อิสยาห์ อสย. Isaiah Isa

Daily Bible Study..Click here

อิสยาห์ 1

01 นิมิตของอิสยาห์บุตรชายของอามอส ซึ่งท่านได้เห็นเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็ม ในรัชกาลของอุสซียาห์ โยธาม อา หัส และเฮเซคียาห์พระราชาแห่งยูดาห์
02 ฟ้าสวรรค์เอ๋ย จงฟัง แผ่นดินโลกเอ๋ย จงเงี่ยหู เพราะพระเจ้าได้ตรัสว่า "เราได้เลี้ยงดูบุตรและให้เติบโตขึ้น แต่เขา ทั้งหลายได้กบฏต่อเรา
03 โครู้จักเจ้าของของมัน และลาก็รู้จักรางหญ้าของนายมัน แต่อิสราเอลไม่รู้จัก ชนชาติของเราไม่เข้าใจ"
04 เออ ประชาชาติบาปหนา ชนชาติซึ่งหนักด้วยความบาปชั่ว หน่อเนื้อของผู้กระทำความชั่วร้าย บรรดาบุตรที่ทำ ความเสียหาย เขาทั้งหลายได้ทอดทิ้งพระเจ้า เขาได้ดูหมิ่นองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล เขาทั้งหลายหันหลังให้เสีย
05 ยังจะให้เฆี่ยนเจ้าตรงไหนอีก ที่เจ้ากบฏอยู่เรื่อยไป ศีรษะก็เจ็บหมด จิตใจก็อ่อนเปลี้ยไปสิ้น
06 ตั้งแต่ฝ่าเท้าจนถึงศีรษะ ไม่มีความปกติในนั้นเลย มีแต่ฟกช้ำและดำเขียว และเป็นแผลเลือดไหล ไม่เห็นบีบออก หรือพันไว้ หรือทำให้อ่อนลงด้วยน้ำมัน
07 ประเทศของเจ้าก็ร้างเปล่า และหัวเมืองของเจ้าก็ถูกไฟเผา ส่วนแผ่นดินของเจ้า คนต่างด้าวก็ทำลายเสียต่อหน้าเจ้า มันก็ร้างเปล่าไป อย่างที่คนต่างด้าวคว่ำมัน
08 ส่วนศิโยนธิดาก็ถูกทิ้งไว้ เหมือนอย่างเพิงที่ในสวนองุ่น เหมือนเพิงในไร่แตงกวา เหมือนเมืองที่ถูกล้อม
09 ถ้าพระเจ้าจอมโยธา มิได้เหลือคนไว้ให้เราบ้างเล็กน้อยแล้ว เราก็จะได้เป็นเหมือนเมืองโสโดม และเป็นเหมือนเมือง โกโมราห์
10 ดูก่อนท่านผู้ปกครองเมืองโสโดม จงฟังพระวจนะของพระเจ้า ดูก่อนท่านประชาชนเมืองโกโมราห์ จงเงี่ยหูฟังพระ ธรรมของพระเจ้าของเรา
11 พระเจ้าตรัสว่า "เครื่องบูชาอันมากมายของเจ้านั้นจะเป็นประโยชน์อะไรแก่เรา เราเอือมแกะตัวผู้อันเป็นเครื่องเผา บูชา และไขมันของสัตว์ที่ขุนไว้นั้นแล้ว เรามิได้ปีติยินดีในเลือดของวัวผู้ หรือลูกแกะหรือแพะผู้
12 "เมื่อเจ้าเข้ามาเฝ้าเรา ผู้ใดขอให้เจ้าทำอย่างนี้ ที่เหยียบย่ำเข้ามาในบริเวณพระนิเวศของเรา
13 อย่านำเครื่องถวายอนิจจังมาอีกเลย เครื่องบูชาอันเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชังต่อเรา วันเทศกาลข้างขึ้นและวันสะบาโต และการเรียกประชุม เราทนต่อความบาปชั่วและการประชุมตามพิธีไม่ได้อีก
14 ใจของเราเกลียด วันเทศกาลข้างขึ้นของเจ้าและวันเทศกาลตามกำหนดของเจ้า มันกลายเป็นภาระแก่เรา เราแบก เหน็ดเหนื่อยเสียแล้ว
15 เมื่อเจ้ากางมือของเจ้าออก เราจะซ่อนหน้าของเราเสียจากเจ้า แม้ว่าเจ้าจะอธิษฐานมากมาย เราจะไม่ฟัง มือของเจ้า เปรอะไปด้วยโลหิต
16 จงชำระตัว จงทำตัวให้สะอาด จงเอากรรมชั่วของเจ้าออกไปให้พ้นจากสายตาของเรา จงเลิกกระทำชั่ว
17 จงฝึกกระทำดี จงแสวงหาความยุติธรรม จงบรรเทาผู้ถูกบีบบังคับ จงป้องกันให้ลูกกำพร้าพ่อ จงสู้ความเพื่อหญิง ม่าย
18 พระเจ้าตรัสว่า "มาเถิด ให้เราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงอย่างผ้า แดง ก็จะกลายเป็นอย่างขนแกะ
19 ถ้าเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง เจ้าจะได้กินผลดีแห่งแผ่นดิน
20 แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธและกบฏ เจ้าจะเป็นเหยื่อของคมดาบ เพราะว่าพระโอษฐ์ของพระเจ้าได้ตรัสแล้ว"
21 เมืองที่ซื่อสัตย์ กลายเป็นแพศยาเสียแล้วหนอ คือเธอที่เคยเปี่ยมด้วยความยุติธรรม ความชอบธรรมเคยพำนักอยู่ใน เธอ แต่เดี๋ยวนี้ผู้กระทำฆาตกรรมพำนักอยู่
22 เงินของเจ้าได้กลายเป็นขี้เงินไปแล้ว เหล้าองุ่นของเจ้าปนน้ำแล้ว
23 เจ้านายของเจ้าเป็นพวกกบฏ และเป็นเพื่อนของโจร ทุกคนรักสินบน และวิ่งตามของกำนัล เขามิได้ป้องกันให้ ลูกกำพร้าพ่อ และคดีของหญิงม่ายก็ไม่มาถึงเขา
24 ฉะนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า คือพระเจ้าจอมโยธา ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ของอิสราเอลตรัสว่า "ดูเถิด เราจะระบายความ โกรธของเราเหนือศัตรูของเรา และแก้แค้นข้าศึกของเราเสียเอง
25 เราจะหันมือของเรามาสู้เจ้า และจะถลุงไล่ขี้แร่ของเจ้าออกเสียอย่างกับล้างด้วยน้ำด่าง และเอาของเจือปนของเจ้า ออกให้หมด
26 และเราจะคืนผู้พิพากษาของเจ้าให้ดังเดิม และคืนที่ปรึกษาของเจ้าอย่างกับตอนแรก ภายหลัง เขาจะเรียกเจ้าว่านคร แห่งความชอบธรรม นครซื่อสัตย์"
27 ศิโยนจะรับการไถ่ด้วยความยุติธรรม และบรรดาคนในนครที่กลับใจจะรับการไถ่ด้วยความชอบธรรม
28 แต่พวกกบฏและพวกคนบาปจะถูกทำลายด้วยกัน และบรรดาคนเหล่านั้นที่ละทิ้งพระเจ้าจะถูกล้างผลาญ
29 เพราะเจ้าจะละอายเรื่องต้นก่อหลวง ที่เจ้าปรารถนานั้น และเจ้าจะหน้าแดงเรื่องสวน ซึ่งเจ้าเลือก
30 เพราะเจ้าจะเป็นเหมือนต้นก่อหลวง ที่ใบเหี่ยวแห้ง และเหมือนสวนที่ขาดน้ำ
31 และผู้ที่แข็งแรงจะกลายเป็นใยป่าน และกิจการของเขาเป็นประกายไฟ และทั้งสองจะไหม้เสียด้วยกัน ไม่มีผู้ใด ดับได้

อิสยาห์ 2

01 ถ้อยคำซึ่งอิสยาห์บุตรชายของอามอสเห็นเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็ม
02 ในยุคหลังจะเป็นดังนี้ คือภูเขาแห่งพระนิเวศของพระเจ้า จะถูกสถาปนาขึ้นให้สูงที่สุดในจำพวกภูเขาทั้งหลายและ จะถูกยกขึ้นให้เหนือบรรดาเนินเขา และประชาชาติทั้งสิ้นจะหลั่งไหลเข้ามาหา
03 และชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากจะมากล่าวว่า "มาเถิด ให้เราขึ้นไปยังภูเขาของพระเจ้า ยังพระนิเวศแห่งพระเจ้าของ ยาโคบ เพื่อพระองค์จะทรงสอนวิถีของพระองค์แก่เรา และเพื่อเราจะเดินในมรรคาของพระองค์" เพราะว่าพระธรรมจะ ออกมาจากศิโยน และพระวจนะของพระเจ้าจะออกมาจากเยรูซาเล็ม
04 พระองค์ทรงวินิจฉัยระหว่างบรรดาประชาชาติ และจะทรงตัดสินเพื่อชนชาติทั้งหลายเป็นอันมาก และเขาทั้งหลาย จะตีดาบของเขาให้เป็นผาลไถนา และหอกของเขาให้เป็นขอลิด ประชาชาติจะไม่ยกดาบต่อสู้กันอีก เขาจะไม่ศึกษา ยุทธศาสตร์อีกต่อไป
05 โอ เชื้อสายของยาโคบเอ๋ย มาเถิด ให้เราทั้งหลายดำเนิน ในสว่างของพระเจ้า
06 เพราะพระองค์ทรงละทิ้งชนชาติของพระองค์เสีย คือเชื้อสายของยาโคบ เพราะว่าเขาเต็มด้วยผู้ทำนายจากตะวันออก และด้วยหมอดูอย่างคนฟีลิสเตีย และเขาตีสนิทกับคนต่างชาติ
07 แผ่นดินของเขาเต็มด้วยเงินและทองคำ ทรัพย์สมบัติของเขาไม่มีสิ้นสุด แผ่นดินของเขาเต็มด้วยม้า รถรบของเขาไม่ มีสิ้นสุด
08 แผ่นดินของเขาเต็มด้วยรูปเคารพ เขากราบไหว้ผลงานแห่งมือของเขา ต่อสิ่งซึ่งนิ้วมือของเขาได้กระทำ
09 มนุษย์จึงตกต่ำลง และคนก็ด้อยลง อย่าอภัยเขาเลย
10 จงหลบเข้าไปในหิน และซ่อนอยู่ในผงคลี ให้พ้นจากความน่าเกรงขามของพระเจ้า และจากพระสิริแห่งความโออ่า ตระการของพระองค์
11 และท่าอันผยองของมนุษย์จะตกต่ำลง และความจองหองของคนจะถูกปราบลง พระเจ้าองค์เดียวจะเป็นผู้เทิดทูน ในวันนั้น
12 เพราะว่าพระเจ้าจอมโยธาทรงมีวันหนึ่ง ที่สู้สารพัดที่เย่อหยิ่งและสูงส่ง ที่สู้สารพัดที่ถูกยกขึ้นและสูง
13 ที่สู้ต้นสนสีดาร์ทั้งสิ้นของเลบานอน ที่สูงและที่ถูกยกขึ้น และที่สู้ต้นก่อทั้งสิ้นของบาชาน
14 ที่สู้ภูเขาสูงทั้งสิ้น และที่สู้เนินเขาทั้งปวงที่ถูกยกขึ้น
15 ที่สู้หอคอยสูงทุกแห่ง ที่สู้กำแพงที่เข้มแข็งทุกแห่ง
16 ที่สู้กำปั่นทั้งสิ้นของทารชิช และที่สู้เรืองดงามทั้งสิ้น
17 และความผยองของมนุษย์จะต้องถูกปราบลง และความจองหองของคนจะตกต่ำลง ในวันนั้นพระเจ้าองค์เดียวจะ เป็นที่เทิดทูน
18 และรูปเคารพจะสูญสิ้นไปทีเดียว
19 และคนจะเข้าไปในถ้ำ และในโพรงดิน ให้พ้นจากความน่าเกรงขามของพระเจ้า และจากพระสิริแห่งความโอ่อ่า ตระการของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงลุกขึ้นกระทำให้โลกสั่นสะท้าน
20 ในวันนั้นคนจะเหวี่ยง รูปเคารพของตนออกไปอันทำด้วยเงินและรูปเคารพของตนที่ทำด้วยทองคำ ซึ่งเขาทำไว้ เพื่อตนเองจะนมัสการ ไปยังตัวตุ่นและตัวค้างคาว
21 เพื่อเขาจะเข้าถ้ำหิน และเข้าซอกผา ให้พ้นจากความน่าเกรงขามของพระเจ้า และจากพระสิริแห่งความโออ่าตระการ ของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงลุกขึ้นกระทำให้โลกสั่นสะท้าน
22 จงตัดขาดจากมนุษย์เสียเถิด ซึ่งในจมูกของเขามีลมหายใจ เพราะเขามีคุณค่าอะไรเล่า

อิสยาห์ 3

01 เพราะนี่แน่ะ องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธาทรงนำออกไปเสียจากเยรูซาเล็มและจากยูดาห์ ซึ่งเครื่องค้ำและ เครื่องจุน เครื่องค้ำอันเป็นอาหารทั้งหมด และเครื่องค้ำอันเป็นน้ำทั้งหมด
02 พวกทแกล้วและพวกทหาร ผู้วินิจฉัยและผู้เผยพระวจนะ ผู้ทำนายและพวกผู้ใหญ่
03 นายห้าสิบ และผู้มียศ ที่ปรึกษาและคนเล่นกลที่มีฝีมือ และคนชำนาญการทำอาถรรพณ์
04 และเราจะกระทำให้เด็กๆเป็นเจ้านายของเขา และทารกจะปกครองเขา
05 และประชาชนจะบีบบังคับกันและกัน ทุกคนบีบบังคับเพื่อนของตน และทุกคนบีบบังคับเพื่อนบ้านของตน เด็กๆ จะทะลึ่งต่อผู้ใหญ่ และคนถ่อยต่อคนผู้มีเกียรติ
06 เมื่อใครคนหนึ่งไปยึดตัวพี่น้องของเขา ในเรือนของบิดาของเขา กล่าวว่า "เจ้ามีเสื้อคลุมอยู่แล้ว เจ้าจงเป็นผู้นำของ เรา และซากที่อยู่นี้ จะอยู่ใต้กำมือของเจ้า"
07 ในครั้งนั้นเขาจะคัดค้านว่า "ข้าพเจ้าไม่ยอมเป็นผู้สมาน ในเรือนของข้าพเจ้าไม่มีทั้งอาหารและเสื้อคลุม ท่านจะตั้ง ข้าพเจ้าให้เป็น ผู้นำของประชาชนไม่ได้"
08 เพราะเยรูซาเล็มก็สะดุด และยูดาห์ก็ล้มคว่ำ เพราะว่าวาจาของเขาและการกระทำของเขาก็ต่อสู้พระเจ้ากบฏต่อพระ พักตร์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์
09 ความลำเอียงของเขาเป็นพยานปรักปรำเขาทั้งหลาย เขาป่าวร้องความผิดของเขาอย่างโสโดม เขามิได้ปิดบังไว้ วิบัติ แก่เขา เพราะว่าเขาได้นำความชั่วร้ายมาเหนือตัวเขาเอง
10 จงบอกคนชอบธรรมว่าเขาทั้งหลายจะเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับผลแห่งการกระทำของเขา
11 วิบัติแก่คนอธรรม ความร้ายจะตกแก่เขา เพราะว่าสิ่งใดที่มือเขาได้กระทำ เขาจะถูกกระทำเช่นกัน
12 ส่วนชนชาติของเรา เด็กๆเป็นผู้บีบบังคับเขาและผู้หญิงปกครองเหนือเขา โอ ชนชาติของเราเอ๋ย ผู้นำของเจ้าทำเจ้า ให้ผิดและกระทำให้แนวทางของเจ้าสับสน
13 พระเจ้าทรงเข้าประทับสู้ความ พระองค์ประทับยืนพิพากษาชนชาติของพระองค์
14 พระเจ้าทรงเข้าพิพากษา พวกผู้ใหญ่และเจ้านายชนชาติของพระองค์ "เจ้าทั้งหลายนี่แหละซึ่งได้กลืนกินสวนองุ่น เสีย ของที่ริบมาจากคนจนก็อยู่ในเรือนของเจ้า
15 ซึ่งเจ้าได้บีบคั้นชนชาติของเรา และได้บดบี้หน้าของคนจนนั้น เจ้าหมายความว่ากระไร"พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ แหละ
16 พระเจ้าตรัสว่า เพราะธิดาทั้งหลายของศิโยนนั้นก็ผยอง และเดินคอยืดคอยาว ตาของเขาชม้อยชม้าย เดิน กระตุ้งกระติ้ง ขยับเท้าให้มีเสียงกรุ๋งกริ๋ง
17 พระเจ้าจะทรงให้เป็นชันนะตุ ที่ศีรษะของบรรดาธิดาของศิโยน และพระองค์จะทรงกระทำให้หน้าผากของเขาทั้ง หลายโล้นไป
18 ในวันนั้นพระเจ้าจะทรงนำเอาเครื่องวิจิตรงดงามไปเสีย คือกำไลข้อมือ ปันจุเหร็จ ตุ้มวงเดือน
19 จี้ กำไลมือ ผ้าแถบ
20 ผ้ามาลา กำไลต้นแขน ผ้าคาดเอว หีบเครื่องน้ำอบ ตะกรุดพิสมร
21 แหวนตราและแหวนจมูก
22 เสื้องานและเสื้อคลุม ผ้าคลุมและกระเป๋าถือ
23 เสื้อผ้าโปร่ง เสื้อผ้าลินิน ผ้าโพกศีรษะและผ้าคลุมตัว
24 แทนน้ำอบจะมีแต่ความเน่า แทนผ้าคาดเอวจะมีเชือก แทนผมดัดจะมีแต่ศีรษะล้าน แทนเสื้องามล้ำค่า จะคาดเอว ด้วยผ้ากระสอบ แทนความงดงาม จะมีแต่ความขายหน้า
25 พวกผู้ชายของเจ้าจะล้มลงด้วยดาบ และทแกล้วทหารของเจ้าจะล้มในสงคราม
26 ประตูของเธอจะร้องทุกข์และไว้ทุกข์ เธอจะถูกเปลือยแล้วนั่งอยู่บนดิน

อิสยาห์ 4

01 ในวันนั้นหญิงเจ็ดคนจะยึดชายคนหนึ่งไว้ กล่าวว่า "เราจะหากินของเรา หานุ่งหาห่มของเราเอง ขอเพียงให้เขาเรียก เราด้วยชื่อของเธอ ขอจงปลดความอดสูของเราเสีย"
02 ในวันนั้นบรรดาสิ่งที่งอกเพราะพระเจ้าจะงดงามและรุ่งโรจน์ และพืชผลของแผ่นดินนั้นจะเป็นความภูมิใจ และเป็น เกียรติของอิสราเอลผู้รอดตายมา
03 และคนที่เหลืออยู่ในศิโยนและค้างอยู่ในเยรูซาเล็ม เขาจะเรียกว่าบริสุทธิ์ คือทุกคนผู้มีชื่อในทะเบียนชีวิตในเยรูซา เล็ม
04 ในเมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงล้างความโสโครกของธิดาทั้งหลายของศิโยน และชำระรอยโลหิตของเยรูซาเล็มจาก ท่ามกลางเมืองนั้น ด้วยอานุภาพแห่งการพิพากษาและด้วยอานุภาพของการเผา
05 และพระเจ้าจะทรงสร้างเมฆเพื่อกลางวันควันและแสงแห่งเปลวเพลิงเพื่อกลางคืน เหนือสถานทั้งสิ้นของภูเขาศิโยน และเหนือประชุมชนเมืองนั้น เพราะจะมีหลังคาและกระโจมเหนือพระสิริทั่วสิ้น
06 จะเป็นร่มกลางวันบังแดดและเป็นที่ลี้ภัยและที่กำบังพายุและฝน

อิสยาห์ 5

01 ขอให้ข้าพเจ้าร้องเพลงถึงที่รักของข้าพเจ้า เป็นเพลงของที่รักของข้าพเจ้าเกี่ยวกับสวนองุ่นของท่าน ที่รักของข้าพเจ้า มีสวนองุ่นแปลงหนึ่ง อยู่บนเนินเขาอันอุดมยิ่ง
02 ท่านขุดแล้วเก็บก้อนหินออกหมด และปลูกเถาองุ่นอย่างดีไว้ ท่านสร้างหอเฝ้าไว้ท่ามกลาง และสะกัดบ่อย่ำองุ่นไว้ ในสวนนั้นด้วย ท่านมุ่งหวังว่ามันจะบังเกิดลูกองุ่น แต่มันบังเกิดลูกเถาเปรี้ยว
03 บัดนี้ ชาวเยรูซาเล็ม และคนยูดาห์เอ๋ย ขอตัดสินระหว่างเรา และสวนองุ่นของเรา
04 มีอะไรอีกที่จะทำได้เพื่อสวนองุ่นของเรา ซึ่งเรายังไม่ได้ทำให้ ก็เมื่อเรามุ่งหวังว่ามันจะบังเกิดลูกองุ่น ไฉนมันจึง เกิดลูกเถาเปรี้ยว
05 บัดนี้เราจะบอกเจ้าทั้งหลายให้ ว่าเราจะทำอะไรกับสวนองุ่นของเรา เราจะรื้อรั้วหนามของมันเสีย แล้วมันก็จะถูกเผา เราจะพังกำแพงของมันลง มันก็จะถูกเหยียบย่ำลง
06 เราจะกระทำมันให้เป็นที่ร้าง จะไม่มีใครลิดแขนงหรือพรวนดิน หนามย่อยหนามใหญ่ก็จะงอกขึ้น และเราจะบัญชา เมฆ ไม่ให้โปรยฝนรดมัน
07 เพราะว่าสวนองุ่นของพระเจ้าจอมโยธา คือเชื้อวงศ์อิสราเอล และคนยูดาห์ เป็นหมู่ไม้ที่พระองค์ทรงชื่นพระทัย และพระองค์ทรงมุ่งหวังความยุติธรรม แต่ ดูเถิด มีแต่การนองเลือด หวังความชอบธรรม แต่ ดูเถิด เสียงร้องให้ ช่วย
08 วิบัติแก่ผู้เหล่านั้นที่เสริมบ้านหลังหนึ่งเข้ากับอีกหลังหนึ่ง และเสริมนาเข้ากับนา จนไม่มีที่อีกแล้ว และเจ้าทั้งหลาย ต้องอยู่ลำพัง ในท่ามกลางแผ่นดินนั้น
09 พระเจ้าจอมโยธาทรงกล่าวให้ข้าพเจ้าได้ยิน "แน่ทีเดียวบ้านหลายหลังจะต้องร้างเปล่า บ้านใหญ่บ้านงามจะไม่มีคน อาศัย
10 เพราะว่าสวนองุ่นยี่สิบห้าไร่จะได้ผลแต่เพียงบัทเดียว และเมล็ดพืชหนึ่งโฮเมอร์จะให้ผลแต่เอฟาห์เดียว"
11 วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ลุกขึ้นแต่เช้ามืด เพื่อวิ่งไปตามเมรัย ผู้เฉื่อยแฉะอยู่จนดึก จนเหล้าองุ่นทำให้เขาเมาหยำเป
12 เขามีพิณเขาคู่และพิณใหญ่ รำมะนา ขลุ่ยและเหล้าองุ่นณการเลี้ยงสัตว์ของเขาแต่เขาทั้งหลายมิได้เอาใจใส่ในพระ ราชกิจของพระเจ้าหรือพิจารณาพระหัตถกิจของพระองค์
13 เพราะฉะนั้นชนชาติของเราจึงตกไปเป็นเชลย เพราะขาดความรู้ ผู้มีเกียรติของเขาก็หิวแย่ และมวลชนของเขาก็ แห้งผากไปเพราะความกระหาย
14 เพราะฉะนั้นแดนคนตายก็ขยายคอของมันออก และอ้าปากเสียเกินขนาด และพวกเจ้านายของเยรูซาเล็มและมวล ชนของเมืองนั้นก็ลงไป ทั้งคนของเมืองนั้นและเขาผู้ลิงโลดอยู่ในนั้น
15 มนุษย์ต้องกราบลงและคนก็ตกต่ำ และนัยน์ตาของผู้ผยองก็ถูกลดต่ำ
16 แต่พระเจ้าจอมโยธาได้รับการเทิดทูนไว้โดยความยุติธรรมและพระเจ้าองค์บริสุทธิ์ได้ทรงสำแดงความบริสุทธิ์ศักดิ์ สิทธิ์โดยความชอบธรรม
17 แล้วลูกแกะจะเที่ยวหากินที่นั่นเหมือนเป็นลานหญ้าของมัน สัตว์ที่อ้วนและลูกแพะจะหากินอยู่ในที่สลักหักพัง
18 วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ลากความบาปผิดด้วยสายของความเท็จเทียม ผู้ลากบาปอย่างกับใช้เชือกโยงเกวียน
19 ผู้กล่าวว่า "ให้พระองค์รีบร้อน ให้พระองค์เร่งงานของพระองค์ เพื่อเราจะได้เห็น ให้พระประสงค์ขององค์ผู้ บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลเสด็จมาใกล้ ขอให้มา เพื่อเราจะได้รู้"
20 วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่เรียกความชั่วร้ายว่าความดี และความดีว่าความชั่วร้าย ผู้ถือเอาว่าความมืดเป็นความสว่าง และความสว่างเป็นความมืด ผู้ถือเอาว่าความขมเป็นความหวาน และความหวานเป็นความขม
21 วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ฉลาดในสายตาของตัวและเฉียบแหลมในสายตาของตน
22 วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่เป็นวีรชนในการดื่มเหล้าองุ่นและเป็นคนแกล้วกล้าในการประสมเมรัย
23 ผู้ปล่อยตัวคนทำผิดเพราะเขารับสินบน และเอาความยุติธรรมไปจากผู้ไร้ความผิด
24 ดังนั้น เปลวเพลิงกลืนตอข้าวฉันใด และหญ้าแห้งยุบลงในเพลิงฉันใด รากของเขาก็จะเป็นเหมือนความเน่าเปื่อย และดอกบานของเขาจะฟุ้งไปเหมือนผงคลีฉันนั้น เพราะเขาทั้งหลายปฏิเสธไม่รับพระธรรมของพระเจ้าจอมโยธา และ ได้ดูหมิ่นพระวจนะขององค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล
25 เหตุฉะนั้น พระพิโรธของพระเจ้าจึงพลุ่งขึ้นต่อชนชาติของพระองค์ และพระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ ออกสู้เขาและตีเขา และภูเขาทั้งหลายก็สั่นสะเทือน และซากศพของเขาทั้งหลายก็เหมือนขยะ ในกลางทาง ถึง กระนั้นก็ดี พระพิโรธของพระองค์ก็มิได้หันกลับและพระหัตถ์ของพระองค์ก็ยังเหยียดออกอยู่
26 พระองค์จะทรงยกอาณัติสัญญาให้แก่ประชาชาติที่ห่างไกล และทรงผิวพระโอษฐ์เรียกเขามาจากที่สุดปลายแผ่นดิน โลก และนี่แน่ะ เขามาอย่างเร็วและรีบเร่ง
27 ไม่มีผู้ใดในพวกเขาอ่อนเปลี้ย ไม่มีผู้ใดสะดุดไม่มีผู้ใดหลับสนิทหรือนิทรา ผ้าคาดเอวสักผืนหนึ่งก็ไม่หลุดลุ่ย สาย รัดรองเท้าก็ไม่ขาดสักสายหนึ่ง
28 ลูกธนูของเขาก็แหลม คันธนูของเขาก็โก่งไว้ กีบม้าทั้งหลายของเขาเหมือนกับหินเหล็กไฟ และล้อของเขาทั้ง หลายเหมือนลมบ้าหมู
29 เสียงคำรามของเขาเหมือนสิงห์ เหมือนสิงห์หนุ่ม เขาเหล่านั้นคำราม เขาจะคำรนและตะครุบเหยื่อของเขา และเขา จะขนเอาไปเสีย และไม่มีผู้ใดช่วยเขา
30 ในวันนั้นเขาทั้งหลายจะคำรนเหนือเหยื่อนั้น เหมือนเสียงคะนองของทะเล และถ้ามีผู้หนึ่งผู้ใดมองที่แผ่นดิน ดูเถิด ความมืดและความทุกข์ใจ และสว่างก็ถูกเมฆของแผ่นดินบดบังเสีย

อิสยาห์ 6

01 ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ ข้าพเจ้าเห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับณพระที่นั่งสูงและเทิดทูนขึ้น และชาย ฉลองพระองค์ของพระองค์เต็มพระวิหาร
02 เหนือพระองค์มีเสราฟิมยืนอยู่ แต่ละตนมีปีกหกปีก ใช้สองปีกบังหน้า และสองปีกคลุมเท้า และด้วยสองปีกบิน ไป
03 ต่างก็ร้องต่อกันและกันว่า "บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าจอมโยธา แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มด้วยพระสิริของพระ องค์"
04 และรากฐานของธรณีประตูทั้งหลาย ก็สั่นสะเทือนด้วยเสียงของผู้ร้อง และพระนิเวศก็มีควันเต็มไปหมด
05 และข้าพเจ้าว่า "วิบัติแก่ข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าพินาศแล้ว เพราะข้าพเจ้าเป็นคนริมฝีปากไม่สะอาด และข้าพเจ้าอยู่ใน หมู่ชนชาติที่ริมฝีปากไม่สะอาด เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นกษัตริย์ คือพระเจ้าจอมโยธา"
06 แล้วตนหนึ่งในเสราฟิมบินมาหาข้าพเจ้า ในมือมีถ่านเพลิง ซึ่งเขาเอาคีมคีบมาจากแท่นบูชา
07 และเขาถูกต้องปากของข้าพเจ้าพูดว่า "ดูเถิด สิ่งนี้ได้ถูกต้องริมฝีปากของเจ้าแล้ว กรรมชั่วของเจ้าก็ถูกยกเสีย และ เจ้าก็จะรับการลบมลทินบาป"
08 และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า "เราจะใช้ผู้ใดไป และผู้ใดจะไปแทนเรา" แล้วข้าพเจ้า ทูลว่า "ข้าพระองค์นี่พระเจ้าข้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด"
09 และพระองค์ตรัสว่า "ไปเถอะและกล่าวแก่ชนชาตินี้ว่า 'ฟังแล้วฟังเล่า แต่อย่าเข้าใจ ดูแล้วดูเล่า แต่อย่ามองเห็น'
10 จงกระทำให้จิตใจของชนชาตินี้มึนงง และให้หูทั้งหลายของเขาหนัก และปิดตาของเขาทั้งหลายเสีย เกรงว่าเขาจะ เห็นด้วยตาของเขา และได้ยินด้วยหูของเขา และเข้าใจด้วยจิตใจของเขา และหันกลับมาได้รับการรักษาให้หาย"
11 แล้วข้าพเจ้าว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า นานสักเท่าใด" และพระองค์ตรัสว่า "จนหัวเมืองทั้งหลายถูกทิ้งร้าง ไม่มี ชาวเมือง และเรือนไม่มีคน และแผ่นดินก็ร้างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
12 และพระเจ้าทรงกวาดคนออกไปไกล และที่ที่ทอดทิ้งก็มีมากอยู่ท่ามกลางแผ่นดินนั้น
13 และแม้ว่ามีเหลืออยู่ในนั้นสักหนึ่งในสิบ ก็จะถูกเผาไฟอีก เหมือนต้นสนหรือต้นก่อหลวง ซึ่งเหลืออยู่แต่ตอ เมื่อ ถูกโค่น" ตอของมันเป็นพันธุ์บริสุทธิ์

อิสยาห์ 7

01 ในรัชกาลของอาหัสโอรสของโยธาม โอรสของอุสซียาห์ พระราชาแห่งยูดาห์ เรซีนพระราชาแห่งซีเรีย และเปคาห์ โอรสของเรมาลิยาห์ พระราชาแห่งอิสราเอลได้ขึ้นมายังเยรูซาเล็ม เพื่อกระทำสงครามกับเมืองนั้น แต่รบไม่ชนะ
02 เมื่อเขาไปบอกที่ราชสำนักของดาวิดว่า "ซีเรียไปตั้งค่ายอยู่ในเขตเอฟราอิมแล้ว" พระทัยของพระองค์และจิตใจของ ประชาชนของพระองค์ก็สั่นเหมือนต้นไม้ในป่าสั่นอยู่หน้าลม
03 และพระเจ้าตรัสกับอิสยาห์ว่า "จงออกไปพบอาหัส ทั้งเจ้าและเชอารยาชูบ {แปลว่า ส่วนที่เหลืออยู่จะกลับมา} บุตรชายของเจ้า ณ ที่ปลายท่อน้ำสระบนที่ถนนลานซักฟอก
04 และจงกล่าวแก่เขาว่า 'จงระวังและสงบใจอย่ากลัว อย่าให้พระทัยของพระองค์ขลาดด้วยเหตุเศษดุ้นฟืนที่จวนมอด ทั้งสองนี้ เพราะความกริ้วอันร้ายแรงของเรซีน และซีเรีย และโอรสของเรมาลิยาห์
05 เพราะว่าซีเรียพร้อมกับเอฟราอิมและโอรสของเรมาลิยาห์ได้คิดการชั่วร้ายต่อพระองค์ กล่าวว่า
06 "ให้เราทั้งหลายขึ้นไปต่อสู้กับยูดาห์และทำให้มันคร้ามกลัว และให้เราทะลวงเอาเมืองของเขาเพื่อเราเอง และตั้งบุตร ของทาเบเอลให้เป็นพระราชาท่ามกลางเมืองนั้น"
07 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า มันจะไม่เป็นไป และจะไม่เกิดขึ้น
08 เพราะเศียรของซีเรียคือดามัสกัส และเศียรของดามัสกัสคือเรซีน (ภายในหกสิบห้าปีเอฟราอิมจะแตกเป็นชิ้นๆ กระทั่งไม่เป็นชนชาติอีกแล้ว)
09 และเศียรของเอฟราอิมคือสะมาเรีย และเศียรของสะมาเรียคือโอรสของเรมาลิยาห์ ถ้าเจ้าไม่มั่นใจ แน่ละ ก็จะตั้งมั่น เจ้าไว้ไม่ได้"
10 พระเจ้าตรัสกับอาหัสอีกว่า
11 "จงขอหมายสำคัญจากพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้า จากที่ลึกคือแดนคนตายหรือที่สูงคือฟ้าสวรรค์ก็ได้"
12 แต่อาหัสตอบว่า "เราจะไม่ทูลขอ และเราจะไม่ทดลองพระเจ้า"
13 และท่านกล่าวว่า "ข้าแต่ข้าราชสำนักของดาวิด ขอจงฟังการที่จะให้มนุษย์อ่อนใจนั้นเล็กน้อยอยู่หรือ และท่านยัง ให้พระเจ้าของข้าพเจ้าอ่อนพระทัยด้วย
14 เพราะฉะนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทานหมายสำคัญเอง ดูเถิดหญิงสาว {ในฉบับเสปตัวยินต์ คือฉบับกรีก โบราณใช้คำที่แปลว่า สาวพรหมจารีได้} คนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของ ท่านว่า อิมมานูเอล {แปลว่า พระเจ้าทรงสถิตกับเราทั้งหลาย}
15 ท่านจะรับประทานนมข้นและน้ำผึ้ง เมื่อท่านรู้ที่จะปฏิเสธความชั่วและเลือกความดี
16 เพราะก่อนที่เด็กนั้นจะรู้ที่จะปฏิเสธความชั่ว และเลือกความดีนั้นแผ่นดินซึ่งพระราชาสององค์เป็นที่เกลียดกลัวของ ฝ่าพระบาทนั้นจะร้างเปล่าไป
17 พระเจ้าจะทรงนำวันนั้นมาเหนือฝ่าพระบาท เหนือชนชาติของฝ่าพระบาทและเหนือเชื้อสายแห่งบิดาของฝ่าพระบาท คือวันอย่างที่ไม่เคยพบเห็น ตั้งแต่วันที่เอฟราอิมได้พรากจากยูดาห์ คือพระราชาของอัสซีเรีย"
18 ในวันนั้น พระเจ้าจะทรงผิวพระโอษฐ์เรียกเหลือบซึ่งอยู่ทางต้นกำเนิดแม่น้ำแห่งอียิปต์ และเรียกผึ้งซึ่งอยู่ในแผ่น ดินอัสซีเรีย
19 และมันจะมากันหมดและจับอยู่ที่ห้วยชัน และในซอกหิน และบนต้นหนามขี้แรดทั้งสิ้นและบนลานหญ้าทั้งสิ้น
20 ในวันนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโกนแผ่นดินเสียด้วยมีดโกนซึ่งเช่ามาจากฟากตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติส คือ พระราชาแห่งอัสซีเรียนั้นเอง จะทรงทำให้แผ่นดินนั้นได้รับความอัปยศ
21 ในวันนั้นชายคนหนึ่งจะเลี้ยงแม่โคสาวไว้ตัวหนึ่งและแกะสองตัว
22 และเพราะมันให้นมมากมาย เขาจะรับประทานนมข้น เพราะว่าทุกคนที่เหลืออยู่ในแผ่นดินจะรับประทานนมข้น และน้ำผึ้ง
23 ในวันนั้น ทุกแห่งที่เคยมีเถาองุ่นหนึ่งพันเถา มีค่าเงินหนึ่งพันเชเขล ก็จะกลายเป็นต้นหนามย่อยและหนามใหญ่
24 คนจะมาที่นั่นพร้อมกับคันธนูและลูกธนู เพราะว่าแผ่นดินนั้นจะเป็นที่หนามย่อยและหนามใหญ่
25 ส่วนเนินเขาทั้งสิ้นที่เขาเคยขุดด้วยจอบ เจ้าจะไม่มาที่นั่นเพราะกลัวหนามย่อยและหนามใหญ่ แต่เนินเขาเหล่านั้น จะกลายเป็นที่ซึ่งเขาปล่อยฝูงโค และที่ซึ่งฝูงแกะจะเหยียบย่ำ

อิสยาห์ 8

01 แล้วพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า "จงเอาแผ่นใหญ่สำหรับเขียนมาแผ่นหนึ่ง และจงเขียนอักษรง่ายๆลงว่า 'มาเฮอร์ชา ลาลหัชบัส' {แปลว่า ของที่ถูกริบไปไว้ เหยื่อรีบเร่ง}
02 และข้าพเจ้าได้พยานที่เชื่อถือได้ คือ อุรีอาห์ปุโรหิตและเศคาริยาห์บุตรของเยเบเรคียาห์ให้เป็นพยานเพื่อข้าพเจ้า
03 และข้าพเจ้าได้เข้าไปหาหญิงผู้เผยพระวจนะ {คือ ภรรยาของท่านผู้เผยพระวจนะเอง} และเธอก็ตั้งครรภ์และคลอด บุตรชายคนหนึ่ง และพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า "จงเรียกชื่อบุตรนั้นว่า มาเฮอร์ชาลาลหัชบัส
04 เพราะก่อนที่เด็กจะร้องเรียก "พ่อ แม่" ได้ทรัพย์สมบัติของดามัสกัสและของที่ริบได้จากสะมาเรียจะถูกขนเอาไปต่อ พระพักตร์พระราชาอัสซีเรีย"
05 แล้วพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า
06 "เพราะว่าชนชาตินี้ได้ปฏิเสธน้ำแห่งชิโลอาห์ซึ่งไหลเอื่อยๆ และปีติยินดีต่อเรซีนและโอรสของเรมาลิยาห์
07 เพราะฉะนั้นดูเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงนำน้ำแห่งแม่น้ำยูเฟรติสมาสู้เขาทั้งหลาย ที่มีกำลังและมากหลายคือพระรา ชาแห่งอัสซีเรียและพระสิริของพระองค์ และน้ำนั้นจะไหลล้นห้วยทั้งสิ้นของมัน และท่วมฝั่งทั้งสิ้นของมัน
08 และจะกวาดต่อไปเข้าในยูดาห์ และจะไหลท่วมและผ่านไปแม้จนถึงคอ และปีกอันแผ่กว้างของมันจะเต็มแผ่นดิน ของท่านนะ ท่านอิมมานูเอล"
09 ชนชาติทั้งหลายเอ๋ย จงรู้และจงคร้ามกลัว บรรดาประเทศไกลๆทั้งหมดเจ้าเอ๋ย จงเงี่ยหู จงคาดเอวเจ้าไว้และจง คร้ามกลัว จงคาดเอวเจ้าไว้และจงคร้ามกลัว
10 จงปรึกษากันเถิด แต่ก็จะไร้ผล จงพูดกันเถิด แต่ก็จะไม่สำเร็จผล เพราะว่าพระเจ้าทรงสถิตกับเรา
11 เพราะว่าพระเจ้าตรัสดังต่อไปนี้กับข้าพเจ้า พร้อมด้วยพระหัตถ์อันเข้มแข็ง และทรงตักเตือนข้าพเจ้ามิให้ดำเนินใน ทางของชนชาตินี้ พระองค์ตรัสว่า
12 "สิ่งที่ชนชาตินี้เรียกว่า การร่วมคิดกบฏ เจ้าอย่าเรียกว่าการร่วมคิดกบฏเสียหมด อย่ากลัวสิ่งที่เขากลัวหรืออย่าครั่น คร้าม
13 แต่พระเจ้าจอมโยธานั้นแหละ เจ้าต้องว่าพระองค์ศักดิ์สิทธิ์จงให้พระองค์ทรงเป็นผู้ที่เจ้ายำเกรง จงให้พระองค์ทรง เป็นผู้ที่เจ้าครั่นคร้าม
14 แล้วพระองค์จะเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นหินกระทบเท้า และเป็นศิลาอันเป็นที่สะดุดของเชื้อสายทั้งคู่ของอิสรา เอล เป็นกับและเป็นบ่วงดักชาวเยรูซาเล็ม
15 และคนเป็นอันมากจะสะดุดหินนั้น เขาทั้งหลายจะล้มลงและแตกหัก เขาจะติดบ่วงและถูกจับไป"
16 จงมัดถ้อยคำพยานเก็บไว้เสีย และจงตีตราพระโอวาทไว้ในหมู่พวกสาวกของข้าพเจ้าเสีย
17 ข้าพเจ้าจะรอคอยพระเจ้า ผู้ทรงซ่อนพระพักตร์ของพระองค์จากเชื้อสายของยาโคบ และข้าพเจ้าจะหวังใจอยู่ที่พระ องค์
18 ดูเถิด ข้าพเจ้าและบุตรผู้ซึ่งพระเจ้าทรงประทานแก่ข้าพเจ้าเป็นหมายสำคัญและเป็นลางในอิสราเอลจากพระเจ้าจอม โยธา ผู้ทรงประทับบนภูเขาศิโยน
19 และเมื่อเขาทั้งหลายกล่าวแก่พวกท่านว่า "จงปรึกษากับคนทรงและพ่อมดแม่มดผู้ร้องเสียงจ๊อกแจ๊กและเสียงพึมพำ" ไม่ควรที่ประชาชนจะปรึกษากับพระเจ้าของเขาหรือ ควรเขาจะไปปรึกษาคนตายเพื่อคนเป็นหรือ
20 ไปค้นพระโอวาทและถ้อยคำพยาน ดูเถิดแน่นอนทีเดียวคนที่ไปพูดเช่นนี้ก็เป็นคนที่ไม่มีรุ่งอรุณเสียเลย
21 เขาทั้งหลายจะผ่านแผ่นดินไปด้วยความระทมใจอันยิ่งใหญ่และด้วยความหิว และเมื่อเขาหิวเขาจะเกรี้ยวกราดและ แช่งด่าพระราชาของเขาและพระเจ้าของเขา และแม้เขาจะแหงนหน้าขึ้นข้างบน
22 หรือจะมองดูที่แผ่นดินโลก แต่ดูเถิด ความทุกข์ใจและความมืด ความกลุ้มแห่งความแสนระทม และเขาจะถูก ผลักไสเข้าไปในความมืดทึบ

อิสยาห์ 9

01 เมืองนั้นซึ่งอยู่ในความแสนระทมจะไม่กลัดกลุ้ม ในกาลก่อนพระองค์ทรงนำแคว้นเศบูลุนและแคว้นนัฟทาลีมาสู่ ความดูหมิ่น แต่ในกาลภายหลังพระองค์จะทรงกระทำให้หนทางข้างทะเล แคว้นฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน คือ กาลิลี {หรือ แขวง} แห่งบรรดาประชาชาติให้รุ่งโรจน์
02 ชนชาติที่ดำเนินในความมืด จะได้เห็นความสว่างยิ่งใหญ่ บรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินแห่งเงามัจจุราช สว่างจะได้ ส่องมาบนเขา
03 พระองค์จะได้ทรงทวีชนในประชาชาตินั้นขึ้น พระองค์จะทรงเพิ่มความชื่นบานของเขา เขาทั้งหลายจะเปรมปรีดิ์ต่อ พระพักตร์พระองค์ ดั่งด้วยความชื่นบานเมื่อฤดูเกี่ยวเก็บ ดั่งคนเปรมปรีดิ์เมื่อเขาแบ่งของริบมานั้นแก่กัน
04 เพราะว่าแอกอันเป็นภาระของเขาก็ดี ไม้พลองที่ตีบ่าเขาก็ดี ไม้ตะบองของผู้บีบบังคับเขาก็ดี พระองค์จะทรงหักเสีย อย่างในวันของคนมีเดียน
05 เพราะรองเท้าทุกคู่ที่กระทืบไปอย่างสั่นสะเทือนและเสื้อคลุมทุกตัวที่เกลือกอยู่ในโลหิต จะถูกเผาเป็นเชื้อเพลิงใส่ไฟ
06 ด้วยมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรชายคนหนึ่งประทานมาให้เรา และการปกครองจะอยู่ที่บ่าของท่าน และท่าน จะเรียกนามของท่านว่า "ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช"
07 เพื่อการปกครองของท่านจะเพิ่มพูนยิ่งขึ้น และสันติภาพจะไม่มีที่สิ้นสุด เหนือพระที่นั่งของดาวิด และเหนือราช อาณาจักรของพระองค์ ที่จะสถาปนาไว้ และเชิดชูไว้ ด้วยความยุติธรรมและด้วยความชอบธรรม ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้น ไปจนนิรันดรกาล ความกระตือรือร้นของพระเจ้าจอมโยธาจะกระทำการนี้
08 องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้พระวจนะไปต่อสู้ยาโคบ และจะตกอยู่เหนืออิสราเอล
09 และประชาชนทั้งสิ้นจะรู้เรื่อง คือเอฟราอิมและชาวสะมาเรีย ผู้กล่าวด้วยความเย่อหยิ่งและด้วยจิตใจจองหอง
10 ว่า "ก้อนอิฐพังลงแล้ว แต่เราจะสร้างด้วยศิลาสลัก ต้นมะเดื่อถูกโค่นลง แต่เราจะใส่ต้นสีดาร์เข้าแทนไว้ในที่นั้น"
11 พระเจ้าจึงทรงหนุนปฏิปักษ์ของเรซีนมาสู้เขาและทรงกระตุ้นศัตรูของเขา
12 คือคนซีเรียทางตะวันออกและคนฟีลิสเตียทางตะวันตกและเขาจะอ้าปากออกกลืนอิสราเอลเสีย ถึงกระนั้นก็ดีพระ พิโรธของพระองค์ก็ยังมิได้หันกลับ และพระหัตถ์ของพระองค์ยังเหยียดออกอยู่
13 ประชาชนมิได้หันมาหาพระองค์ผู้ทรงตีเขา มิได้แสวงหาพระเจ้าจอมโยธา
14 พระเจ้าจึงทรงตัดหัวตัดหางออกเสียจากอิสราเอลทั้งใบตาลและต้นอ้อเล็กในวันเดียว
15 ผู้ใหญ่และคนมีเกียรติคือหัว และผู้เผยพระวจนะผู้สอนเท็จเป็นหาง
16 เพราะบรรดาผู้ที่นำชนชาตินี้ได้นำเขาให้หลงและบรรดาผู้ที่เขานำก็ถูกกลืนไป
17 ฉะนั้น พระผู้เป็นเจ้าหาทรงเปรมปรีดิ์ในคนหนุ่มของเขาไม่ และมิได้ทรงมีพระกรุณาต่อคนกำพร้าพ่อหรือหญิงม่าย ของเขา เพราะว่าทุกคนก็ไร้พระเจ้าและเป็นคนทำความชั่วและปากทุกปากก็กล่าวคำโฉดเขลา ถึงกระนั้นก็ดี พระ พิโรธของพระองค์ก็ยังมิได้หันกลับ และพระหัตถ์ของพระองค์ยังเหยียดออกอยู่
18 เพราะความอธรรมก็ไหม้เหมือนไฟไหม้ มันผลาญทั้งหนามย่อยและหนามใหญ่ มันจุดไฟเข้าที่ป่าทึบ และป่าทึบก็ ม้วนขึ้นข้างบนเหมือนควันเป็นลูกๆ
19 แผ่นดินนั้นถูกเผา โดยเหตุพระพิโรธของพระเจ้าจอมโยธา ประชาชนก็เหมือนเชื้อเพลิง ไม่มีคนใดไว้ชีวิตพี่น้อง ของตน
20 เขาฉวยได้ทางขวา แต่ยังหิวอยู่ เขากินทางซ้ายแต่ก็ยังไม่อิ่ม ต่างก็กินเนื้อพี่น้องของตนเอง
21 มนัสเสห์กินเอฟราอิม เอฟราอิมกินมนัสเสห์ และทั้งคู่ก็สู้กับยูดาห์ ถึงกระนั้นก็ดีพระพิโรธของพระองค์ก็ยังมิได้ หันกลับ และพระหัตถ์ของพระองค์ยังเหยียดออกอยู่

อิสยาห์ 10

01 วิบัติแก่คนเหล่านั้นที่ออกกฎหมายอธรรม และแก่ผู้เขียนที่เขียนแต่การบีบคั้นเรื่อยไป
02 เพื่อหันคนขัดสนไปจากความยุติธรรม และปล้นสิทธิของคนจนแห่งชนชาติของเราเสีย เพื่อว่าหญิงม่ายจะเป็นของ ริบของเขา และเพื่อเขาจะกระทำให้คนกำพร้าพ่อเป็นเหยื่อของเขา
03 พวกเจ้าจะกระทำอย่างไรในวันลงทัณฑ์ ในวันวาตภัยซึ่งมาจากที่ไกล เจ้าจะหนีไปพึ่งใคร และเจ้าจะฝากทรัพย์ สมบัติของเจ้าไว้ที่ไหน
04 ไม่มีอะไรเหลือนอกจากจะไปหลังขดหลังงออยู่กับนักโทษ หรือล้มลงในหมู่พวกคนที่ถูกฆ่า ถึงกระนั้นก็ดี พระ พิโรธของพระองค์ก็ยังมิได้หันกลับ และพระหัตถ์ของพระองค์ยังเหยียดออกอยู่
05 วิบัติแก่อัสซีเรีย ผู้เป็นตะบองแห่งความกริ้วของเรา และเป็นไม้พลองแห่งความเกรี้ยวกราดของเรา
06 เราจะใช้เขาไปสู้ประชาชาติที่ปฏิเสธพระเจ้าเราจะบัญชาเขาให้ไปสู้ชนชาติที่เรากริ้ว ไปเอาของริบและฉวยของปล้น และให้เหยียบย่ำลงเหมือนเหยียบเลนในถนน
07 แต่เขามิได้ตั้งใจอย่างนั้น และจิตใจของเขาก็มิได้คิดอย่างนั้น แต่ในใจของเขาคิดจะทำลาย และตัดประชาชาติเสียมิ ใช่เล็กน้อย
08 เพราะเขาพูดว่า "ผู้บังคับบัญชาของข้าเป็นพระราชาหมดมิใช่หรือ
09 เมืองคาลโนก็เหมือนเมืองคารเคมิชมิใช่หรือ เมืองฮามัทก็เหมือนเมืองอารปัดมิใช่หรือ เมืองสะมาเรียก็เหมือนเมือง ดามัสกัสมิใช่หรือ
10 เหมือนอย่างมือของเราไปถึงบรรดาราชอาณาจักรของรูปเคารพ ซึ่งรูปเคารพแกะสลักของเขานั้นใหญ่กว่าของเยรูซา เล็มและสะมาเรีย
11 เราก็จะไม่ทำแก่เยรูซาเล็มกับรูปเคารพของเขาดอกหรือ ดังที่เราได้ทำแก่สะมาเรียและรูปเคารพของเขา"
12 เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสำเร็จ พระราชกิจทั้งสิ้นของพระองค์ที่ภูเขาศิโยนและที่เยรูซาเล็มแล้ว พระองค์จะทรงลง ทัณฑ์แก่ความโอ้อวดอันจองหองของพระราชาแห่งอัสซีเรีย และความเย่อหยิ่งอย่างยโสของเขา
13 เพราะเขาว่า "ข้าได้กระทำการนี้ด้วยกำลังมือของข้า และด้วยสติปัญญาของข้าเพราะข้ามีความเข้าใจ ข้าได้รื้อเขต แดนของชนชาติทั้งหลาย และได้ปล้นทรัพย์สมบัติของเขา ข้าได้ขวิดคนเหล่านั้นที่นั่งบนพระที่นั่ง {หรือ บรรดา ชาวเมือง} ลงมาเหมือนวัวผู้
14 มือของข้าได้ฉวยทรัพย์สมบัติของชนชาติทั้งหลายเหมือนฉวยรังนก และอย่างคนเก็บไข่ซึ่งละทิ้งไว้ ข้าก็รวบรวม แผ่นดินโลกทั้งสิ้นดังนั้นแหละ และไม่มีผู้ใดขยับปีกมาปก หรืออ้าปากหรือร้องเสียงจ๊อกแจ๊ก"
15 เหล็กสะกัดจะคุยข่มคนที่ใช้มันสกัดนั้นหรือหรือเลื่อยจะทะนงตัวเหนือผู้ที่ใช้มันเลื่อยนั้นหรือ เหมือนกับว่าตะบอง จะยกผู้ซึ่งถือมันขึ้นตี หรืออย่างไม้พลองจะยกผู้ที่มิใช่ไม้
16 ฉะนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธา จะทรงให้โรคผอมแห้งมาในหมู่พวกคนอ้วนพีของเขา ภายใต้เกียรติ ของเขาจะมีการไหม้ใหญ่โต เหมือนอย่างไฟไหม้
17 ความสว่างแห่งอิสราเอลจะเป็นไฟ และองค์บริสุทธิ์ของท่านจะกลายเป็นเปลวเพลิง และจะเผาและกินเสียในวัน เดียว ซึ่งหนามใหญ่และหนามย่อยของเขา
18 พระองค์จะทรงทำลาย ศักดิ์ศรีแห่งป่าของเขาและแห่งสวนผลไม้ของเขา ทั้งวิญญาณจิตและร่างกาย และจะเป็น เหมือนเวลาคนเจ็บซูบซีดลงไป
19 ต้นไม้แห่งป่าของเขาจะเหลือน้อยเต็มที จนเด็กๆจะเขียนลงได้
20 ในวันนั้น คนอิสราเอลที่เหลืออยู่ และคนรอดตายแห่งเชื้อสายของยาโคบ จะไม่พิงผู้ที่ตีเขาอีก แต่จะพักพิงที่พระ เจ้า องค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล โดยความสัตย์จริง
21 ส่วนคนที่เหลืออยู่จะกลับมายังพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ คือคนที่เหลืออยู่ของยาโคบ
22 อิสราเอลเอ๋ย เพราะแม้ว่าชนชาติของเจ้าจะเป็นดั่งทรายในทะเลคนที่เหลืออยู่เท่านั้นจะกลับมา การทำลายนั้น กำหนดไว้แล้ว ล้นหลามไปด้วยความชอบธรรม
23 เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธาจะทรงกระทำให้สิ้นสุดลงตามที่กำหนดไว้แล้วในท่ามกลางแผ่นดิน โลกทั้งสิ้น
24 ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า "ชนชาติของเราเอ๋ย ผู้อยู่ในศิโยน อย่ากลัวคนอัสซีเรีย เมื่อ เขาตีด้วยตะบองและยกไม้พลองของเขาขึ้นสู้เจ้าอย่างที่ในอียิปต์
25 เพราะอีกสักหน่อยเท่านั้นความกริ้วของเจ้าจะสิ้นสุด และความโกรธของเราจะมุ่งตรงที่การทำลายเขา
26 และพระเจ้าจอมโยธาจะทรงเหวี่ยงแส้มาสู้เขา ดังที่พระองค์ทรงโจมตีคนมีเดียนณศิลาโอเรบ และไม้พลองของพระ องค์ที่เคยอยู่เหนือทะเล พระองค์จะทรงยกขึ้นอย่างที่ในอียิปต์
27 และในวันนั้นภาระของเขาจะพรากไปจากบ่าของเจ้า และแอกของเขาจะถูกทำลายเสียจากคอของเจ้า"เขาขึ้นไปจาก สะมาเรียแล้ว
28 เขาได้มาถึงอัยยาทแล้ว เขาได้ข้ามมิโกรน เขาเก็บสัมภาระของเขาไว้ที่มิคมาช
29 เขาเหล่านั้นผ่านช่องหว่างเขามาแล้ว เกบาเป็นที่เขาค้างคืน รามาห์สะทกสะท้าน กิเบอาห์ของซาอูลหนีไปแล้ว
30 ธิดาของกัลลิมเอ๋ย ส่งเสียงร้องซี ไลชาห์เอ๋ย ฟังซี อานาโธทเอ๋ย น่าสงสารจริง
31 มัดเมนาห์กำลังหนีอยู่ คนเกบิมหนีให้พ้นภัย
32 ในวันนี้เองเขาจะหยุดอยู่ที่เมืองโนบ เขาจะสั่นกำปั้นของเขา เข้าใส่ภูเขาแห่งธิดาของศิโยน เนินเขาของเยรูซาเล็ม
33 ดูเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธา จะทรงตัดกิ่งไม้ด้วยกำลังอันน่าคร้ามกลัว ต้นที่สูงยิ่งจะถูกโค่นลงมา และต้นที่สูงจะต้องถูกทลายลง
34 พระองค์จะทรงใช้ขวานฟันป่าทึบ และเลบานอนซึ่งมีต้นไม้สูงตระหง่านจะล้มลง

อิสยาห์ 11

01 จะมีหน่อแตกออกมาจากตอแห่งเจสซี จะมีกิ่งงอกออกมาจากรากทั้งหลายของเขา
02 และพระวิญญาณของพระเจ้าจะอยู่บนท่านนั้น คือวิญญาณแห่งปัญญาและความเข้าใจ วิญญาณแห่งการวินิจฉัยและ อานุภาพ วิญญาณแห่งความรู้และความยำเกรงพระเจ้า
03 ความพึงใจของท่านก็ในความยำเกรงพระเจ้า ท่านจะไม่พิพากษาตามซึ่งตาท่านเห็น หรือตัดสินตามซึ่งหูท่านได้ยิน
04 แต่ท่านจะพิพากษาคนจนด้วยความชอบธรรม และตัดสินเผื่อผู้มีใจถ่อมแห่งแผ่นดินโลก {หรือ แผ่นดิน} ด้วย ความเที่ยงธรรม ท่านจะตีโลกด้วยตะบองแห่งปากของท่าน และท่านจะประหารคนอธรรมด้วยลมแห่งริมฝีปากของ ท่าน
05 ความชอบธรรมจะเป็นผ้าคาดเอวของท่าน และความสัตย์สุจริตจะเป็นผ้าคาดบั้นเอวของท่าน
06 สุนัขป่าจะอยู่กับลูกแกะ และเสือดาวจะนอนอยู่กับลูกแพะ ลูกโคกับสิงห์หนุ่มจะหากินอยู่ด้วยกัน และเด็กเล็กๆ จะนำมันไป
07 แม่โคกับหมีจะกินด้วยกัน ลูกของมันก็จะนอนอยู่ด้วยกัน และสิงห์จะกินฟางเหมือนวัวผู้
08 และทารกกินนมจะเล่นอยู่ที่ปากรูงูเห่า และเด็กที่หย่านมจะเอามือวางบนรังของงูทับทาง
09 สัตว์เหล่านั้นจะไม่ทำให้เจ็บหรือจะทำลาย ทั่วภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา เพราะว่าแผ่นดินโลก {หรือ แผ่นดิน} จะเต็ม ไปด้วยความรู้เรื่องของพระเจ้า ดั่งน้ำปกคลุมทะเลอยู่นั้น
10 ในวันนั้น รากแห่งเจสซี ซึ่งตั้งขึ้นเป็นเครื่องหมายแก่ชนชาติทั้งหลาย จะเป็นที่แสวงหาของบรรดาประชาชาติ และที่พำนักของท่านจะรุ่งโรจน์
11 ในวันนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงยื่นพระหัตถ์ของพระองค์ออกไปเป็นครั้งที่สอง เพื่อจะได้ส่วนชนชาติของพระ องค์ที่เหลืออยู่คืนมา เป็นคนเหลือจากอัสซีเรีย จากอียิปต์ จากปัทโรส จากเอธิโอเปีย จากเอลาม จากชินาร์ จาก ฮามัท และแผ่นดินชายทะเล
12 พระองค์จะทรงยกเครื่องหมายนั้นขึ้นให้แก่บรรดาประชาชาติ และจะชุมนุมอิสราเอลที่พลัดพราก และรวบรวมยู ดาห์ที่กระจัดกระจาย จากสี่มุมแห่งแผ่นดินโลก
13 ความริษยาของเอฟราอิมจะพรากไป และบรรดาผู้ที่รบกวนยูดาห์ {หรือ บรรดาคนในยูดาห์ผู้ทำการรบกวน} จะ ถูกตัดออกไป เอฟราอิมจะไม่ริษยายูดาห์ และยูดาห์จะไม่รบกวนเอฟราอิม
14 แต่เขาทั้งหลายจะโฉบลงเหนือไหล่เขาของคนฟีลิสเตียทางตะวันตก และเขาจะร่วมกันปล้นประชาชนทางตะวัน ออก เขาจะยื่นมือออกต่อสู้เอโดมและโมอับ และคนอัมโมนจะเชื่อฟังเขาทั้งหลาย
15 และพระเจ้าจะทรงทำลาย ลิ้นของทะเลแห่งอียิปต์เสียทีเดียว และจะทรงโบกพระหัตถ์เหนือแม่น้ำนั้น ด้วยลม ลวกของพระองค์ และจะโจมตีมันให้เป็นร่องน้ำเจ็ดสาย และคนสวมรองเท้าจะเดินข้ามไปได้
16 และจะมีถนนหลวงจากอัสซีเรีย สำหรับคนที่เหลืออยู่จากชนชาติของพระองค์ ดั่งที่มีอยู่สำหรับอิสราเอล ครั้งเมื่อ เขาขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์

อิสยาห์ 12

01 ในวันนั้น ท่านจะกล่าวว่า "ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะโมทนาพระคุณพระองค์ เพราะแม้พระองค์ทรงพระพิโรธ ต่อข้าพระองค์ ความกริ้วของพระองค์ก็หันกลับไป และพระองค์ทรงเล้าโลมข้าพระองค์
02 "ดูเถิด พระเจ้าเป็นความรอดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะวางใจและไม่กลัว เพราะพระเจ้าทรงเป็นกำลังและบทเพลงของ ข้าพเจ้า และพระองค์ทรงเป็นความรอดของข้าพเจ้าแล้ว"
03 เจ้าจะโพงน้ำด้วยความชื่นบาน จากบ่อแห่งความรอด
04 และในวันนั้น เจ้าจะกล่าวว่า "จงโมทนาพระคุณพระเจ้า จงร้องทูลออกพระนามของพระองค์ จงประกาศบรรดา พระราชกิจของพระองค์ท่ามกลางชนชาติทั้งหลายจงป่าวร้องว่าพระนามของพระองค์เป็นที่เชิดชู
05 "จงร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงกระทำกิจอันดีเลิศ ให้เรื่องนี้รู้กันทั่วไปในแผ่นดินโลก
06 ชาวศิโยนเอ๋ย จงโห่ร้องและร้องเพลงด้วยความชื่นบาน เพราะองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลนั้นก็ใหญ่ยิ่งอยู่ในหมู่พวกเจ้า

อิสยาห์ 13

01 ครุวาทเกี่ยวกับบาบิโลน ตามซึ่งอิสยาห์บุตรชายของอามอสได้เห็น
02 จงชูอาณัติสัญญาขึ้นบนภูเขาหัวโล้น จงร้องเรียกเขาทั้งหลาย จงโบกมือให้เขาเข้าไป ในประตูเมืองของเจ้านาย
03 ตัวเราเองได้บัญชาแก่ผู้ที่เลือกสรรของเราได้เกณฑ์ชายฉกรรจ์ของเรา ให้จัดการตามความโกรธของเรา คือผู้ที่เต้นโลด อย่างภูมิใจของเรา
04 ฟังซิ เสียงอึงอลบนภูเขา ดั่งเสียงมวลชนมหึมา ฟังซี เสียงอึงคนึงของราชอาณาจักรทั้งหลาย ของบรรดาประชา ชาติที่รวมเข้าด้วยกัน พระเจ้าจอมโยธากำลังระดม พลเพื่อสงคราม
05 เขาทั้งหลายมาจากแผ่นดินอันไกล จากสุดปลายฟ้าสวรรค์ พระเจ้าและอาวุธแห่งพระพิโรธของพระองค์ เพื่อจะ ทำลายแผ่นดินโลก {หรือ แผ่นดิน} ทั้งสิ้น
06 จงพิลาปร่ำไห้ซิ เพราะวันแห่งพระเจ้ามาใกล้แล้ว วันนั้นจะมา เป็นการทำลาย จากองค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์
07 เพราะฉะนั้น ทุกๆ มือก็จะอ่อนเปลี้ย และจิตใจของทุกคนก็จะละลายไป
08 และเขาทั้งหลายจะตกใจกลัว ความเจ็บและความปวดจะเกาะเขา เขาจะทุรนทุรายดั่งหญิงกำลังคลอดบุตร เขาจะ มองตากันอย่างตกตะลึง หน้าของเขาแดงเป็นแสงไฟ
09 ดูเถิด วันของพระเจ้าจะมา ดุร้าย ด้วยความพิโรธและความโกรธอันเกรี้ยวกราด ที่จะกระทำให้แผ่นดินโลก {หรือ แผ่นดิน} เป็นที่ร้างเปล่า และเพื่อจะทำลายคนบาปของโลกเสียจากโลก
10 เพราะดวงดาวแห่งฟ้าสวรรค์ และหมู่ดาวในนั้นจะไม่ทอแสงของมัน ดวงอาทิตย์ก็จะมืดเมื่อเวลาขึ้น และดวง จันทร์จะไม่ส่องแสงของมัน
11 เราจะลงโทษโลกเพราะความชั่วร้าย และคนอธรรมเพราะความบาปผิดของเขา เราจะกระทำให้ความเย่อหยิ่งของคน จองหองสิ้นสุด และปราบความยโสของคนโหดร้าย
12 เราจะกระทำให้หาคนยากเสียยิ่งกว่าหาทองคำนพคุณ และหามนุษย์ได้ยากยิ่งกว่าหาทองคำแห่งโอฟีร์
13 เพราะฉะนั้น เราจะกระทำให้ฟ้าสวรรค์สั่นสะเทือนและแผ่นดินโลกจะสะท้านพลัดจากที่ของมัน โดยพระพิโรธ ของพระเจ้าจอมโยธา ในวันแห่งความโกรธอันเกรี้ยวกราดของพระองค์
14 คนทุกคนจะหันเข้าสู่ชนชาติของตนเอง และคนทุกคนจะหนีไปยังแผ่นดินของตนเอง ดั่งละมั่งที่ถูกล่า หรือ เหมือนแกะที่ไม่มีผู้รวมฝูง
15 ถ้าเขาพบใครเข้าก็จะถูกแทงทะลุ และถ้าใครถูกจับก็จะล้มลงด้วยดาบ
16 ทารกของเขาจะถูกฟาดลงอย่างยับเยิน ต่อหน้าต่อตาเขา เรือนของเขาจะถูกปล้น และภรรยาของเขาจะถูกขืนใจ
17 ดูเถิด เรากำลังรบเร้าให้ชาวมีเดียมาสู้เขาผู้ซึ่งไม่เอาใจใส่ในเรื่องเงิน และไม่ไยดีในเรื่องทองคำ
18 คันธนูของเขาจะสังหารชายหนุ่ม เขาจะไม่ปรานีต่อผลของครรภ์ นัยน์ตาของเขาจะไม่สงสารเด็ก
19 และบาบิโลน ซึ่งโอ่อ่าในบรรดาราชอาณาจักร เมืองที่สง่าและเป็นที่ภูมิใจของชาวเคลเดีย จะเป็นดังเมืองโสโดม และเมืองโกโมราห์ เมื่อพระเจ้าทรงคว่ำมันเสียนั้น
20 จะไม่มีใครเข้าอยู่ในบาบิโลน หรืออาศัยอยู่ตลอดทุกชั่วชาตพันธุ์ คนอาหรับจะไม่กางเต็นท์ของเขาที่นั่น ไม่มีผู้ เลี้ยงแกะที่จะให้แกะของเขานอนลงที่นั่น
21 แต่สัตว์ป่าจะนอนลงที่นั่น และบ้านเรือนในนั้นจะเต็มไปด้วยนกทึดทือ นกกระจอกเทศจะอาศัยที่นั่น เมษปิศาจ จะเต้นรำอยู่ที่นั่น
22 หมาจิ้งจอกจะเห่าหอนอยู่ในป้อมปราสาทของเมืองนั้น และหมาป่าจะอยู่ในวังแสนสุข เวลาของเมืองนั้นก็ใกล้เข้า มาแล้ว และวันเวลาของมันจะไม่ยืดให้ยาวไป

อิสยาห์ 14

01 พระเจ้าจะทรงมีเมตตาต่อยาโคบและจะทรงเลือกอิสราเอลอีก และจะตั้งเขาทั้งหลายไว้ในแผ่นดินของเขา คนต่าง ด้าวจะสมทบกับเขา และติดพันอยู่กับเชื้อสายของยาโคบ
02 และชนชาติทั้งหลายจะรับเขาและนำเขาทั้งหลายมายังที่ของเขา และเชื้อสายของอิสราเอลจะมีกรรมสิทธิ์ในเขาเป็น ทาสชายหญิงในแผ่นดินของพระเจ้า ผู้ที่จับเขาเป็นเชลยจะถูกเขาจับเป็นเชลย และจะปกครองผู้ที่เคยบีบบังคับเขา
03 เมื่อพระเจ้าประทานให้เจ้าได้หยุดพักจากความเจ็บปวดของเจ้า และจากความวุ่นวายและจากงานหนักซึ่งเจ้าถูกบังคับ ให้กระทำ
04 เจ้าจะยกคำเย้ยหยันนี้กล่าวต่อพระราชาแห่งบาบิโลนว่า "เออ ผู้บีบบังคับก็สงบไปแล้วหนอ ความทะลึ่งเกรี้ยว กราดของเขาก็สงบไปด้วยซิ
05 พระเจ้าทรงหักไม้พลองของคนอธรรม คทาของผู้ครอบครอง
06 ซึ่งตีชนชาติทั้งหลายด้วยความพิโรธ ด้วยการตีอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งได้ครอบครองประชาชาติด้วยความโกรธ ด้วย การข่มเหงอย่างที่ไม่อ่อนข้อ
07 โลกทั้งสิ้นก็พักและสงบอยู่ เขาทั้งหลายร้องเพลงโพล่งออกมา
08 ต้นสนสามใบเปรมปรีดิ์เพราะเจ้า ต้นสนสีดาร์แห่งเลบานอนด้วยและกล่าวว่า 'ตั้งแต่เจ้าตกต่ำ ก็ไม่มีผู้โค่นขึ้นมาต่อ สู้เราแล้ว'
09 แดนคนตายเบื้องล่างก็ตื่นเต้น เพื่อต้อนรับเจ้าเมื่อเจ้ามา มันปลุกให้ชาวแดนมาต้อนรับเจ้า คือผู้ซึ่งเคยเป็นผู้นำของ โลก มันทำให้บรรดาผู้ที่เคยเป็นพระราชาแห่งประชาชาติทั้งหลาย ลุกขึ้นมาจากพระที่นั่งของเขา
10 ทุกตนจะพูด และกล่าวแก่เจ้าว่า 'เจ้าก็อ่อนเปลี้ยอย่างเราด้วย เจ้ากลายเป็นอย่างพวกเรา'
11 ความโอ่อ่าของเจ้าถูกนำลงมาถึงแดนคนตาย และเสียงพิณของเจ้า ตัวหนอนจะเป็นที่นอนอยู่ใต้ตัวเจ้า และตัว หนอนจะเป็นผ้าห่มของเจ้า
12 "โอ ดาวประจำกลางวันเอ๋ย พ่อโอรสแห่งพระอรุณเจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วซิ เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดิน อย่างไรหนอ เจ้าผู้กระทำให้บรรดาประชาชาติตกต่ำน่ะ
13 เจ้ารำพึงในใจของเจ้าว่า 'ข้าจะขึ้นไปยังฟ้าสวรรค์ เหนือดวงดาวทั้งหลายของพระเจ้า ข้าจะตั้งพระที่นั่งของข้าณที่ สูงนั้น ข้าจะนั่งบนขุนเขาชุมนุมสถาน {คือ สถานเทพชุมนุม}ณที่อุดรไกล
14 ข้าจะขึ้นไปเหนือความสูงของเมฆ ข้าจะกระทำตัวของข้าเหมือนองค์ผู้สูงสุด'
15 แต่เจ้าถูกนำลงมาสู่แดนคนตาย ยังที่ลึกของปากแดน
16 บรรดาผู้ที่เห็นเจ้าจะเพ่งดูเจ้า และจะพิจารณาเจ้าว่า 'ชายคนนี้หรือที่ทำให้โลกสั่นสะเทือน ผู้เขย่าราชอาณาจักรทั้ง หลาย
17 ผู้ที่ได้กระทำให้โลกเป็นเหมือนถิ่นทุรกันดารและคว่ำหัวเมืองของโลกเสีย ผู้ไม่ยอมให้เชลยกลับไปบ้านของเขา'
18 พระราชาทั้งสิ้นของบรรดาประชาชาตินอนอยู่อย่างมีเกียรติ ต่างก็อยู่ในอุโมงค์ของตน
19 แต่เจ้าถูกเหวี่ยงออกไป ห่างจากหลุมศพของเจ้าเป็นศพที่น่าเกลียด สวมเสื้อของผู้ที่ถูกฆ่า คือที่ถูกแทงด้วยดาบซึ่ง ลงไปยังศิลาของหลุมศพ เป็นศพที่ถูกเหยียบย่ำ
20 เจ้าจะไม่ได้รับการฝังศพร่วมกับเขา เพราะเจ้าได้ทำลายแผ่นดินของเจ้า เจ้าได้สังหารประชาชนของเจ้า "ขออย่าให้ ใครเอ่ยถึงชื่อของเชื้อวงศ์แห่งผู้กระทำความชั่วอีกเลย
21 จงเตรียมสังหารลูกๆของเขาเถิด เพราะกรรมชั่วแห่งบิดาของเขา เกรงว่าเขาทั้งหลายจะลุกขึ้นเป็นเจ้าของโลก และ กระทำให้พื้นโลกเต็มไปด้วยหัวเมือง"
22 พระเจ้าจอมโยธา ตรัสว่า "เราจะลุกขึ้นสู้กับเขา และจะตัดชื่อกับคนที่เหลืออยู่เสียจากบาบิโลน และตัดลูกหลาน และพงศ์พันธุ์เสีย" พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ
23 "และเราจะกระทำให้เป็นกรรมสิทธิ์ของอีกาบ้าน และเป็นสระน้ำ และจะกวาดด้วยไม้กวาดแห่งการทำลาย" พระ เจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ
24 พระเจ้าจอมโยธาได้ทรงปฏิญาณว่า 'เรากะแผนงานไว้อย่างไร ก็จะเป็นไปอย่างนั้น และเราได้มุ่งหมายไว้อย่างไร ก็จะเกิดขึ้นอย่างนั้น
25 คือว่าเราจะตีคนอัสซีเรียในแผ่นดินของเราให้ย่อยยับไป และบนภูเขาของเรา เหยียบย่ำเขาไว้ และแอกของเขานั้น จะพรากไปจากเขาทั้งหลาย และภาระของเขานั้นจากบ่าของเขาทั้งหลาย"
26 นี่เป็นความมุ่งหมายที่มุ่งหมายไว้ เกี่ยวกับแผ่นดินโลกทั้งสิ้น และนี่เป็นพระหัตถ์ซึ่งเหยียดออก เหนือบรรดา ประชาชาติทั้งสิ้น
27 เพราะพระเจ้าจอมโยธาทรงมุ่งไว้แล้ว ผู้ใดเล่าจะลบล้างเสียได้ พระหัตถ์ของพระเจ้าทรงเหยียดออก และผู้ใดจะ หันให้กลับได้
28 ในปีที่กษัตริย์อาหัสสิ้นพระชนม์ครุวาทนี้มีมา ว่า
29 "ประเทศฟีลิสเตียเอ๋ย เจ้าทุกคนอย่าเปรมปรีดิ์ไปเลย ว่าตะบองซึ่งตีเจ้านั้นหักเสียแล้ว เพราะงูทับทางจะออกมา จากรากเง่าของงู และผลของมันจะเป็นงูแมวเซา
30 และลูกหัวปีของคนยากจนจะมีอาหารกิน และคนขัดสนจะนอนลงอย่างปลอดภัย แต่เราจะฆ่ารากเง่าของเจ้าด้วย การกันดารอาหาร และคนที่เหลืออยู่ของเจ้าจะถูกสังหารเสีย
31 ประตูเมืองเอ๋ย พิลาปร่ำไห้ซิ กรุงเอ๋ย จงร้องไห้ ประเทศฟีลิสเตียเอ๋ย เจ้าทุกคนจงละลายเสียในความกลัว เพราะ ควันออกมาจากอุดร และไม่มีคนล้าหลังในแถวของเขาเลย"
32 จะตอบทูตของประชาชาตินั้นว่าอย่างไร ก็ว่า "พระเจ้าได้ทรงสถาปนาศิโยน และผู้ถูกข่มใจในชนชาติของพระองค์ ได้พบที่ลี้ภัยในที่นั้น"

อิสยาห์ 15

01 ครุวาทเกี่ยวกับโมอับ เพราะนครอาร์ถูกทำลายร้างในคืนเดียว โมอับได้ถึงหายนะ เพราะนครคีร์ถูกทำลายร้างในคืน เดียว โมอับได้ถึงหายนะ
02 บายิทและดีโบนได้ขึ้นไป ยังปูชนียสถานสูงเพื่อจะร่ำไห้ โมอับคร่ำครวญ ถึง {หรือ บน} เนโบและถึง {หรือ บน} เมเดบา ศีรษะทุกศีรษะก็โล้น และหนวดเคราทุกคนก็ถูกขลิบ
03 เขาคาดผ้ากระสอบอยู่ในถนนหนทาง ทุกคนร่ำไห้เป็นนักหนา ที่บนหลังคาเรือนและตามลานเมือง
04 เมืองเฮชโบนและเอเลอาเลห์ส่งเสียงร้อง เสียงของเขาได้ยินไปถึงเมืองยาฮาส เพราะฉะนั้นชายที่ถืออาวุธของโมอับจึง ร้องเสียงดังจิตใจของเขาสั่นสะเทือน
05 จิตใจของข้าพเจ้าร้องออกมาเพื่อโมอับ ผู้หลบภัยของโมอับนั้นหนีไปยังโศอาร์ ไปยังเอกลัทเชลีชิยาห์ เพราะตาม ทางขึ้นไปเมืองลูฮีท เขาขึ้นไปคร่ำครวญ ตามถนนสู่เมืองโฮโรนาอิม เขาเปล่งเสียงร้องถึงการทำลาย
06 ธารน้ำที่นิมริม ก็ถูกทิ้งร้าง หญ้าก็เหี่ยวแห้ง และหญ้าอ่อนก็ไม่งอก ผักสดไม่มีเลย
07 เพราะฉะนั้นส่วนที่เหลือซึ่งเขาเก็บได้ และที่เขาสะสมไว้ เขาขนเอาไป ข้ามลำธารต้นไค้
08 เพราะเสียงร้องได้กระจายไป ทั่วแผ่นดินโมอับ เสียงคร่ำครวญไปถึงเอกลาอิม เสียงคร่ำครวญไปถึงเบเออร์เอลิม
09 เพราะน้ำของเมืองดีโมนมีเลือดเต็มไปหมด ถึงกระนั้นเรายังจะเพิ่มภัยแก่ดีโมนอีก คือให้สิงห์สำหรับชาวโมอับที่หนี ไป และสำหรับคนที่เหลืออยู่ในแผ่นดิน

อิสยาห์ 16

01 เขาได้ส่งลูกแกะไปยังผู้ปกครองแผ่นดิน จากเส-ลาตามทางถิ่นทุรกันดาร ไปยังภูเขาแห่งธิดาของศิโยน
02 เหมือนนกที่กำลังบินหนี อย่างลูกนกที่พลัดรัง ธิดาของโมอับเป็นอย่างนั้น ตรงท่าลุยข้ามแม่น้ำอารโนน
03 "จงให้คำปรึกษา จงอำนวยความยุติธรรม จงทำร่มเงาของท่านเหมือนกลางคืน ณ เวลาเที่ยงวัน จงช่วยซ่อนผู้ถูก ขับไล่ อย่าได้หักหลังผู้ลี้ภัย
04 ให้ผู้ถูกขับไล่ของโมอับอาศัยอยู่ท่ามกลางท่านจงเป็นที่กำบังภัยแก่เขาให้พ้นจากผู้ทำลาย เมื่อไม่มีผู้บีบบังคับแล้ว และการทำลายได้หยุดยั้งแล้ว และเมื่อผู้เหยียบย่ำไว้ ได้หายตัวไปจากแผ่นดินแล้ว
05 พระที่นั่งก็ได้รับการสถาปนาด้วยความรักมั่นคงบนนั้นจะมีผู้หนึ่งนั่งอยู่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตในเต็นท์ของดาวิด คือท่านผู้พิพากษาและแสวงความยุติธรรม และรวดเร็วในการกระทำความชอบธรรม"
06 เราได้ยินถึงความเย่อหยิ่งของโมอับ ว่าเขาหยิ่งเสียจริงๆ ถึงความจองหองของเขา ความเย่อหยิ่งของเขา และความ ทะลึ่งของเขา การโอ่อวดของเขาเป็นการเท็จ
07 เพราะฉะนั้น โมอับจะคร่ำครวญเพื่อโมอับ ทุกคนจะคร่ำครวญ เจ้าทั้งหลายจะโอดครวญ ด้วยทุกข์เทวษ เนื่อง ด้วยขนมองุ่นแห้งของเมืองคีร์หะเรเชท
08 เพราะทุ่งนาแห่งเมืองเฮชโบนอ่อนระทวย ทั้งเถาองุ่นของสิบมาห์ เจ้านายทั้งหลายแห่งบรรดาประชาชาติ ได้ตีกิ่ง ของมันลง ซึ่งไปถึงเมืองยาอะเศร และเจิ่นไปถึงถิ่นทุรกันดาร หน่อของมันก็แตกกว้างออกไป และผ่านข้ามทะเลไป
09 เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงร้องไห้กับคนร้องไห้ของเมืองยาเซอร์ เนื่องด้วยเถาองุ่นของสิบมาห์ เฮชโบน และเอเล อาเลห์เอ๋ย ข้าพเจ้าจะราดเจ้าด้วยน้ำตาของข้าพเจ้า เพราะเสียงโห่ร้องของสงครามได้มาถึง ผลฤดูร้อนของเจ้าและถึง ข้าวที่เกี่ยวเก็บของเจ้าแล้ว
10 เขาเอาความชื่นบาน และความยินดีไปเสีย จากที่สวนผลไม้ เขาไม่ร้องเพลงกันตามสวนองุ่น ไม่มีใครโห่ร้อง ตามบ่อย่ำองุ่นไม่มีคนย่ำให้เหล้าองุ่นออก เสียงเห่ย่ำองุ่นเงียบเสียแล้ว
11 ฉะนั้น จิตของข้าพเจ้าจึงร่ำไห้เหมือนพิณเขาคู่เพื่อโมอับ และใจของข้าพเจ้าร่ำไห้เพื่อคีร์เฮเรส
12 และเมื่อโมอับไปเฝ้า เมื่อเขาเหน็ดเหนื่อยอยู่ที่ปูชนียสถานสูงนั้น และเมื่อเขาเข้ามาในสถานศักดิ์สิทธิ์ของเขาเพื่อจะ อธิษฐาน เขาก็จะไม่ได้รับผล
13 นี่เป็นพระวจนะซึ่งพระเจ้าตรัสเกี่ยวกับโมอับในอดีต
14 แต่บัดนี้ พระเจ้าตรัสว่า "ภายในสามปีตามปีจ้างลูกจ้าง {คือ ช่วงเวลาที่กำหนดแน่อย่างลูกจ้างจะทำงานให้พอดี กับเวลาที่กำหนดไว้ ไม่เกินเลย} ศักดิ์ศรีของโมอับจะถูกเหยียดหยาม แม้มวลชนมหึมาของเขาทั้งสิ้นก็ดี และคนที่ เหลืออยู่นั้นก็จะน้อยและกะปลกกะเปลี้ย"

อิสยาห์ 17

01 ครุวาทเกี่ยวกับเมืองดามัสกัส ดูเถิด ดามัสกัสจะหยุดไม่เป็นเมืองหลวง และจะกลายเป็นกองสิ่งสลักหักพัง
02 หัวเมืองของดามัสกัสจะเริศร้างเป็นนิตย์ จะเป็นที่สำหรับฝูงแพะแกะ ซึ่งมันจะนอนลงและไม่มีผู้ใดจะให้มันกลัว
03 ป้อมปราการจะสูญหายไปจากเอฟราอิม และราชอาณาจักรจะศูนย์หายไปจากดามัสกัส และคนที่เหลืออยู่ของซีเรีย จะเป็นเหมือนศักดิ์ศรีของคนอิสราเอล พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ
04 และในวันนั้น ศักดิ์ศรีของยาโคบจะตกต่ำ และความอ้วนที่เนื้อของเขาจะซูบผอมลง
05 และจะเป็นเหมือนเมื่อคนเกี่ยวข้าว เก็บเกี่ยวพืชข้าวที่ตั้งอยู่ และแขนของเขาจะเกี่ยวรวงข้าว และเหมือนเมื่อคน หนึ่งเก็บรวงข้าว ในที่ลุ่มเรฟาอิม
06 จะมีเหลืออยู่บ้างในนั้น เหมือนอย่างเมื่อตีต้นมะกอกเทศให้ลูกหล่น จะมีเหลืออยู่ที่ยอดสูงที่สุด สองสามลูก หรือที่ เหลือบนกิ่งไม้ ผลสี่ห้าลูก พระเยโฮวาห์ พระเจ้าแห่งอิสราเอลตรัสดังนี้แหละ
07 ในวันนั้น คนจะเอาใจใส่ในพระผู้สร้างตน และนัยน์ตาเขาจะมองดูองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอล
08 เขาจะไม่เอาใจใส่แท่นบูชา ผลงานแห่งมือของเขา และเขาจะไม่มองสิ่งที่นิ้วของเขาเองได้กระทำขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาเชริม {สิ่งเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ใช้ในการนมัสการเจ้าแม่อาเชรา ชะรอยจะเป็นเสาไม้แกะ หรือรูปเคารพอันเป็นรูป เจ้าแม่} หรือแท่นเผาเครื่องหอม
09 ในวันนั้นเมืองเข้มแข็งของเขา จะเป็นเหมือนที่เริศร้างของคนฮีไวต์ และคนอาโมไรต์ ซึ่งเขาได้ทิ้งให้เริศร้างเพราะ คนอิสราเอล และจะเป็นที่เริศร้าง
10 เพราะเจ้าได้หลงลืมพระเจ้าแห่งความรอดของเจ้าเสีย และมิได้จดจำองค์พระศิลาลี้ภัยของเจ้า แม้ว่าเจ้าปลูกต้น อภิรมย์ และปักกิ่งแห่งพระต่างด้าวไว้
11 แม้ว่าเจ้าทำให้มันงอกในวันที่เจ้าปลูกมันและทำให้มันออกดอกในเช้าของวันที่เจ้าหว่าน ถึงกระนั้นผลการเก็บเกี่ยว ก็จะหนีไป ในวันแห่งความกลัดกลุ้มและความเจ็บอย่างรักษาไม่ได้
12 เอ๊ะ เสียงกึกก้องของชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากเขากึกก้องเหมือนทะเลก้องกึก เอ๊ะ นั่นเสียงครืนๆของชนชาติทั้ง หลาย มันครืนๆเหมือนเสียงครืนๆของน้ำที่มีกำลังมาก
13 ชนชาติทั้งหลายครืนๆเหมือนเสียงครืนๆของน้ำเป็นอันมาก แต่พระองค์จะทรงขนาบไว้ และมันจะหนีไปไกลเสีย ถูกไล่ไปเหมือนแกลบต้องลมบนภูเขา เหมือนพืชแห้งปลิวไปต่อหน้าพายุ
14 ดูเถิด พอเวลาเย็น ก็ความสยดสยอง ก่อนรุ่งเช้า ก็ไม่มีเขาทั้งหลายแล้ว นี่เป็นส่วนของบรรดาผู้ที่ริบของของเรา และเป็นส่วนของผู้ที่ปล้นเรา

อิสยาห์ 18

01 เฮ้ย แผ่นดินแห่งปีกที่กระหึ่ม ซึ่งอยู่เลยแม่น้ำแห่งเอธิโอเปีย
02 ซึ่งส่งทูตไปโดยทางทะเล {น่าจะเป็นคำประพันธ์ อ้างถึงแม่น้ำไนล์} โดยเรือต้นกกบนน้ำ เจ้าผู้สื่อสารที่รวดเร็วเอ๋ย จงไป ยังประชาชาติที่คนร่างสูงและเกลี้ยงเกลา ยังชนชาติที่เขากลัวทั้งใกล้และไกล ยังประชาชาติที่เข้มแข็งและมัก ชนะ ซึ่งแผ่นดินของเขามีแม่น้ำแบ่ง
03 ท่านทั้งปวงผู้เป็นชาวพิภพ ท่านอาศัยอยู่บนแผ่นดินโลก เมื่อมีอาณัติสัญญายกขึ้นบนภูเขาจงมองดู เมื่อมีเสียงเขา สัตว์เป่า จงฟัง
04 เพราะพระเจ้าตรัสแก่ข้าพเจ้าดังนี้ว่า "เราจะค่อยๆมองจากที่อาศัยของเรา เหมือนความร้อนที่กระจ่างอยู่ในแสงแดด เหมือนอย่างเมฆแห่งน้ำค้างในความร้อนของฤดูเกี่ยว"
05 เพราะก่อนถึงฤดูเกี่ยว เมื่อดอกบานพ้นไปแล้วและดอกกลายเป็นผลองุ่นกำลังสุก พระองค์จะทรงตัดกิ่งออกด้วยขอ ลิดแขนง พระองค์จะทรงโค่นกิ่งสาขานั้นเสีย
06 และเขาทั้งหลายจะถูกทิ้งไว้ทั้งหมด ให้แก่เหยี่ยวที่อยู่บนภูเขา และแก่สัตว์แห่งแผ่นดินโลก และนกกินเหยื่อจะกิน เสียในฤดูร้อน และบรรดาสัตว์ทั้งสิ้นแห่งแผ่นดินโลกจะกินเสียในฤดูหนาว
07 ในครั้งนั้น เขาจะนำของกำนัลมาถวายแด่พระเจ้าจอมโยธา จากชนชาติที่คนร่างสูงและเกลี้ยงเกลา จากชนชาติที่เขา กลัวทั้งใกล้และไกล จากประชาชาติที่เข้มแข็งและมักชนะ ซึ่งแผ่นดินของเขามีแม่น้ำแบ่งยังสถานที่แห่งพระนามของ พระเจ้าจอมโยธา คือภูเขาศิโยน

อิสยาห์ 19

01 ครุวาทเกี่ยวกับอียิปต์ ดูเถิด พระเจ้าทรงเมฆอันรวดเร็ว และเสด็จมายังอียิปต์ ต่อพระพักตร์พระองค์ รูปเคารพแห่ง อียิปต์จะสั่นสะเทือนและใจของคนอียิปต์จะละลายไปภายในตัวเขา
02 และเราจะกวนให้คนอียิปต์ต่อสู้กับคนอียิปต์และเขาจะสู้รบกัน ทุกคนรบพี่น้องของตน และทุกคนรบเพื่อนบ้าน ของตน เมืองรบกับเมือง ราชอาณาจักรรบกับราชอาณาจักร
03 และคนอียิปต์ก็จะจนใจ และเราจะกระทำให้แผนงานของเขายุ่งเหยิง และเขาจะปรึกษารูปเคารพและพวกหมอดู และคนทรง และพ่อมดแม่มด
04 และเราจะมอบคนอียิปต์ไว้ในมือ ของนายที่แข็งกระด้าง และพระราชาดุร้ายคนหนึ่งจะปกครองเหนือเขา องค์พระผู้ เป็นเจ้า พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ
05 และน้ำจะแห้งไปจากทะเล {ดูหมายเหตุที่ บท18ข้อ2} และแม่น้ำแห้งผาก
06 และคลองของมันจะเน่าเหม็น และแควของแม่น้ำไนล์แห่งอียิปต์จะน้อยลงและแห้งไป ต้นอ้อและกอปรือจะเหี่ยว แห้ง
07 กอแขมที่แม่น้ำไนล์ ที่ริมฝั่งแม่น้ำ และทั้งสิ้นที่หว่านลงข้างแม่น้ำนั้นจะแห้งไป จะถูกไล่ไปเสียและไม่มีอีก
08 ชาวประมงจะร้องทุกข์ คือบรรดาผู้ที่ตกเบ็ดในแม่น้ำไนล์จะไว้ทุกข์ และผู้ที่ทอดแหลงในน้ำ จะอ่อนระทวย
09 คนงานที่หวีป่านจะหมดหวัง ทั้งคนที่ทอฝ้ายขาวด้วย
10 บรรดาผู้ที่เป็นหลัก {หรือ บรรดาคนทอผ้า} ของแผ่นดินต้องถูกบีบคั้น และบรรดาผู้ที่ทำงานรับจ้างจะเศร้าใจ
11 พวกเจ้านายแห่งโศอันโง่บัดซบทีเดียว ที่ปรึกษาที่ฉลาดของฟาโรห์ให้คำปรึกษาอย่างโง่เขลาพวกเจ้าจะพูดกับฟา โรห์ได้อย่างไรว่า "ข้าบาทเป็นบุตรของนักปราชญ์ เป็นเชื้อสายของกษัตริย์โบราณ"
12 นักปราชญ์ของท่านอยู่ที่ไหน ให้เขาบอกท่านและให้เขาทำให้แจ้งซิ ว่าพระเจ้าจอมโยธามีพระประสงค์อะไรกับ อียิปต์
13 เจ้านายแห่งโศอันกลายเป็นคนโง่ และเจ้านายแห่งเมมฟิสถูกหลอกลวงแล้ว บรรดาผู้ที่เป็นศิลามุมเอกของเผ่าของ อียิปต์ ได้นำอียิปต์ให้หลงไป
14 พระเจ้าทรงปนดวงจิตแห่งความยุ่งเหยิง ไว้ในอียิปต์ และเขาทั้งหลายได้กระทำให้อียิปต์แชเชือนในการกระทำทั้ง สิ้นของมัน ดั่งคนเมาโซเซอยู่บนสิ่งที่เขาอาเจียน
15 ไม่มีอะไรที่จะกระทำได้เพื่อช่วยอียิปต์ ซึ่งหัวก็ดีหางก็ดี หรือใบตาลก็ดี ต้นอ้อเล็กก็ดี อาจจะทำได้
16 วันนั้น คนอียิปต์จะเป็นเหมือนผู้หญิง สั่นสะเทือนและกลัวต่อพระหัตถ์ซึ่งพระเจ้าจอมโยธาทรงกวัดแกว่งเหนือเขา
17 และแผ่นดินยูดาห์จะเป็นที่หวาดกลัวแก่คนอียิปต์ เมื่อกล่าวชื่อให้คนหนึ่งคนใดเขาก็กลัว เพราะพระประสงค์ของ พระเจ้าจอมโยธา ซึ่งทรงประสงค์ต่อเขาทั้งหลาย
18 ในวันนั้น จะมีห้าหัวเมืองในแผ่นดินอียิปต์ซึ่งพูดภาษาของคานาอัน และสาบานต่อพระเจ้าจอมโยธา เมืองหนึ่งเขา จะเรียกว่า เมืองอาทิตย์
19 ในวันนั้น จะมีแท่นบูชาแท่นหนึ่งแด่พระเจ้าในท่ามกลางแผ่นดินอียิปต์ และมีเสาศักดิ์สิทธิ์แด่พระเจ้าที่พรมแดน
20 จะเป็นหมายสำคัญและเป็นพยานในแผ่นดินอียิปต์ถึงพระเจ้าจอมโยธา เมื่อเขาทั้งหลายร้องทูลต่อพระเจ้าเหตุด้วยผู้ บีบบังคับเขา พระองค์จะทรงส่งผู้ช่วยและผู้ป้องกันผู้หนึ่งมาให้เขาผู้จะช่วยกู้เขาไว้
21 และพระเจ้าจะสำแดงพระองค์ให้เป็นที่รู้จักแก่คนอียิปต์ และคนอียิปต์จะรู้จักพระเจ้าในวันนั้นและนมัสการด้วย ถวายเครื่องสักการบูชาและเครื่องถวาย และเขาทั้งหลายจะบนบานและแก้บนต่อพระเจ้า
22 และพระเจ้าจะโจมตีอียิปต์ ทรงโจมตีพลางทรงรักษาพลาง และเขาทั้งหลายจะหันกลับมาหาพระเจ้า และพระองค์ จะทรงฟังคำวิงวอนของเขาและทรงรักษาเขา
23 ในวันนั้น จะมีทางหลวงจากอียิปต์ถึงอัสซีเรีย และคนอัสซีเรียจะเข้ามายังอียิปต์ และคนอียิปต์ยังอัสซีเรีย
24 ในวันนั้น อิสราเอลจะเป็นที่สามกับอียิปต์และกับอัสซีเรีย เป็นพรท่ามกลางแผ่นดินโลก
25 เป็นผู้ที่พระเจ้าจอมโยธาทรงอำนวยพระพรว่า "อียิปต์ชนชาติของเราจงได้รับพร และอัสซีเรียผลงานแห่งมือของเรา และอิสราเอลมรดกของเรา"

อิสยาห์ 20

01 ในปีที่ผู้บังคับบัญชาใหญ่ ผู้ซึ่งซาร์กอนพระราชาแห่งอัสซีเรียทรงใช้มานั้น ได้มาถึงอัชโดดและได้ต่อสู้ยึดเมืองนั้น ได้
02 ในครั้งนั้นพระเจ้าตรัสโดยอิสยาห์บุตรอามอสว่า "จงไป แก้ผ้ากระสอบออกจากบั้นเอวของเจ้า และเอารองเท้าออก จากเท้าของเจ้า" และท่านก็กระทำตาม เดินเปลือยกายและเท้าเปล่า
03 และพระเจ้าตรัสว่า "อิสยาห์ผู้รับใช้ของเราเดินเปลือยกาย และเท้าเปล่าสามปี เป็นหมายสำคัญและเป็นลางแก่อียิปต์ และแก่เอธิโอเปียฉันใด
04 พระราชาแห่งอัสซีเรียจะนำคนอียิปต์ไปเป็นเชลยและจะกวาดคนเอธิโอเปียไป ทั้งคนหนุ่มสาวและคนแก่ เปลือย กายและเท้าเปล่า เปิดก้น เป็นที่ละอายแก่อียิปต์
05 แล้วเขาทั้งหลายจะท้อถอยและอับอายด้วย เหตุเอธิโอเปียความหวังของเขา และอียิปต์ความโอ่อวดของเขา
06 และชาวแผ่นดินชายทะเลนี้จะกล่าวในวันนั้นว่า 'ดูเถิด นี่แหละผู้ซึ่งเราหวังใจ และผู้ซึ่งเราหนีไปหาความช่วยกู้ให้ พ้นจากพระราชาอัสซีเรีย และเรา เราเล่าจะหนีให้พ้นได้อย่างไร'

อิสยาห์ 21

01 ครุวาทเกี่ยวกับถิ่นทุรกันดารของทะเล เหมือนลมบ้าหมูในเนเกบพัดเกลี้ยงไป มันมาจากถิ่นทุรกันดาร จากแผ่นดิน อันน่าคร้ามกลัว
02 เขาบอกนิมิตที่เหี้ยมหาญแก่ข้าพเจ้า ว่าผู้ปล้นเข้าปล้น ผู้ทำลายเข้าทำลาย เอลามเอ๋ย จงขึ้นไป มีเดียเอ๋ย จงเข้า ล้อม ซึ่งมันให้เกิดการถอนหายใจทั้งสิ้น เราได้กระทำให้สิ้นไปแล้ว
03 เพราะฉะนั้น บั้นเอวของข้าพเจ้าจึงเต็มด้วยความแสนระทมความเจ็บปวดฉวยข้าพเจ้าไว้ อย่างความเจ็บปวดที่หญิง กำลังคลอดบุตร ข้าพเจ้าจนใจเพราะสิ่งที่ได้ยิน ข้าพเจ้าท้อถอยเพราะสิ่งที่ได้เห็น
04 จิตใจของข้าพเจ้าฟุ้งซ่านไปความหวาดเสียวกระทำให้ข้าพเจ้าครั่นคร้าม แสงโพล้เพล้ซึ่งข้าพเจ้าหวัง กลับทำให้ ข้าพเจ้าสั่นสะเทือน
05 เขาเตรียมสำรับไว้ เขาปูพรม เขากิน เขาดื่ม เจ้านายทั้งหลายเอ๋ย จงลุกขึ้น ชโลมโล่ไว้ด้วยน้ำมัน
06 เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าดังนี้ว่า"จงไป ตั้งยาม ให้เขาไปร้องประกาศสิ่งที่เขาเห็น
07 เมื่อเขาเห็นคนขี่ม้า คือพลม้าเป็นคู่ๆ คนขี่ลา คนขี่อูฐ ให้เขาฟังอย่างพินิจพิเคราะห์ อย่างพินิจพิเคราะห์ทีเดียว"
08 แล้วผู้เห็นได้ร้องว่า "ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ยืนอยู่บนหอคอยตลอดไปในกลางวัน ข้าพระองค์ประจำ อยู่ที่ตำแหน่งของข้าพระองค์ ตลอดหลายคืน
09 และ ดูเถิด มีคนขี่มา คือพลม้าเป็นคู่ๆ" และเขาตอบว่า "บาบิโลนล่มแล้ว ล่มแล้ว บรรดารูปเคารพทั้งสิ้นแห่ง พระของเขา พระองค์ทรงทำลายลงถึงพื้นดิน"
10 ท่านผู้ถูกนวดและผู้ถูกฝัดของข้าเอ๋ย ข้าได้ยินอะไรจากพระเจ้าจอมโยธา พระเจ้าแห่งอิสราเอล ข้าพเจ้าก็ร้อง ประกาศแก่ท่านอย่างนั้น
11 ครุวาทเกี่ยวกับดูมาห์ มีคนหนึ่งเรียกข้าพเจ้าจากเสอีร์ ว่า "คนยามเอ๋ย ดึกเท่าไรแล้ว คนยามเอ๋ย ดึกเท่าไหร่แล้ว"
12 คนยามตอบว่า "เช้ามาถึง กลางคืนมาด้วย ถ้าจะถาม ก็ถามเถิด จงกลับมาอีก"
13 ครุวาทเกี่ยวกับอาระเบีย โอ กระบวนพ่อค้าของคนเดดานเอ๋ย เจ้าจะพักอยู่ในดงทึบในอาระเบีย
14 ชาวแผ่นดินเทมาเอ๋ย จงเอาน้ำมาให้คนกระหาย เอาขนมปังมาต้อนรับคนลี้ภัย
15 เพราะเขาได้หนีจากกระบี่ จากกระบี่ที่ชักออก จากธนูที่โก่งอยู่ และจากสงครามที่กระชั้นเข้ามา
16 เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าดังนี้ว่า "ศักดิ์ศรีทั้งสิ้นของเคดาร์จะถึงที่สุดภายในปีเดียวตามปีจ้างลูกจ้าง {ดู หมายเหตุที่ บท16ข้อ14}
17 และนักธนูที่เหลืออยู่ของทแกล้วทหารแห่งชาวเคดาร์จะเหลือน้อย เพราะพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของอิสราเอล ได้ ตรัสแล้ว"

อิสยาห์ 22

01 ครุวาทเกี่ยวกับที่ลุ่มแห่งนิมิต ที่เจ้าได้ขึ้นไป เจ้าทุกคน ที่บนหลังคาเรือนนั้น เป็นเรื่องอะไรกัน
02 เจ้าผู้เป็นเมืองที่เต็มด้วยการโห่ร้อง เมืองที่อึกทึกครึกโครม นครที่เต้นโลด ผู้ที่ถูกฆ่าของเจ้ามิได้ถูกฆ่าด้วยดาบ หรือ ตายในสงคราม
03 ผู้ครองเมืองของเจ้าทั้งหมดหนีกันไปแล้ว เขาถูกจับได้โดยไม่มีคันธนู ชายฉกรรจ์ของเจ้าทุกคนถูกจับ แม้ว่าเขาได้ หนีไปไกลแล้ว
04 เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงว่า "อย่ามองข้าพเจ้า ให้ข้าพเจ้าหลั่งน้ำตาอย่างขมขื่น อย่าอุตส่าห์เล้าโลมข้าพเจ้าเลย เหตุ ด้วยการทำลายชนชาติของข้าพเจ้า"
05 เพราะพระเจ้าจอมโยธาทรงมีวันหนึ่ง เป็นวาระจลาจล วาระเหยียบย่ำ และวาระยุ่งเหยิงในที่ลุ่มแห่งนิมิต คือการพัง กำแพงลง และโห่ร้องให้แก่ภูเขา
06 เอลามหยิบแล่งธนู กับรถรบและพลและพลม้า และคีร์ก็เผยโล่
07 ที่ลุ่มที่ดีที่สุดของท่านเต็มไปด้วยรถรบ และพลม้าก็เข้าประจำที่ประตูเมือง
08 พระองค์ทรงเอาสิ่งปิดบังยูดาห์ไปเสียแล้ว ในวันนั้น ท่านได้มองที่ศาสตราวุธ แห่งเรือนพนา
09 ได้เห็นช่องโหว่แห่งนครดาวิดว่ามีหลายแห่ง แล้วท่านทั้งหลายก็เก็บน้ำในบ่อล่าง
10 และท่านก็นับเรือนของเยรูซาเล็ม และท่านก็พังเรือนมาเสริมกำแพงเมือง
11 ท่านทำที่ขังน้ำไว้ระหว่างกำแพงทั้งสอง เพื่อรับน้ำของสระเก่า แต่ท่านมิได้มองดูผู้ที่ได้ทรงบันดาลเหตุ และมิได้ เอาใจใส่ผู้ทรงวางแผนงานนี้ไว้นานมาแล้ว
12 ในวันนั้น พระเจ้าจอมโยธา ทรงเรียกให้ร่ำไห้และคร่ำครวญ ให้มีศีรษะโล้นและให้คาดตัวด้วยผ้ากระสอบ
13 และ ดูเถิด มีความชื่นบานและความยินดี มีการฆ่าวัวและฆ่าแกะ มีการกินเนื้อและดื่มเหล้าองุ่น "ให้เรากินและ ดื่มเถิด เพราะว่าพรุ่งนี้เราจะตาย"
14 พระเจ้าจอมโยธาได้ทรงสำแดงพระองค์ ในหูของข้าพเจ้าว่า แน่ทีเดียวที่จะไม่ลบมลทินบาปอันนี้ให้เจ้า จนกว่าเจ้า จะตาย" พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้
15 พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า "ไปเถิด ไปหาพนักงานคนนี้ ไปยังเชบนา ผู้ดูแลราชสำนัก และจงพูดกับเขาว่า
16 เจ้ามีสิทธิ์อะไรที่นี่ และเจ้ามีใครอยู่ที่นี่ เจ้าจึงสกัดอุโมงค์ที่นี่เพื่อตัวเจ้าเอง สกัดอุโมงค์ในที่สูง และสลักที่อยู่ สำหรับตนเองในศิลา
17 ดูเถิด เจ้าคนแข็งแรงเอ๋ย พระเจ้าจะทรงเหวี่ยงเจ้าออกไปอย่างแรง พระองค์จะฉวยเจ้าให้แน่น
18 และม้วนเจ้า และขว้างเจ้าไปอย่างลูกบอลล์ยังแผ่นดินกว้าง เจ้าจะตายที่นั่น และที่นั่นจะมีรถรบอันตระการของเจ้า เจ้าผู้เป็นที่อดสูแก่เรือนนายของเจ้า
19 เราจะผลักเจ้าออกไปจากตำแหน่งของเจ้า และเจ้าจะถูกดึงลงมาจากหน้าที่ของเจ้า
20 ในวันนั้น เราจะเรียกผู้รับใช้ของเรา คือเอลียาคิม บุตรชายฮิลคียาห์
21 เราจะเอาเสื้อยศของเจ้ามาสวมให้เขา และจะเอาผ้าคาดของเจ้าคาดเขาไว้ และจะมอบอำนาจปกครองของเจ้าไว้ในมือ ของเขา และเขาจะเป็นดังบิดาแก่ชาวเยรูซาเล็ม และแก่เชื้อวงศ์ยูดาห์
22 และเราจะวางลูกกุญแจของวังดาวิดไว้บนบ่าของเขา เขาจะเปิดและไม่มีผู้ใดปิด เขาจะปิดและไม่มีผู้ใดเปิด
23 และเราจะตอกเขาไว้ เหมือนตอกหมุดในที่มั่นคง และเขาจะเป็นที่นั่งมีเกียรติแก่เชื้อวงศ์บิดาของเขา
24 และเขาทั้งหลายจะแขวนไว้บนตัวเขา ซึ่งน้ำหนักทั้งสิ้นของเชื้อวงศ์บิดาของเขา ลูกหลานผู้สืบสาย ภาชนะเล็กๆ ทุกชิ้น ตั้งแต่ถ้วยจนถึงเหยือกทั้งสิ้น
25 พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่าในวันนั้นหมุดที่ปักแน่นอยู่ในที่มั่นคงจะหลุด มันจะถูกโค่นลงและตกลงมา และภาระที่ อยู่บนนั้นจะถูกตัดออก เพราะพระเจ้าได้ตรัสไว้แล้ว"

อิสยาห์ 23

01 ครุวาทเกี่ยวกับเมืองไทระ โอ บรรดากำปั่นแห่งทารชิช จงคร่ำครวญ เพราะว่าเมืองนั้นถูกทำลายร้างเสียแล้ว ไม่มี เรือนหรือท่าจอดเรือ เผยให้เขาทั้งหลายประจักษ์ ณแผ่นดินไซปรัส
02 โอ ชาวทะเลเอ๋ย จงนิ่งเสีย เจ้า ซึ่งพ่อค้าแห่งเมืองไซดอน ที่ผู้ผ่านข้ามทะเลไป ได้ทำให้เจ้าเต็มบริบูรณ์
03 และข้ามน้ำมากหลาย รายได้ของเมืองนั้นคือข้าวเมืองชิโหร์ เป็นผลเกี่ยวเก็บของแม่น้ำไนล์ เมืองนั้นเป็นพ่อค้าของ บรรดาประชาชาติ
04 โอ ไซดอนเอ๋ย จงอับอายเถิด เพราะทะเลได้พูดแล้ว ที่กำบังเข้มแข็งของทะเลพูดว่า "ข้ามิได้ปวดครรภ์หรือข้ามิ ได้คลอดบุตร ข้ามิได้เลี้ยงดูคนหนุ่ม หรือบำรุงเลี้ยงหญิงพรหมจารี"
05 เมื่อเรื่องราวมาถึงอียิปต์ เขาทั้งหลายจะแสนระทมอยู่ด้วยเรื่องราวเมืองไทระ
06 จงข้ามไปยังทารชิชเถิด โอ ชาวชายทะเลเอ๋ย จงคร่ำครวญ
07 นี่เป็นเมืองที่สนุกสนานของเจ้าทั้งหลายหรือซึ่งกำเนิดมาแต่กาลโบราณ ซึ่งเท้าได้พามันไป ตั้งอยู่ไกล
08 ผู้ใดได้มุ่งหมายไว้เช่นนี้ ต่อเมืองไทระ ผู้ให้มงกุฎ ซึ่งบรรดาพ่อค้าของมันเป็นเจ้านาย ซึ่งพวกพาณิชของมันเป็น คนมีเกียรติของโลก
09 พระเจ้าจอมโยธาทรงมุ่งหมายไว้ เพื่อจะหลู่ความเย่อหยิ่งของศักดิ์ศรีทั้งสิ้น เพื่อหลู่เกียรติของผู้มีเกียรติทั้งสิ้นในแผ่น ดินโลก
10 โอ ธิดาแห่งทารชิชเอ๋ย จงท่วมแผ่นดินของเจ้าเหมือนแม่น้ำไนล์ ไม่มีสิ่งขัดขวางใดๆอีกแล้ว
11 พระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์เหนือทะเลพระองค์ทรงสั่นบรรดาราชอาณาจักร พระเจ้าทรงบัญชาเกี่ยว กับเรื่องคานาอัน เพื่อจะทำลายที่กำบังเข้มแข็งของมันเสีย
12 และพระองค์ตรัสว่า "โอ ธิดาพรหมจารีผู้ถูกบีบบังคับแห่งไซดอนเอ๋ย เจ้าจะไม่ลิงโลดต่อไปอีก จงลุกขึ้นข้ามไป ไซปรัสเถิด แม้ที่นั่นเจ้าก็จะไม่มีความสงบ"
13 จงดูแผ่นดินแห่งคนเคลเดียเถิด เป็นชนชาตินี้ ไม่ใช่อัสซีเรีย เขาลิขิตให้ไทระเป็นที่สัตว์ป่าอยู่ เขาได้ก่อเชิงเทิน ของเขาขึ้น เขาทลายวังทั้งหลายของมันลง เขากระทำให้มันเป็นที่สลักหักพัง
14 โอบรรดากำปั่นแห่งทารชิชเอ๋ย จงคร่ำครวญเถิดเพราะว่าที่กำบังเข้มแข็งของเจ้าถูกทิ้งร้างเสียแล้ว
15 ในเวลานั้น เขาจะลืมเมืองไทระเจ็ดสิบปี อย่างกับอายุของพระราชาองค์เดียว พอสิ้นเจ็ดสิบปี ก็จะบังเกิดแก่ไทระ อย่างเพลงของหญิงแพศยาว่า
16 โอ หญิงแพศยาที่เขาลืมแล้วเอ๋ย จงหยิบพิณ เดินไปทั่วเมือง จงบรรเลงเพลงไพเราะ ร้องเพลงหลายๆบท เพื่อเขา จะระลึกเจ้าได้"
17 เมื่อสิ้นเจ็ดสิบปี พระเจ้าจะทรงเยี่ยมเยียนเมืองไทระ และเมืองนั้นจะกลับไปรับจ้างใหม่ และจะเล่นชู้กับบรรดา ราชอาณาจักรทั้งสิ้นบนพื้นโลก
18 สินค้าของมันและสินจ้างของมันจะเป็นของถวายแด่พระเจ้า จะไม่สะสมไว้หรือเก็บนิ่งไว้ แต่สินค้าของมันจะ อำนวยอาหารอุดมและเสื้อผ้างามแก่บรรดาผู้ที่อยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า

อิสยาห์ 24

01 ดูเถิด พระเจ้าจะทรงทิ้งโลกให้ร้าง และทรงกระทำให้ร้างเปล่า และพระองค์จะทรงบิดพื้นโลกและกระจายผู้อาศัย ของมัน
02 และจะเป็นอย่างนั้นต่อปุโรหิตอย่างเป็นกับประชาชนต่อนายของเขา อย่างเป็นกับทาส ต่อนายผู้หญิงของเขา อย่าง เป็นกับสาวใช้ ต่อผู้ขาย อย่างเป็นกับผู้ซื้อ ต่อผู้ยืม อย่างเป็นกับผู้ให้ยืม ต่อลูกหนี้ อย่างเป็นกับเจ้าหนี้
03 โลกจะถูกทิ้งร้างอย่างสิ้นเชิง และถูกปล้นหมดสิ้น เพราะพระเจ้าได้ตรัสพระวจนะนี้แล้ว
04 โลกก็ไว้ทุกข์และเหี่ยวแห้งไป พิภพก็อ่อนระทวยและเหี่ยวแห้ง คนสูงศักดิ์ของโลกก็อ่อนระทวยไป
05 โลกนี้มีราคี เพราะผู้อาศัยในนั้น เพราะเขาทั้งหลายละเมิดต่อบทบัญญัติ ได้ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ ได้หักพันธสัญญานิ รันดร์นั้น
06 เพราะฉะนั้น คำสาปก็กลืนโลก และผู้ที่อาศัยในนั้นก็มีกรรมชั่ว เพราะฉะนั้น ผู้อาศัยของโลกจึงถูกเผาผลาญ มีคน เหลือน้อย
07 เหล้าองุ่นก็ไว้ทุกข์ เถาองุ่นก็อ่อนระทวย จิตใจที่รื่นเริงทั้งปวงก็ถอนหายใจ
08 เสียงสนุกสนานของรำมะนาก็เงียบ เสียงของผู้เบิกบานก็หยุดเสีย เสียงสนุกสนานของพิณเขาคู่ก็เงียบ
09 เขาไม่ดื่มเหล้าองุ่นพร้อมกับการร้องเพลงอีกเมรัยก็เป็นของขมแก่ผู้ที่ดื่ม
10 เมืองที่จลาจลแตกหักเสียแล้ว บ้านทุกหลังก็ปิดหมดไม่ให้ใครเข้าไป
11 มีเสียงร้องที่กลางถนนด้วยเรื่องเหล้าองุ่น ความชื่นบานทั้งสิ้นก็เยือกเย็นลงแล้ว ความยินดีของแผ่นดินก็หายสูญไป
12 เหลือความร้างเปล่าอยู่ในเมือง ประตูเมืองก็ถูกทุบทำลาย
13 เพราะจะเป็นเช่นนี้อยู่ท่ามกลางโลก ท่ามกลางชนชาติทั้งหลาย อย่างกับเมื่อต้นมะกอกเทศถูกเขย่า อย่างเมื่อการ เก็บเล็มตามเถาองุ่นสิ้นลง
14 เขาทั้งหลายเปล่งเสียงของเขาขึ้น เขาร้องเพลงด้วยความชื่นบาน เขาโห่ร้องจากตะวันตก ฉลองความโอ่อ่าตระการ ของพระเจ้า
15 เพราะฉะนั้น ในทางตะวันออกจงถวายพระสิริแก่พระเจ้า ในแผ่นดินชายทะเล ถวายแด่พระนามแห่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของอิสราเอล
16 ตั้งแต่ที่สุดปลายโลกเราได้ยินเสียงเพลงสรรเสริญว่าศักดิ์ศรีจงมีแก่ผู้ชอบธรรม แต่ข้าพเจ้าว่า "ข้าพเจ้าก็ผ่ายผอม ข้าพเจ้าก็ผ่ายผอม วิบัติแก่ข้าพเจ้า เพราะคนทรยศประพฤติอย่างทรยศ คนทรยศประพฤติอย่างทรยศยิ่ง"
17 โอ ชาวแผ่นดินโลกเอ๋ย ความสยดสยองและหลุมพรางและกับก็มาทันเจ้าแล้ว
18 ผู้ใดหนีเมื่อได้ยินเสียงความสยดสยองนั้น จะตกในหลุมพราง และผู้ที่ปีนออกมาจากหลุมพราง ก็จะติดกับ เพราะ ว่าหน้าต่างของฟ้าสวรรค์ก็ถูกเปิด และรากฐานของแผ่นดินโลกก็หวั่นไหว
19 โลกแตกสลายสิ้นเชิงแล้ว โลกแตกเป็นเสี่ยงๆ โลกถูกเขย่าอย่างรุนแรง
20 โลกก็ซวนเซไปอย่างคนเมา มันแกว่งไปอย่างเพิง การทรยศของโลกหนักอยู่บนมัน และมันล้มและจะไม่ลุกอีก
21 ในวันนั้น พระเจ้าจะทรงลงโทษบริวารของฟ้าสวรรค์ ในฟ้าสวรรค์ และบรรดาพระราชาของแผ่นดินโลก ในแผ่น ดินโลก
22 เขาทั้งหลายจะถูกรวบรวมไว้ด้วยกัน ดั่งนักโทษในคุกมืด เขาทั้งหลายจะถูกกักขังไว้ในคุก และต่อมาหลายวัน เขาจึงจะถูกลงโทษ
23 แล้วดวงจันทร์จะอดสู และดวงอาทิตย์จะอับอาย เพราะว่าพระเจ้าจอมโยธาจะทรงราชย์ บนภูเขาศิโยนและในเยรู ซาเล็ม และพระสิริจะปรากฏต่อหน้าพวกผู้ใหญ่ของพระองค์

อิสยาห์ 25

01 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของข้าพระองค์ข้าพระองค์จะยอพระเกียรติพระองค์ ข้าพระองค์จะสรรเสริญ พระนามของพระองค์ เพราะพระองค์ได้ทรงกระทำการอัศจรรย์ ตามแผนงานที่ทรงดำริไว้นาน มาแล้ว อันมั่นคงและ แน่นอน
02 เพราะพระองค์ได้ทรงกระทำให้เมืองเป็นกองขยะ เมืองมีป้อมเป็นที่สลักหักพัง วังของชนต่างด้าวไม่เป็นเมืองต่อไป อีก จะไม่ก่อสร้างขึ้นอีกเลย
03 เพราะฉะนั้น ประชาชาติที่แข็งแรงจะถวายพระสิริแก่พระองค์ หัวเมืองของบรรดาประชาชาติที่ทารุณจะเกรงกลัวพระ องค์
04 เพราะพระองค์ได้ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของคนยากจน ทรงเป็นที่กำบังเข้มแข็งของคนขัดสนเมื่อเขาทุกข์ใจทรง เป็นที่กำบังจากพายุและเป็นร่มกันความร้อน เพราะลมของผู้ที่ทารุณก็เหมือนพายุพัดกำแพง
05 เหมือนความร้อนในที่แห้ง พระองค์ทรงระงับเสียงของคนต่างด้าว ร่มเมฆระงับความร้อนฉันใด เสียงเพลงของผู้ ทารุณก็เงียบไปฉันนั้น
06 บนภูเขานี้ พระเจ้าจอมโยธาจะทรงจัดการเลี้ยงสำหรับบรรดาชนชาติทั้งหลาย เป็นการเลี้ยงด้วยของอ้วนพี เป็นการ เลี้ยงด้วยเหล้าองุ่นที่ตกตะกอนแล้ว ด้วยของอ้วนพีมีไขมันในกระดูกเต็มด้วยเหล้าองุ่นตกตะกอนที่กรองแล้ว
07 และบนภูเขานี้ พระองค์จะทรงทำลายผ้าคลุมหน้าซึ่งคลุมหน้าบรรดาชนชาติทั้งหลาย และม่านซึ่งกางอยู่เหนือ บรรดาประชาชาติ
08 พระองค์จะทรงกลืนความตายเสียเป็นนิตย์ และพระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาจากหน้าทั้งปวง และพระองค์จะทรงเอาการ ลบหลู่ชนชาติของพระองค์ไปเสียจากทั่วแผ่นดินโลก เพราะพระเจ้าได้ตรัสแล้ว
09 ในวันนั้น เขาจะกล่าวกันว่า "นี่แน่ะ นี่คือพระเจ้าของเราทั้งหลาย เราได้รอคอยพระองค์ เพื่อว่าพระองค์จะทรง ช่วยเราให้รอด นี่คือพระเจ้า เราได้รอคอยพระองค์ ให้เรายินดีและเปรมปรีดิ์ในความรอดของพระองค์"
10 เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้าจะพักอยู่บนภูเขานี้ และโมอับ จะถูกเหยียบย่ำลงในที่ของเขาเหมือนเหยียบฟางลงใน หลุมมูลสัตว์
11 และถึงเขาจะกางมือของเขาท่ามกลางหลุมนั้น ดั่งคนว่ายน้ำกางแขนว่ายน้ำ แต่พระองค์จะทรงให้ความเย่อหยิ่งของ เขาต่ำลง พร้อมกับฝีมือชำนาญของเขา
12 ป้อมสูงของกำแพงเมืองของเจ้านั้น พระองค์จะทรงให้ต่ำลง ทรงเหยียดลงและเหวี่ยงลงถึงดินแม้กระทั่งถึงผงคลี

อิสยาห์ 26

01 ในวันนั้น เขาจะร้องเพลงนี้ในแผ่นดินยูดาห์"เรามีเมืองเข้มแข็งเมืองหนึ่ง พระองค์ทรงตั้งความรอดไว้ เป็นผนังและ กำแพง
02 จงเปิดประตูเมืองเถิด เพื่อประชาชาติที่ชอบธรรมซึ่งรักษาความซื่อสัตย์ไว้จะได้เข้ามา
03 ใจแน่วแน่นั้น พระองค์ทรงรักษาไว้ในศานติภาพอันสมบูรณ์ เพราะเขาวางใจในพระองค์
04 จงวางใจในพระเจ้าเป็นนิตย์ เพราะพระเจ้า ทรงเป็นศิลานิรันดร์
05 เพราะพระองค์ทรงให้ชาวเมืองที่สูงส่งนั้น คือเมืองที่สูงส่งนั้นต่ำลง พระองค์ทรงให้มันต่ำลง ต่ำลงถึงดิน ให้มันลง ที่ผงคลี
06 เท้าเหยียบมัน คือเท้าของคนยากจน คือย่างเท้าของคนขัดสน"
07 หนทางของคนชอบธรรมก็ราบเรียบ พระองค์ผู้เที่ยงธรรมทรงกระทำให้วิถีของคนชอบธรรมราบรื่น
08 ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์รอคอยพระองค์อยู่ ในวิถีแห่งการพิพากษาของพระองค์ พระนามอันเป็นที่ระลึกของพระ องค์ เป็นที่จิตวิญญาณของข้าพระองค์ปรารถนา
09 วิญญาณของข้าพระองค์อยากได้พระองค์ในกลางคืน จิตใจภายในข้าพระองค์แสวงหาพระองค์อย่างร้อนรน เพราะ เมื่อการพิพากษาของพระองค์อยู่ในแผ่นดินโลก ชาวพิภพได้เรียนรู้ถึงความชอบธรรม
10 ถ้าสำแดงพระคุณแก่คนอธรรม เขาก็ไม่เรียนรู้ความชอบธรรม เขาประพฤติชั่วในแผ่นดินที่เที่ยงธรรม และมองไม่ เห็นความโอ่อ่าตระการของพระเจ้า
11 ข้าแต่พระเจ้า พระหัตถ์ของพระองค์ชูขึ้น แต่เขาก็มองไม่เห็น ขอให้เขามองเห็นความร้อนพระทัยเพื่อชนชาติของ พระองค์และได้อับอาย ส่วนปฏิปักษ์ของพระองค์ ขอให้ไฟเผาผลาญเขา
12 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์จะสถาปนาศานติภาพเพื่อข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ได้ทรงกระทำบรรดากิจการของพระ องค์เพื่อข้าพระองค์
13 ข้าแต่พระเยโฮวาห์ พระเจ้าของข้าพระองค์ เจ้านายอื่นนอกเหนือพระองค์ได้ครอบครองพวกข้าพระองค์แต่ข้าพระ องค์รับรู้แต่พระนามของพระองค์เท่านั้น
14 เขาทั้งหลายตายแล้ว เขาจะไม่มีชีวิตอีก เขาเป็นชาวแดนคนตาย เขาจะไม่เป็นขึ้นอีก หรือ คนตายไม่มีชีวิตอีก ชาวแดนคนตายจะไม่เป็นขึ้น เพื่อเป็นเช่นนั้นพระองค์ได้ทรงเยี่ยมเยียนและทรงทำลายเขา และทรงกวาดอนุสรณ์ทั้ง สิ้นของเขาเสีย
15 ข้าแต่พระเจ้า แต่พระองค์ทรงเพิ่มประชาชนขึ้นพระองค์ทรงเพิ่มประชาชนขึ้น พระองค์ได้ทรงรับพระสิริ พระองค์ ทรงขยายเขตแดนทั้งสิ้นของแผ่นดินให้กว้างใหญ่
16 ข้าแต่พระเจ้า ในยามทุกข์ใจ เขาได้แสวงหาพระองค์เขาทั้งหลายหลั่งคำอธิษฐานออกมา ในเมื่อการตีสอนอยู่เหนือ เขาทั้งหลาย
17 ดั่งหญิงมีครรภ์ ผู้บิดตัวและร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อนางใกล้ถึงกำหนดเวลาคลอด ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ทั้ง หลายก็เป็นเช่นนั้น ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์
18 ข้าพระองค์มีครรภ์ ข้าพระองค์บิดตัว เป็นเหมือนข้าพระองค์คลอดลม ข้าพระองค์มิได้ทำการช่วยกู้ในแผ่นดินโลก และชาวพิภพมิได้เกิด
19 คนตายของพระองค์จะมีชีวิต ศพของเขาทั้งหลายจะลุกขึ้น โอ ผู้อาศัยอยู่ในผงคลี จงตื่นเถิด และร้องเพลงเพราะ ความชื่นบาน เพราะน้ำค้างของเจ้าเป็นน้ำค้างของความสว่าง และแผ่นดินโลกจะให้ชาวแดนคนตายเป็นขึ้น {หรือ บนแผ่นดินของชาวแดนคนตาย พระองค์จะทรงกระทำให้ (น้ำค้าง) ตก}
20 มาเถิด ชนชาติของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเข้าในห้องของเจ้า และปิดประตูเสีย จงซ่อนตัวเจ้าอยู่สักพักหนึ่ง จนกว่าพระ พิโรธจะผ่านไป
21 เพราะ ดูเถิด พระเจ้ากำลังเสด็จออกมาจากสถานที่ของพระองค์ เพื่อลงโทษชาวแผ่นดินโลก เพราะความบาปผิด ของเขาทั้งหลาย และแผ่นดินโลกจะเปิดเผยโลหิต ซึ่งหลั่งอยู่บนมันและจะไม่ปิดบังผู้ถูกฆ่าของมันไว้อีก

อิสยาห์ 27

01 ในวันนั้น พระเจ้าจะทรงลงโทษด้วยพระแสงอันแข็งกระด้างอันใหญ่ และอันแรงกล้าของพระองค์ต่อเลวีอาธานคือ พญานาคที่หนีไปนั้น เลวีอาธาน พญานาคที่ขด และพระองค์จะทรงประหารมังกรที่อยู่ในทะเล
02 ในวันนั้น "สวนองุ่นอันแสนสุข จงร้องเพลงถึงสวนนั้น
03 เราคือพระเจ้า เป็นผู้รักษาดูแลมัน เรารดน้ำมันอยู่ทุกขณะ เกรงว่าผู้หนึ่งผู้ใดจะทำอันตรายมัน เราจึงเฝ้ามันไว้ทั้ง กลางคืนกลางวัน
04 เราไม่มีความพิโรธ เราจะใคร่ให้มีหนามใหญ่หนามย่อยขึ้นมาสู้รบ เราจะออกรบกับมัน เราจะเผามันเสียด้วยกัน
05 หรือให้เขาเกาะอยู่กับการป้องกันของเรา ให้เขาทำศานติภาพกับเรา ให้เขาทำศานติภาพกับเรา"
06 ในวันข้างหน้า ยาโคบจะหยั่งราก อิสราเอลจะผลิดอกและแตกหน่อ กระทำให้พิภพทั้งสิ้นมีผลเต็ม
07 พระองค์ทรงโบยตีเขาอย่างที่พระองค์โบยตีผู้ที่โบยตีเขาทั้งหลายหรือ หรือเขาถูกฆ่าอย่างผู้ฆ่าเขาถูกฆ่า
08 ด้วยการขับไล่ ด้วยการกวาดไปเป็นเชลย พระองค์ทรงต่อสู้แย้งกับเขา พระองค์ทรงกวาดเขาไปด้วยลมดุเดือดของ พระองค์ในวันแห่งลมตะวันออก
09 เพราะฉะนั้นจะลบมลทินกรรมชั่วของยาโคบอย่างนี้แหละ และนี่จะเป็นผลเต็มขนาดในการปลดบาปของเขา คือเมื่อ เขาทำศิลาทั้งสิ้นของแท่นบูชา ให้เป็นเหมือนหินดินสอพอง ที่ถูกบดเป็นชิ้นๆ จะไม่มีอาเช-รา {ดูหมายเหตุใน บท 17ข้อ8} หรือแท่นเครื่องหอมตั้งอยู่ได้
10 เพราะเมืองมีป้อมก็มีอยู่โดดเดี่ยว ที่อาศัยก็เริศร้างถูกทอดทิ้งอย่างกับถิ่นทุรกันดารลูกวัวหากินอยู่ที่นั่น มันนอนลง ที่นั่นและทึ้งกิ่งไม้
11 เมื่อกิ่งนั้นแห้ง มันก็หัก พวกผู้หญิงก็มาเอามันไปก่อไฟ เพราะนี่เป็นชนชาติที่ไร้ความเข้าใจ เพราะฉะนั้น ผู้ที่ ทรงสร้างเขาก็จะไม่สงสารเขาผู้ที่ทรงปั้นเขาจะไม่ทรงสำแดงพระคุณแก่เขา
12 ในวันนั้น ตั้งแต่แม่น้ำยูเฟรติส ไปจนถึงลำธารอียิปต์ พระเจ้าจะทรงนวดเอาข้าว โอ ประชาชนอิสราเอลเอ๋ย เจ้า จะถูกเก็บรวมเข้ามาทีละคนๆ
13 และในวันนั้นเขาจะเป่าเขาสัตว์ใหญ่ และบรรดาผู้ที่กำลังพินาศอยู่ในแผ่นดินอัสซีเรีย และบรรดาผู้ถูกขับไล่ออกไป ยังแผ่นดินอียิปต์จะมานมัสการพระเจ้า บนภูเขาบริสุทธิ์ที่เยรูซาเล็ม

อิสยาห์ 28

01 วิบัติแก่มงกุฎอันโอ่อ่าของคนขี้เมาแห่งเอฟราอิมและแก่ดอกไม้ที่กำลังร่วงโรยแห่งความงามอันรุ่งเรืองของเขา ซึ่งอยู่ บนยอดเขาในที่ลุ่มอันอุดมของบรรดาผู้ที่เหล้าองุ่นมีชัย
02 ดูเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงมีผู้หนึ่งที่มีกำลังและแข็งแรง เหมือนพายุลูกเห็บอันเป็นพายุทำลาย เหมือนพายุน้ำที่ กำลังไหลท่วม ซึ่งจะเหวี่ยงลงถึงดินด้วยความรุนแรง
03 มงกุฎอันโอ่อ่าของคนขี้เมาแห่งเอฟราอิม จะถูกเหยียบอยู่ใต้เท้า
04 และดอกไม้ที่กำลังร่วงโรยแห่งความงามอันรุ่งโรจน์ของเขา ซึ่งอยู่บนยอดเขาในที่ลุ่มอันอุดม จะเป็นเหมือนมะเดื่อที่ แรกสุกก่อนฤดูร้อน เมื่อคนเห็นเข้าก็กินมันเสีย พอถึงมือเขาเท่านั้น
05 ในวันนั้น พระเจ้าจอมโยธา จะเป็นมงกุฎศักดิ์ศรีและเป็นมกุฎแห่งความงามแก่คนที่เหลืออยู่แห่งชนชาติของพระ องค์
06 และเป็นอานุภาพแห่งความยุติธรรมแก่เขาผู้นั่งพิพากษา และเป็นกำลังของผู้เหล่านั้นผู้หันการสงครามกลับเสียที่ ประตูเมือง
07 เขาเหล่านี้ซมซานไปด้วยเหล้าองุ่นเหมือนกัน และโซเซไปด้วยเมรัย ปุโรหิตและผู้เผยพระวจนะก็ซมซานไปด้วย เมรัย เขาทั้งหลายมึนตื้อไปด้วยเหล้าองุ่น เขาโซเซไปด้วยเมรัย เขาเห็นผิดไป เขาสะดุดในการให้คำพิพากษา
08 เพราะสำรับทุกสำรับก็มีอาเจียนเต็ม ไม่มีที่ใดที่ไม่สกปรก
09 "เขาจะสอนความรู้ให้แก่ใคร เขาจะบรรยายข่าวแก่ผู้ใด ให้แก่คนเหล่านั้นที่หย่านมหรือ หรือให้แก่คนเอามาจากอก
10 เพราะเป็นกฎซ้อนกฎ กฎซ้อนกฎ บรรทัดซ้อนบรรทัด บรรทัดซ้อนบรรทัด ที่นี่นิด ที่นั่นหน่อย"
11 เปล่า แต่พระองค์จะตรัสกับชนชาตินี้ โดยต่างภาษา และด้วยปากของคนต่างด้าว
12 คือแก่บรรดาผู้ที่พระองค์ตรัสว่า "นี่คือการหยุดพัก จงให้การหยุดพักแก่คนเหน็ดเหนื่อย และนี่คือการพักผ่อน" ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ฟัง
13 เพราะฉะนั้น พระวจนะของพระเจ้าจึงเป็นอย่างนี้แก่เขา เป็นกฎซ้อนกฎ กฎซ้อนกฎ เป็นบรรทัดซ้อนบรรทัด บรรทัดซ้อนบรรทัด ที่นี่นิด ที่นั่นหน่อย เพื่อเขาจะไปและถอยหลัง และจะแตก และจะติดบ่วงและจะถูกจับไป
14 เพราะฉะนั้น เจ้าทั้งหลายคนมักเยาะเย้ยเอ๋ย จงฟังพระวจนะของพระเจ้า คือเจ้าผู้ปกครองชนชาตินี้ในเยรูซาเล็ม
15 เพราะเจ้าทั้งหลายได้กล่าวแล้วว่า "เราได้กระทำพันธสัญญาไว้กับความตาย และเราทำความตกลงไว้กับแดนคน ตาย เมื่อภัยพิบัติอันท่วมท้นผ่านไป จะไม่มาถึงเรา เพราะเราทำให้ความเท็จเป็นที่ลี้ภัยของเรา และเราได้กำบังอยู่ใน ความมุสา"
16 เพราะฉะนั้น พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า "ดูเถิด เราวางศิลาไว้ในศิโยนเพื่อเป็นรากฐาน คือศิลาที่ทดสอบแล้ว เป็นศิลามุม เอกอย่างประเสริฐเป็นรากฐานอันมั่นคง 'เขาผู้นั้นที่วางใจจะไม่รีบร้อน'
17 และเราจะกระทำความยุติธรรมให้เป็นเชือกวัด และความชอบธรรมให้เป็นลูกดิ่ง และลูกเห็บจะกวาดเอาความเท็จ อันเป็นที่ลี้ภัยไปเสีย และน้ำจะท่วมท้นที่กำบัง"
18 แล้วพันธสัญญาของเจ้ากับความตายเป็นโมฆะ และข้อตกลงของเจ้ากับแดนคนตายจะไม่ดำรง เมื่อภัยพิบัติอันท่วม ท้นผ่านไป เจ้าจะถูกเหยียบย่ำลงด้วยโทษนั้น
19 มันผ่านไปบ่อยเท่าใดมันก็จะเอาตัวเจ้า เพราะมันจะผ่านไปเช้าแล้วเช้าเล่า ทั้งกลางวันและกลางคืน เมื่อเข้าใจข่าว ก็จะเกิดแต่ความสยดสยองเท่านั้น
20 เพราะที่นอนนั้นสั้นเกินที่คนหนึ่งคนใดจะเหยียดอยู่บนนั้น และผ้าห่มก็แคบไม่พอคลุมตัว
21 เพราะว่าพระเจ้าจะทรงลุกขึ้นอย่างที่บนภูเขาเปริซิม พระองค์จะพิโรธอย่างที่ในหุบเขากิเบโอน เพื่อกระทำพระราช กิจของพระองค์ พระราชกิจของพระองค์นั้นประหลาด และเพื่อกระทำงานของพระองค์ งานของพระองค์ก็แปลก
22 เพราะฉะนั้น อย่าเป็นคนเยาะเย้ย เกลือกว่าพันธะของเจ้าจะเข้มงวดขึ้น เพราะข้าพเจ้าได้ยินกฤษฎีกากำหนดการ ทำลายเหนือแผ่นดินทั้งสิ้นแล้ว จากพระเจ้าจอมโยธา
23 เงี่ยหูลงซิ และฟังเสียงข้าพเจ้า สดับซี และฟังคำพูดของข้าพเจ้า
24 เขาผู้ไถนาเพื่อหว่าน ไถอยู่เสมอหรือ เขาเบิกดินและคราดอยู่เป็นนิตย์หรือ
25 เมื่อเขาปราบผิวลงแล้ว เขาไม่หว่านเทียนแดงและยี่หร่า เขาไม่ใส่ข้าวสาลีเป็นแถว และข้าวบารลีในที่อันเหมาะ ของมัน และหว่านข้าวสแปลต์ไว้เป็นคันแดนหรือ
26 เพราะพระองค์ทรงสั่งสอนเขาถูกต้อง พระเจ้าของเขาได้สอนเขา
27 เขาไม่นวดเทียนแดงด้วยเลื่อนนวดข้าว และเขาไม่เอาล้อเกวียนกลิ้งทับยี่หร่า แต่เขาเอาไม้พลองตีเทียนแดงให้ หลุดออก และเอาตะบองตียี่หร่า
28 คนใดบดข้าวที่ทำขนมปังหรือ เปล่าเลย เขาไม่นวดมันเป็นนิตย์ เมื่อเขาขับล้อเกวียนเทียมม้าทับมันแล้ว เขามิได้ บดมัน
29 เรื่องนี้มาจากพระเจ้าจอมโยธาด้วย พระองค์อัศจรรย์นักในการปรึกษา และวิเศษในเรื่องสติปัญญา

อิสยาห์ 29

01 โอ้โฮ อารีเอล {ชื่อหนึ่งของ เยรูซาเล็ม} อารีเอล นครซึ่งดาวิดทรงตั้งค่าย จงเพิ่มปีเข้ากับปี จงให้มีเทศกาลตาม รอบของมัน
02 เรายังจะให้อารีเอลทุกข์ใจ จะมีการร้องคร่ำครวญและร้องทุกข์ และเมืองนั้นจะเป็นเหมือนชั้นเพลิงแท่นบูชาแก่เรา
03 และเราจะตั้งค่ายอยู่รอบเจ้า และเราจะล้อมเจ้ากับบรรดาหอรบ และเราจะยกเชิงเทินขึ้นสู้เจ้า
04 และเจ้าจะพูดมาจากที่ลึกของแผ่นดินโลก คำของเจ้าจะมาจากที่ต่ำลงในผงคลี เสียงของเจ้าจะมาจากพื้นดินเหมือน เสียงผี และคำพูดของเจ้าจะกระซิบออกมาจากผงคลี
05 แต่มวลศัตรูของเจ้าจะเหมือนผงคลีละเอียด และผู้น่ากลัวทั้งมวลจะเหมือนแกลบที่ฟุ้งหายไปชั่วประเดี๋ยวเดียวและ ในทันทีทันใด
06 พระเจ้าจอมโยธาจะเยี่ยมเยียนเจ้า ด้วยฟ้าร้องและด้วยแผ่นดินไหว และด้วยเสียงกัมปนาทด้วยลมบ้าหมูและพายุ ด้วยเปลวแห่งเพลิงเผาผลาญ
07 และมวลประชาชาติทั้งสิ้นที่ต่อสู้กับอารีเอล ทั้งหมดที่ต่อสู้กับเขาและกับที่กำบังเข้มแข็งของเขา และทำให้เขาทุกข์ ใจ จะเป็นเหมือนความฝัน คือนิมิตในกลางคืน
08 อย่างเมื่อคนหิวฝันว่าเขากำลังกินอยู่ และตื่นขึ้นก็ยังหิวอยู่ไม่อิ่ม หรือเหมือนเมื่อคนกระหายฝันว่า เขากำลังดื่มอยู่ แล้วตื่นขึ้นมาอ่อนเปลี้ย คอของเขายังแห้งผาก มวลประชาชาติทั้งสิ้น ที่ต่อสู้กับภูเขาศิโยนก็จะเป็นเช่นนั้น
09 จงกระทำตัวให้งงงวยและอยู่ในสภาพงวยงง จงกระทำตัวให้บอดและเป็นคนตาบอด เขามึนเมา แต่ไม่ใช่ด้วยเหล้า องุ่น เขาโซเซ แต่ไม่ใช่ด้วยเมรัย
10 เพราะว่าพระเจ้าทรงเทอานุภาพแห่งความหลับสนิทลงเหนือเจ้า และปิดตา คือท่านผู้เผยพระวจนะของเจ้าแล้วนะ และคลุมศีรษะ คือท่านผู้เล็งญาณของเจ้าไว้แล้วนะ
11 และแก่ท่านทั้งหลาย นิมิตนี้ทั้งสิ้นได้กลายเป็นเหมือนถ้อยคำในหนังสือที่ประทับตรา เมื่อคนให้แก่คนหนึ่งที่อ่าน ได้ กล่าวว่า "อ่านนี่ซี" เขาว่า "ข้าอ่านไม่ได้เพราะมีตราประทับ"
12 และเมื่อเขาให้หนังสือแก่คนหนึ่งที่อ่านไม่ได้ กล่าวว่า "อ่านนี่ซี" เขาว่า "ข้าไม่รู้หนังสือ"
13 และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า "เพราะชนชาตินี้เข้ามาใกล้ด้วยปากของเขา และให้เกียรติเราด้วยริมฝีปากของเขา แต่ เขาให้จิตใจของเขาห่างไกลจากเรา เขายำเกรงเราเพียงแต่เหมือนเป็นบัญญัติของมนุษย์ที่ท่องจำกันมา
14 เพราะฉะนั้น ดูเถิด เราจะกระทำ สิ่งมหัศจรรย์กับชนชาตินี้อีก ประหลาดและอัศจรรย์ สติปัญญาของคนมีปัญญา ของเขาจะพินาศไป และความเข้าใจของคนที่เข้าใจจะถูกปิดบังไว้"
15 วิบัติแก่ผู้ที่พยายามซ่อนแผนงานของเขาไว้ลึกจากพระเจ้า ซึ่งการกระทำของเขาอยู่ในความมืด ผู้ซึ่งกล่าวว่า "ใคร เห็นเรา ใครจำเราได้"
16 เจ้ากลับตาลปัตรเสีย จะถือว่าช่างปั้นเท่ากับดินเหนียว และสิ่งที่ถูกสร้างจะพูดเรื่องผู้สร้างมันว่า "เขาไม่ได้สร้างข้า" หรือสิ่งที่ถูกปั้นขึ้นจะพูดเรื่องผู้ปั้นมันว่า"เขาไม่มีความเข้าใจอะไรเลย" อย่างนี้หรือ
17 ไม่ใช่อีกนิดหน่อยเท่านั้นหรือ ที่เลบานอนจะถูกเปลี่ยนให้เป็นสวนผลไม้ และสวนผลไม้จะถือว่าเป็นป่า
18 ในวันนั้น คนหูหนวกจะได้ยิน ถ้อยคำของหนังสือ และตาของคนตาบอดจะเห็น ออกมาจากความคลุ้มและความ มืดของเขา
19 คนใจอ่อนสุภาพจะได้ความชื่นบานสดใสในพระเจ้าและคนยากจนท่ามกลางมนุษย์จะลิงโลดในองค์บริสุทธิ์แห่งอิส ราเอล
20 เพราะว่า ผู้น่ากลัวจะสูญไป และคนมักเยาะเย้ยจะหมดไป และคนทั้งปวงที่หาโอกาสกระทำชั่วจะถูกตัดขาด
21 คือผู้ที่ใส่ความคนอื่นด้วยถ้อยคำของเขา และวางบ่วงไว้ดักเขาผู้กล่าวคำขนาบที่ประตูเมืองและด้วยถ้อยคำที่ไม่เป็น แก่นสาร เขากีดกันคนที่อยู่ฝ่ายถูกเสีย
22 เพราะฉะนั้น พระเจ้าผู้ทรงไถ่อับราฮัม ตรัสดังนี้เกี่ยวกับเชื้อสายของยาโคบว่า "ยาโคบจะไม่ต้องอับอายอีก หน้า ของเขาจะไม่ซีดลงอีกต่อไป
23 เพราะเมื่อเขาเห็นลูกหลานของเขา ซึ่งเป็นผลงานแห่งมือของเราในหมู่พวกเขา เขาทั้งหลายจะถือว่านามของเราศักดิ์ สิทธิ์ เขาทั้งหลายจะถือว่าองค์บริสุทธิ์ของยาโคบศักดิ์สิทธิ์และจะกลัวเกรงพระเจ้าแห่งอิสราเอล
24 และบรรดาผู้ที่ผิดฝ่ายจิตใจจะมาถึงความเข้าใจและบรรดาผู้ที่บ่นพึมพำจะยอมรับความรอบรู้"

อิสยาห์ 30

01 พระเจ้าตรัสว่า "วิบัติแก่ลูกหลานที่ดื้อดึงผู้กระทำแผนงาน แต่ไม่ใช่ของเรา ผู้กระทำสนธิสัญญา แต่ไม่ใช่ตามน้ำใจ เรา เขาจะเพิ่มบาปซ้อนบาป
02 ผู้ออกเดินไปยังอียิปต์ โดยไม่ขอคำปรึกษาของเรา เพื่อจะไปลี้ภัยในความอารักขาของฟาโรห์ เพื่อจะหาที่กำบังใน ร่มเงาของอียิปต์
03 เพราะฉะนั้น การอารักขาของฟาโรห์ จะกลับเป็นความอับอายของเจ้า และที่กำบังในร่มเงาของอียิปต์กลับเป็นที่ขาย หน้าของเจ้า
04 เพราะแม้ว่าข้าราชการของเขาอยู่ที่โศอัน และทูตของเขาไปถึงฮาเนส
05 ทุกคนได้รับความอับอาย โดยชนชาติหนึ่งซึ่งช่วยเขาไม่ได้ ซึ่งมิได้นำความช่วยเหลือหรือประโยชน์มาให้ ได้แต่ ความอับอายและความขายหน้า
06 ครุวาทเรื่องสัตว์ป่าแห่งเนเกบ เขาทั้งหลายบรรทุกทรัพย์สมบัติของเขาบนหลังลา และบรรทุกทรัพย์สินของเขาบน โหนกอูฐ ไปตลอดแผ่นดินแห่งความยากลำบากแสนระทม ที่ซึ่งนางสิงห์และสิงห์ตัวผู้ งูปากกะบะ และงูแมวเซา ออกมา ไปยังชนชาติหนึ่งซึ่งจะช่วยเขาไม่ได้
07 เพราะความช่วยเหลือของอียิปต์นั้นไร้ค่าและเปล่าประโยชน์ เพราะฉะนั้น เราจึงเรียกเขาว่า "ราหับผู้นั่งเฉย"
08 บัดนี้ ไปเถอะ เขียนลงไว้บนแผ่นจารึกต่อหน้าเขา และจดไว้ในหนังสือ เพื่อในเวลาที่จะมาถึง จะเป็นสักขีพยาน เป็นนิตย์
09 เพราะว่าเขาทั้งหลายเป็นชนชาติดื้อดึง เป็นลูกขี้ปด เป็นหลานที่ไม่ยอมฟัง พระธรรมของพระเจ้า
10 ผู้ตรัสแก่ผู้เล็งญาณว่า "อย่าเห็นเลย" และแก่ศาสดาพยากรณ์ว่า "อย่าพยากรณ์สิ่งที่ถูกต้องแก่เราเลย จงพูดสิ่งราบ รื่นแก่เรา จงพยากรณ์มายา
11 ออกจากทางเสีย หันเสียจากวิถี ให้องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลพ้นหน้าพ้นตาของเราเสีย"
12 เพราะฉะนั้น องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า "เพราะเจ้าดูหมิ่นถ้อยคำนี้ และวางใจในการบีบบังคับ และการ ทุจริต และพึ่งอาศัยสิ่งเหล่านั้น
13 เพราะฉะนั้น ความบาปผิดนี้จะเป็นแก่เจ้า เหมือนกำแพงสูงแยกออกโผล่ออกไป กำลังจะพัง ซึ่งจะพังอย่าง ปัจจุบันทันด่วน ในพริบตาเดียว
14 พระองค์จะทรงกระทำให้แตกเหมือนภาชนะของช่างหม้อแตก ซึ่งแตกแยกอย่างไม่ปรานี ชิ้นที่แตกนั้นไม่พบชิ้นดี พอที่จะตักไฟออกจากเตา หรือใช้ตักน้ำออกจากบ่อเก็บน้ำ"
15 เพราะพระเจ้าองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า "ในการกลับและหยุดพัก เจ้าทั้งหลายจะรอ