
12 |
ในวันนั้น ตั้งแต่แม่น้ำยูเฟรติส ไปจนถึงลำธารอียิปต์ พระเจ้าจะทรงนวดเอาข้าว โอ ประชาชนอิสราเอลเอ๋ย เจ้า
จะถูกเก็บรวมเข้ามาทีละคนๆ
|
|
13 |
และในวันนั้นเขาจะเป่าเขาสัตว์ใหญ่ และบรรดาผู้ที่กำลังพินาศอยู่ในแผ่นดินอัสซีเรีย และบรรดาผู้ถูกขับไล่ออกไป
ยังแผ่นดินอียิปต์จะมานมัสการพระเจ้า บนภูเขาบริสุทธิ์ที่เยรูซาเล็ม
|
|
01 |
วิบัติแก่มงกุฎอันโอ่อ่าของคนขี้เมาแห่งเอฟราอิมและแก่ดอกไม้ที่กำลังร่วงโรยแห่งความงามอันรุ่งเรืองของเขา ซึ่งอยู่
บนยอดเขาในที่ลุ่มอันอุดมของบรรดาผู้ที่เหล้าองุ่นมีชัย
|
|
02 |
ดูเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีผู้หนึ่งที่มีกำลังและแข็งแรง เหมือนพายุลูกเห็บอันเป็นพายุทำลาย เหมือนพายุน้ำที่
กำลังไหลท่วม ซึ่งจะเหวี่ยงลงถึงดินด้วยความรุนแรง
|
|
03 |
มงกุฎอันโอ่อ่าของคนขี้เมาแห่งเอฟราอิม จะถูกเหยียบอยู่ใต้เท้า
|
|
04 |
และดอกไม้ที่กำลังร่วงโรยแห่งความงามอันรุ่งโรจน์ของเขา ซึ่งอยู่บนยอดเขาในที่ลุ่มอันอุดม จะเป็นเหมือนมะเดื่อที่
แรกสุกก่อนฤดูร้อน เมื่อคนเห็นเข้าก็กินมันเสีย พอถึงมือเขาเท่านั้น
|
|
05 |
ในวันนั้น พระเจ้าจอมโยธา จะเป็นมงกุฎศักดิ์ศรีและเป็นมกุฎแห่งความงามแก่คนที่เหลืออยู่แห่งชนชาติของพระ
องค์
|
|
06 |
และเป็นอานุภาพแห่งความยุติธรรมแก่เขาผู้นั่งพิพากษา และเป็นกำลังของผู้เหล่านั้นผู้หันการสงครามกลับเสียที่
ประตูเมือง
|
|
07 |
เขาเหล่านี้ซมซานไปด้วยเหล้าองุ่นเหมือนกัน และโซเซไปด้วยเมรัย ปุโรหิตและผู้เผยพระวจนะก็ซมซานไปด้วย
เมรัย เขาทั้งหลายมึนตื้อไปด้วยเหล้าองุ่น เขาโซเซไปด้วยเมรัย เขาเห็นผิดไป เขาสะดุดในการให้คำพิพากษา
|
|
08 |
เพราะสำรับทุกสำรับก็มีอาเจียนเต็ม ไม่มีที่ใดที่ไม่สกปรก
|
|
09 |
"เขาจะสอนความรู้ให้แก่ใคร เขาจะบรรยายข่าวแก่ผู้ใด ให้แก่คนเหล่านั้นที่หย่านมหรือ หรือให้แก่คนเอามาจากอก
|
|
10 |
เพราะเป็นกฎซ้อนกฎ กฎซ้อนกฎ บรรทัดซ้อนบรรทัด บรรทัดซ้อนบรรทัด ที่นี่นิด ที่นั่นหน่อย"
|
|
11 |
เปล่า แต่พระองค์จะตรัสกับชนชาตินี้ โดยต่างภาษา และด้วยปากของคนต่างด้าว
|
|
12 |
คือแก่บรรดาผู้ที่พระองค์ตรัสว่า "นี่คือการหยุดพัก จงให้การหยุดพักแก่คนเหน็ดเหนื่อย และนี่คือการพักผ่อน"
ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ฟัง
|
|
13 |
เพราะฉะนั้น พระวจนะของพระเจ้าจึงเป็นอย่างนี้แก่เขา เป็นกฎซ้อนกฎ กฎซ้อนกฎ เป็นบรรทัดซ้อนบรรทัด
บรรทัดซ้อนบรรทัด ที่นี่นิด ที่นั่นหน่อย เพื่อเขาจะไปและถอยหลัง และจะแตก และจะติดบ่วงและจะถูกจับไป
|
|
14 |
เพราะฉะนั้น เจ้าทั้งหลายคนมักเยาะเย้ยเอ๋ย จงฟังพระวจนะของพระเจ้า คือเจ้าผู้ปกครองชนชาตินี้ในเยรูซาเล็ม
|
|
15 |
เพราะเจ้าทั้งหลายได้กล่าวแล้วว่า "เราได้กระทำพันธสัญญาไว้กับความตาย และเราทำความตกลงไว้กับแดนคน
ตาย เมื่อภัยพิบัติอันท่วมท้นผ่านไป จะไม่มาถึงเรา เพราะเราทำให้ความเท็จเป็นที่ลี้ภัยของเรา และเราได้กำบังอยู่ใน
ความมุสา"
|
|
16 |
เพราะฉะนั้น พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "ดูเถิด เราวางศิลาไว้ในศิโยนเพื่อเป็นรากฐาน คือศิลาที่ทดสอบแล้ว เป็นศิลามุม
เอกอย่างประเสริฐเป็นรากฐานอันมั่นคง 'เขาผู้นั้นที่วางใจจะไม่รีบร้อน'
|
|
17 |
และเราจะกระทำความยุติธรรมให้เป็นเชือกวัด และความชอบธรรมให้เป็นลูกดิ่ง และลูกเห็บจะกวาดเอาความเท็จ
อันเป็นที่ลี้ภัยไปเสีย และน้ำจะท่วมท้นที่กำบัง"
|
|
18 |
แล้วพันธสัญญาของเจ้ากับความตายเป็นโมฆะ และข้อตกลงของเจ้ากับแดนคนตายจะไม่ดำรง เมื่อภัยพิบัติอันท่วม
ท้นผ่านไป เจ้าจะถูกเหยียบย่ำลงด้วยโทษนั้น
|
|
19 |
มันผ่านไปบ่อยเท่าใดมันก็จะเอาตัวเจ้า เพราะมันจะผ่านไปเช้าแล้วเช้าเล่า ทั้งกลางวันและกลางคืน เมื่อเข้าใจข่าว
ก็จะเกิดแต่ความสยดสยองเท่านั้น
|
|
20 |
เพราะที่นอนนั้นสั้นเกินที่คนหนึ่งคนใดจะเหยียดอยู่บนนั้น และผ้าห่มก็แคบไม่พอคลุมตัว
|
|
21 |
เพราะว่าพระเจ้าจะทรงลุกขึ้นอย่างที่บนภูเขาเปริซิม พระองค์จะพิโรธอย่างที่ในหุบเขากิเบโอน เพื่อกระทำพระราช
กิจของพระองค์ พระราชกิจของพระองค์นั้นประหลาด และเพื่อกระทำงานของพระองค์ งานของพระองค์ก็แปลก
|
|
22 |
เพราะฉะนั้น อย่าเป็นคนเยาะเย้ย เกลือกว่าพันธะของเจ้าจะเข้มงวดขึ้น เพราะข้าพเจ้าได้ยินกฤษฎีกากำหนดการ
ทำลายเหนือแผ่นดินทั้งสิ้นแล้ว จากพระเจ้าจอมโยธา
|
|
23 |
เงี่ยหูลงซิ และฟังเสียงข้าพเจ้า สดับซี และฟังคำพูดของข้าพเจ้า
|
|
24 |
เขาผู้ไถนาเพื่อหว่าน ไถอยู่เสมอหรือ เขาเบิกดินและคราดอยู่เป็นนิตย์หรือ
|
|
25 |
เมื่อเขาปราบผิวลงแล้ว เขาไม่หว่านเทียนแดงและยี่หร่า เขาไม่ใส่ข้าวสาลีเป็นแถว และข้าวบารลีในที่อันเหมาะ
ของมัน และหว่านข้าวสแปลต์ไว้เป็นคันแดนหรือ
|
|
26 |
เพราะพระองค์ทรงสั่งสอนเขาถูกต้อง พระเจ้าของเขาได้สอนเขา
|
|
27 |
เขาไม่นวดเทียนแดงด้วยเลื่อนนวดข้าว และเขาไม่เอาล้อเกวียนกลิ้งทับยี่หร่า แต่เขาเอาไม้พลองตีเทียนแดงให้
หลุดออก และเอาตะบองตียี่หร่า
|
|
28 |
คนใดบดข้าวที่ทำขนมปังหรือ เปล่าเลย เขาไม่นวดมันเป็นนิตย์ เมื่อเขาขับล้อเกวียนเทียมม้าทับมันแล้ว เขามิได้
บดมัน
|
|
29 |
เรื่องนี้มาจากพระเจ้าจอมโยธาด้วย พระองค์อัศจรรย์นักในการปรึกษา และวิเศษในเรื่องสติปัญญา
|
|
01 |
โอ้โฮ อารีเอล {ชื่อหนึ่งของ เยรูซาเล็ม} อารีเอล นครซึ่งดาวิดทรงตั้งค่าย จงเพิ่มปีเข้ากับปี จงให้มีเทศกาลตาม
รอบของมัน
|
|
02 |
เรายังจะให้อารีเอลทุกข์ใจ จะมีการร้องคร่ำครวญและร้องทุกข์ และเมืองนั้นจะเป็นเหมือนชั้นเพลิงแท่นบูชาแก่เรา
|
|
03 |
และเราจะตั้งค่ายอยู่รอบเจ้า และเราจะล้อมเจ้ากับบรรดาหอรบ และเราจะยกเชิงเทินขึ้นสู้เจ้า
|
|
04 |
และเจ้าจะพูดมาจากที่ลึกของแผ่นดินโลก คำของเจ้าจะมาจากที่ต่ำลงในผงคลี เสียงของเจ้าจะมาจากพื้นดินเหมือน
เสียงผี และคำพูดของเจ้าจะกระซิบออกมาจากผงคลี
|
|
05 |
แต่มวลศัตรูของเจ้าจะเหมือนผงคลีละเอียด และผู้น่ากลัวทั้งมวลจะเหมือนแกลบที่ฟุ้งหายไปชั่วประเดี๋ยวเดียวและ
ในทันทีทันใด
|
|
06 |
พระเจ้าจอมโยธาจะเยี่ยมเยียนเจ้า ด้วยฟ้าร้องและด้วยแผ่นดินไหว และด้วยเสียงกัมปนาทด้วยลมบ้าหมูและพายุ
ด้วยเปลวแห่งเพลิงเผาผลาญ
|
|
07 |
และมวลประชาชาติทั้งสิ้นที่ต่อสู้กับอารีเอล ทั้งหมดที่ต่อสู้กับเขาและกับที่กำบังเข้มแข็งของเขา และทำให้เขาทุกข์
ใจ จะเป็นเหมือนความฝัน คือนิมิตในกลางคืน
|
|
08 |
อย่างเมื่อคนหิวฝันว่าเขากำลังกินอยู่ และตื่นขึ้นก็ยังหิวอยู่ไม่อิ่ม หรือเหมือนเมื่อคนกระหายฝันว่า เขากำลังดื่มอยู่
แล้วตื่นขึ้นมาอ่อนเปลี้ย คอของเขายังแห้งผาก มวลประชาชาติทั้งสิ้น ที่ต่อสู้กับภูเขาศิโยนก็จะเป็นเช่นนั้น
|
|
09 |
จงกระทำตัวให้งงงวยและอยู่ในสภาพงวยงง จงกระทำตัวให้บอดและเป็นคนตาบอด เขามึนเมา แต่ไม่ใช่ด้วยเหล้า
องุ่น เขาโซเซ แต่ไม่ใช่ด้วยเมรัย
|
|
10 |
เพราะว่าพระเจ้าทรงเทอานุภาพแห่งความหลับสนิทลงเหนือเจ้า และปิดตา คือท่านผู้เผยพระวจนะของเจ้าแล้วนะ
และคลุมศีรษะ คือท่านผู้เล็งญาณของเจ้าไว้แล้วนะ
|
|
11 |
และแก่ท่านทั้งหลาย นิมิตนี้ทั้งสิ้นได้กลายเป็นเหมือนถ้อยคำในหนังสือที่ประทับตรา เมื่อคนให้แก่คนหนึ่งที่อ่าน
ได้ กล่าวว่า "อ่านนี่ซี" เขาว่า "ข้าอ่านไม่ได้เพราะมีตราประทับ"
|
|
12 |
และเมื่อเขาให้หนังสือแก่คนหนึ่งที่อ่านไม่ได้ กล่าวว่า "อ่านนี่ซี" เขาว่า "ข้าไม่รู้หนังสือ"
|
|
13 |
และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า "เพราะชนชาตินี้เข้ามาใกล้ด้วยปากของเขา และให้เกียรติเราด้วยริมฝีปากของเขา แต่
เขาให้จิตใจของเขาห่างไกลจากเรา เขายำเกรงเราเพียงแต่เหมือนเป็นบัญญัติของมนุษย์ที่ท่องจำกันมา
|
|
14 |
เพราะฉะนั้น ดูเถิด เราจะกระทำ สิ่งมหัศจรรย์กับชนชาตินี้อีก ประหลาดและอัศจรรย์ สติปัญญาของคนมีปัญญา
ของเขาจะพินาศไป และความเข้าใจของคนที่เข้าใจจะถูกปิดบังไว้"
|
|
15 |
วิบัติแก่ผู้ที่พยายามซ่อนแผนงานของเขาไว้ลึกจากพระเจ้า ซึ่งการกระทำของเขาอยู่ในความมืด ผู้ซึ่งกล่าวว่า "ใคร
เห็นเรา ใครจำเราได้"
|
|
16 |
เจ้ากลับตาลปัตรเสีย จะถือว่าช่างปั้นเท่ากับดินเหนียว และสิ่งที่ถูกสร้างจะพูดเรื่องผู้สร้างมันว่า "เขาไม่ได้สร้างข้า"
หรือสิ่งที่ถูกปั้นขึ้นจะพูดเรื่องผู้ปั้นมันว่า"เขาไม่มีความเข้าใจอะไรเลย" อย่างนี้หรือ
|
|
17 |
ไม่ใช่อีกนิดหน่อยเท่านั้นหรือ ที่เลบานอนจะถูกเปลี่ยนให้เป็นสวนผลไม้ และสวนผลไม้จะถือว่าเป็นป่า
|
|
18 |
ในวันนั้น คนหูหนวกจะได้ยิน ถ้อยคำของหนังสือ และตาของคนตาบอดจะเห็น ออกมาจากความคลุ้มและความ
มืดของเขา
|
|
19 |
คนใจอ่อนสุภาพจะได้ความชื่นบานสดใสในพระเจ้าและคนยากจนท่ามกลางมนุษย์จะลิงโลดในองค์บริสุทธิ์แห่งอิส
ราเอล
|
|
20 |
เพราะว่า ผู้น่ากลัวจะสูญไป และคนมักเยาะเย้ยจะหมดไป และคนทั้งปวงที่หาโอกาสกระทำชั่วจะถูกตัดขาด
|
|
21 |
คือผู้ที่ใส่ความคนอื่นด้วยถ้อยคำของเขา และวางบ่วงไว้ดักเขาผู้กล่าวคำขนาบที่ประตูเมืองและด้วยถ้อยคำที่ไม่เป็น
แก่นสาร เขากีดกันคนที่อยู่ฝ่ายถูกเสีย
|
|
22 |
เพราะฉะนั้น พระเจ้าผู้ทรงไถ่อับราฮัม ตรัสดังนี้เกี่ยวกับเชื้อสายของยาโคบว่า "ยาโคบจะไม่ต้องอับอายอีก หน้า
ของเขาจะไม่ซีดลงอีกต่อไป
|
|
23 |
เพราะเมื่อเขาเห็นลูกหลานของเขา ซึ่งเป็นผลงานแห่งมือของเราในหมู่พวกเขา เขาทั้งหลายจะถือว่านามของเราศักดิ์
สิทธิ์ เขาทั้งหลายจะถือว่าองค์บริสุทธิ์ของยาโคบศักดิ์สิทธิ์และจะกลัวเกรงพระเจ้าแห่งอิสราเอล
|
|
24 |
และบรรดาผู้ที่ผิดฝ่ายจิตใจจะมาถึงความเข้าใจและบรรดาผู้ที่บ่นพึมพำจะยอมรับความรอบรู้"
|
|
01 |
พระเจ้าตรัสว่า "วิบัติแก่ลูกหลานที่ดื้อดึงผู้กระทำแผนงาน แต่ไม่ใช่ของเรา ผู้กระทำสนธิสัญญา แต่ไม่ใช่ตามน้ำใจ
เรา เขาจะเพิ่มบาปซ้อนบาป
|
|
02 |
ผู้ออกเดินไปยังอียิปต์ โดยไม่ขอคำปรึกษาของเรา เพื่อจะไปลี้ภัยในความอารักขาของฟาโรห์ เพื่อจะหาที่กำบังใน
ร่มเงาของอียิปต์
|
|
03 |
เพราะฉะนั้น การอารักขาของฟาโรห์ จะกลับเป็นความอับอายของเจ้า และที่กำบังในร่มเงาของอียิปต์กลับเป็นที่ขาย
หน้าของเจ้า
|
|
04 |
เพราะแม้ว่าข้าราชการของเขาอยู่ที่โศอัน และทูตของเขาไปถึงฮาเนส
|
|
05 |
ทุกคนได้รับความอับอาย โดยชนชาติหนึ่งซึ่งช่วยเขาไม่ได้ ซึ่งมิได้นำความช่วยเหลือหรือประโยชน์มาให้ ได้แต่
ความอับอายและความขายหน้า
|
|
06 |
ครุวาทเรื่องสัตว์ป่าแห่งเนเกบ เขาทั้งหลายบรรทุกทรัพย์สมบัติของเขาบนหลังลา และบรรทุกทรัพย์สินของเขาบน
โหนกอูฐ ไปตลอดแผ่นดินแห่งความยากลำบากแสนระทม ที่ซึ่งนางสิงห์และสิงห์ตัวผู้ งูปากกะบะ และงูแมวเซา
ออกมา ไปยังชนชาติหนึ่งซึ่งจะช่วยเขาไม่ได้
|
|
07 |
เพราะความช่วยเหลือของอียิปต์นั้นไร้ค่าและเปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้น เราจึงเรียกเขาว่า "ราหับผู้นั่งเฉย"
|
|
08 |
บัดนี้ ไปเถอะ เขียนลงไว้บนแผ่นจารึกต่อหน้าเขา และจดไว้ในหนังสือ เพื่อในเวลาที่จะมาถึง จะเป็นสักขีพยาน
เป็นนิตย์
|
|
09 |
เพราะว่าเขาทั้งหลายเป็นชนชาติดื้อดึง เป็นลูกขี้ปด เป็นหลานที่ไม่ยอมฟัง พระธรรมของพระเจ้า
|
|
10 |
ผู้ตรัสแก่ผู้เล็งญาณว่า "อย่าเห็นเลย" และแก่ศาสดาพยากรณ์ว่า "อย่าพยากรณ์สิ่งที่ถูกต้องแก่เราเลย จงพูดสิ่งราบ
รื่นแก่เรา จงพยากรณ์มายา
|
|
11 |
ออกจากทางเสีย หันเสียจากวิถี ให้องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลพ้นหน้าพ้นตาของเราเสีย"
|
|
12 |
เพราะฉะนั้น องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า "เพราะเจ้าดูหมิ่นถ้อยคำนี้ และวางใจในการบีบบังคับ และการ
ทุจริต และพึ่งอาศัยสิ่งเหล่านั้น
|
|
13 |
เพราะฉะนั้น ความบาปผิดนี้จะเป็นแก่เจ้า เหมือนกำแพงสูงแยกออกโผล่ออกไป กำลังจะพัง ซึ่งจะพังอย่าง
ปัจจุบันทันด่วน ในพริบตาเดียว
|
|
14 |
พระองค์จะทรงกระทำให้แตกเหมือนภาชนะของช่างหม้อแตก ซึ่งแตกแยกอย่างไม่ปรานี ชิ้นที่แตกนั้นไม่พบชิ้นดี
พอที่จะตักไฟออกจากเตา หรือใช้ตักน้ำออกจากบ่อเก็บน้ำ"
|
|
15 |
เพราะพระเจ้าองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า "ในการกลับและหยุดพัก เจ้าทั้งหลายจะรอ |